ไทย-สหรัฐ ใคร??  ได้-เสียเปรียบ

ไทย-สหรัฐ ใคร?? ได้-เสียเปรียบ

ในสัปดาห์หน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นากยรัฐมนตรีของไทยและคณะ เดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา อย่างเป็นทางการ ระหว่าง 2 ถึง 4 ตุลาคม

โดยวันที่ 3 ต.ค.ประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ของสหรัฐอเมริกา จะเปิดทำเนียบขาว ที่ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ต้อนรับ นายกรัฐมนตรีไทยและคณะ

คณะรัฐมนตรีที่ร่วมเดินทาง มีทั้งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี / นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ / พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย /นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ พลเอกอุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

ถือเป็นอีกไฮไลท์สำคัญ ในรอบ 3 ปีของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์  หลังจากที่สหรัฐอเมริกาเคยตั้งแง่ ของความเป็นประชาธิปไตย

 

 

ถึงแม้การเดินทางไปเยือนของพล.อ.ประยุทธ์ ในคณะ จะถูกมองด้วยประเด็นแอบแฝง ที่สหรัฐอเมริกาต้องการหาแนวร่วมในอาเซียนเกี่ยวกับประเด็นเกาหลีเหนือ ก็ตาม

แต่รัฐบาลไทย ได้เตรียมท่าทีในเรื่องดังกล่าวไว้แล้ว โดย รมว.ต่างประเทศ ที่ยืนยันจะยึดตามมติอาเซียน ในหาทางออกแบบสันติ โดยต้องมีการพูดคุย ซึ่งแต่ละประเทศอาจมีท่าทีแตกต่างกันว่าจะทำอย่างไร 

ขณะที่ประเด็นหลัก  ของรัฐบาลไทยเตรียมนำไปแลกเปลี่ยน หารือ คือความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนระหว่างประเทศกับสหรัฐฯที่เป็นปัญหายืดเยื้อ เรื้อรังมานาน ทั้ง กรณีผลการจัดสถานะประเทศไทยตามกฎหมายการค้าสหรัฐอเมริกา มาตรา 301 พิเศษ / การแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา /  การจัดตั้งอนุกรรมการด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้า นอกจากนั้น ยังเตรียมประเด็นความร่วมมือทั้งด้านความมั่นคง รวมถึงแลกเปลี่ยนสถานการณ์ในระดับภูมิภาคด้วย

 

 

และไม่เพียงการพบปะในภาครัฐ  นายกรัฐมนตรี ยังมีกำหนดจะหารือกับผู้แทนภาคเอกชนไทย และเอกชนสหรัฐฯ ก่อนประชุมเต็มคณะ และร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ที่นักธุรกิจหอการค้าสหรัฐอเมริกา และธุรกิจอาเซียน-สหรัฐอเมริกา ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีและคณะ อีกด้วย

 

//////////////////////////////