- 29 ก.ย. 2560
เด็กวัย14ถูกวัยรุ่นโหดยิงจนพิการ แม่หมดตัวค่ารักษาต้องหยุดงานมาดูแล ซ้ำ!พี่สาวต้องออก รร.ทำงานแทนแม่ ล่าสุดคนร้ายยังลอยนวล
เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2560 เพจเฟซบุ๊ก ได้โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความทั้งหมดเอาไว้ว่า.
เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ที่อำเภอทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ในขณะที่น้องปอน(ลูกชายของดิฉัน)ซึ่งเป็นนักเรียนโรงเรียนกีฬาทุ่งสง ซึ่งโดยปกติแล้วเมื่อถึงวันหยุดโรงเรียนกีฬาจะปล่อยให้นักเรียนออกมานอกโรงเรียนได้ น้องปอนจึงเดินไปเที่ยวเล่นบ้านเพื่อน (ในตอนนั้นน้องปอนอายุ 14ปี) ได้มีกลุ่มคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ 2 คันมาจอด และมีคนร้ายทั้งหมด6 คน ได้เข้ามาพูดคุยกับน้องปอนซึ่งเป็นลูกชายว่า
"มึงเที่ยวให้ระวังตัวหน่อย"
ด้วยความที่ไม่เคยรู้จักกัน น้องปอนเลยถามกลับไปว่า
"ให้ระวังอะไร"
เท่านั้นแหละคนร้ายเอาปืนขึ้นมายิงศรีษะน้องปอน 1 นัด แต่ปืนไม่ลั่น น้องปอนตั้งสติได้หวังจะวิ่งหนี เพราะคิดว่าปืนคงใช้การไม่ได้ และในขณะเดียวกันปืนนัดที่สองก็ดังขึ้น น้องปอนโดนยิงเข้าที่ชายโครงด้านขวา เพื่อนน้องปอนได้ยินเสียงปืนจึงวิ่งมาดูเห็นน้องปอนนอนกองอยู่ที่พื้น เพื่อนพยายามช่วยน้องพาขึ้นรถจักรยานยนต์ไปหารถมูลนิธิที่อยู่ใกล้แถวนั้น จนไม่คิดว่าขาน้องจะลากครูดกับพื้นถนนจนเห็นกระดูกที่หลังเท้า การช่วยเหลือเบื้องต้น รถมูลนิธิรัศมีมณีโชติ ได้นำตัวน้องปอนส่งโรงพยาบาลทุ่งสง และอยู่ห้องไอซียู เพราะน้องช็อกและเสียเลือดมาก ทางโรงพยาบาลต้องให้เลือดน้องด่วนเพื่อช่วยชีวิตน้องไว้ และนำตัวน้องส่งต่อมาที่โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครศรีธรรมราช คุณหมอบอกว่า ปอดทะลุ ขั้วตับฉีกขาด หมอนรองกระดูกสันหลังข้อที่11 แตกและลูกกระสุนปืนฝั่งใน ถูกจุดสำคัญ จนทำให้น้องพิการช่วงล่างไม่มีความรู้สึก ขับถ่ายเองไม่ได้ ต้องใส่สายฉี่
ตลอดเวลาที่น้องปอนพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลแม่และพี่สาวของน้องเป็นคนเฝ้าในห้องผู้ป่วยหนัก เดือนกว่าและย้ายต่อมารักษาที่ตึกกระดูก แม่ต้องหยุดงานและกิจการทั้งหมดที่ทำ เพื่อใช้เวลาทั้งหมดกับน้องปอน มิหนำซ้ำพี่สาวที่เรียน ก็ต้องออกจากโรงเรียน เพื่อมาทำงานหาเงิน เป็นเสาหลักในครอบครัวแทนแม่
ทั้งนี้คุณพ่อกับคุณแม่แยกทางกันมานานแล้วค่ะ จากบ้านที่ค่อนข้างที่มีฐานะในตอนนั้น กลับมาจบลง เพราะต้องเอาเงินทุกบาททุกสตางค์ที่มีมาเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆในการรักษาพยาบาลน้องปอน นอกจากนี้บ้านที่แม่ผ่อนทุกเดือน ก็ไม่มีเงินส่งจนธนาคารยึด กำลังขายทอดตลาด รถเก๋งไม่มีเงินผ่อนต้องปล่อยเขายึดและถูกฟ้องร้องชดใช้ค่าเสียหายที่เหลือ...รถกระบะยอมเอาไปจำนำหนี้นอกระบบ..จนถูกขายต่อและถูกฟ้องร้องเช่นกัน ข้าวของทุกอย่างที่พอขายได้แม่ยอมขาย เพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆในการรักษาน้อง ส่วน พี่สาวน้องก็ต้องออกจากโรงเรียนมาเป็นเด็กเสริฟหาเงินส่งให้แม่เป็นค่าใช้จ่ายทุกเดือน ไหนค่ารถพาน้องไปหาหมอ ค่าเพริมเพริสที่น้องใส่ และของใช้อื่นๆ พี่สาวจะเป็นรับผิดชอบหามาให้ทั้งหมด แม่ไม่มีรายได้อะไรเลยเพราะต้องอยู่กับน้องปอนตลอดเวลา สภาพจิตใจน้องแย่มากค่ะ ซึ่งน้องปอนรับสภาพตัวเองไม่ได้ น้องเคยจะฆ่าตัวตายหลายครั้งแล้วค่ะแต่คุณแม่มาเห็นเสียก่อน
เมื่อก่อนน้องปอนเคยฝันเป็นนักกีฬาวิ่งค่ะ เมื่อทำตามความฝันของแกไม่ได้ เลยเครียดกลายเป็นเด็กเก็บตัว ไม่ยิ้มแย้มหรืออารมณ์ดี สนุกสนานร่าเริงเหมือนเมื่อก่อน ทุกครั้งที่ปลอบใจลูก... จะต้องมีคำถามจากน้องปอนว่าแล้วผมไปทำอะไรให้มัน ผมถึงต้องมาเป็นแบบนี้
จนถึงปัจจุบันนี้คดียังไม่คืบหน้า คนร้ายยังลอยนวล สุดท้ายแม่ขอความยุติธรรมให้น้องปอนด้วยนะคะ
ข้อมูลจาก แหม่มโพธิ์ดำ
