ประยุทธ์แจ้งความคืบหน้าพระราชพิธีถวายพระเพลิง ปิดกราบพระบรมศพ 30 กันยา ขอบคุณจิตอาสาช่วยทำดีเพื่อพ่อ

ประยุทธ์แจ้งความคืบหน้าพระราชพิธีถวายพระเพลิง ปิดกราบพระบรมศพ 30 กันยา ขอบคุณจิตอาสาช่วยทำดีเพื่อพ่อ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย วันศุกร์ที่ 22 กันยายน 2560 เวลา 20.15 น. โดยระยุว่าตามที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้ประชาชนได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2559 และบัดนี้ สำนักพระราชวังได้มีประกาศขอเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ในวันที่ 30 กันยายน 2560 นี้ เป็นวันสุดท้าย  ทั้งนี้ เพื่อจะได้ดำเนินการจัดเตรียมการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ให้สมพระเกียรติต่อไป นั้น

ขอแสดงความชื่นชมพี่น้องประชาชนจากทุกภาคส่วน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกศาสนา ทั่วฟ้าเมืองไทย ใต้ร่มพระบารมี โดยเฉพาะจิตอาสาที่ได้ร่วมกันทำดีเพื่อพ่อถวายแด่ “พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย”ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา   ก็มีผู้เข้าถวายสักการะพระบรมศพ จำนวนกว่า 10 ล้านคน สำหรับห้วงเวลาที่เหลืออยู่ อีกประมาณ 1 เดือน นับจากนี้ เราทุกคน ยังคงมีงาน “ขั้นสุดท้าย” สำหรับภารกิจร่วมกันในครั้งนี้ ทั้งในส่วนตนและในส่วนรวม  อาทิ การปลูกดอกดาวเรืองหรือดอกไม้ที่มีสีเหลือง ณ ที่พักอาศัย อาคารสถานที่ต่างๆ เพื่อให้ออกดอก เบ่งบานทั่วแผ่นดิน ในช่วงงานพระราชพิธีสำคัญนี้  ไปจนถึงการซักซ้อมการปฏิบัติ ในทุกรายละเอียด โดยเฉพาะในขบวนพระราชอิสริยยศ ซึ่งเรียกว่า “ริ้วขบวน” ตามโบราณราชประเพณี   เพื่อให้มีความพร้อมและงดงาม“ประหนึ่งราชรถเคลื่อนบนหมู่เมฆส่งเสด็จสู่สวรรค์”  อันจะเป็นภาพความทรงจำ ที่จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของชาติไทย และของโลกต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชวินิจฉัยให้รัฐบาลดำเนินการก่อสร้างพระเมรุมาศจำลองทั่วประเทศ ด้วยทรงห่วงใยว่า ประชาชนจำนวนมาก จะไม่สามารถเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ ได้ จึงมีพระราชประสงค์ให้ทุกคนได้มีโอกาสถวายความจงรักภักดีแด่ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” เป็นครั้งสุดท้ายอย่างทั่วถึง  โดยควรจะได้สัมผัสบรรยากาศและความรู้สึกเช่นเดียวกัน อย่างพร้อมเพรียงทั่วทั้งประเทศ  คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา ในการจัดสร้างพระเมรุมาศจำลอง รวมจำนวน 85 แห่ง  ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 9 แห่ง  ในส่วนภูมิภาค จำนวน 76 จังหวัดๆ ละ 1 แห่ง  โดยผลการดำเนินงานในปัจจุบัน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เป็นไปตามแผนงาน และมีความก้าวหน้าไปมาก  รวมทั้งได้จัดให้มีพิธีบวงสรวง “นพปฎลสุวรรณฉัตร”  (ฉัตรทอง 9 ชั้น) เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนอัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนยอดพระเมรุมาศจำลอง ทั้ง 85 แห่งทั่วประเทศ  ซึ่งทั้งหมดนี้กำหนดแล้วเสร็จในวันที่ 15ตุลาคม ศกนี้  โดยพี่น้องประชาชนในต่างจังหวัดจะสามารถร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ณพื้นที่ซึ่งทางจังหวัดของตนกำหนดไว้เช่นกัน ตามความสมัครใจ  ซึ่งทุกจังหวัดและอำเภอ ได้จัดทำแผนอำนวยความสะดวก ให้แก่ประชาชนที่มาร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์  อาทิ อาหาร น้ำดื่ม ห้องน้ำ แพทย์ พยาบาล  การรักษาความปลอดภัย รวมทั้งการจราจรและอื่น ๆ  เป็นต้น  ทั้งนี้ เพื่อให้การแสดงความอาลัยและความจงรักภักดีในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย  สำหรับรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพ สามารถสืบค้นข้อมูลและติดตามข่าวสาร ได้จากเว็บไซต์และสายด่วน

นายกฯกล่าวต่อว่า สำหรับโครงการ “จิตอาสาเฉพาะกิจในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ” ตามพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบันนั้น ยังคงเปิดรับสมัครต่อไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้  อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่า การทำดีเพื่อพ่อทำได้ทุกวันทุกกิจกรรม ไม่ว่าจะเล็กจะใหญ่ โดยเฉพาะการทำเพื่อส่วนรวม  สังคม  ประเทศชาติ  ยกตัวอย่าง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ได้มีพระดำริบูรณะวิหารปฏิบัติธรรม วัดธาราทิพย์ประดิษฐ์ ตำบลแม่แตง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ “ในหลวง รัชกาลที่ 9” โดยทรงตั้งพระทัย จะเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง  ตามศิลปะล้านนาไทย แบบร่วมสมัย ให้มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธประวัติและไตรภูมิจักรวาล  รวมทั้งบทพระราชนิพนธ์ “พระมหาชนก”  ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยเฉพาะเรื่อง “บุคคลเปรียบด้วยน้ำ 7 จำพวก” ซึ่งเป็นปริศนาธรรม เปรียบเสมือน “คนตกน้ำ” กับ “การเอาชนะอุปสรรค การถอนตัวออกจากกองทุกข์กองกิเลส” เป็นต้น  

//////////////////////