- 29 ก.ย. 2560
พลิกแฟ้มความหายนะ !?!? ส่องบทเรียนราคาแพง โครงการจำนำข้าว ...ที่สุดทุจริตเชิงนโยบาย
โครงการรับจำนำข้าวเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2554 ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ และ ปิดฉากลง หลังจากคสช.และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาบริหารประเทศ
และล่าสุด ได้ปิดประตูตายกับชีวิตในประเทศไทย ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยเป็นเวลา 5 ปี ทำให้มีสภาพหนีตลอดชีวิต เพราะหมายจับไม่มีอายุความ ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2558 และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560
ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น จึงเสมือนเป็นการทุจริตเชิงนโยบาย และเพื่อเป็นการ"ตัดไฟแต่ต้นลม" กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จึงแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยการเขียนเพิ่มในพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
โดยระบุไว้ในมาตรา 51 กำหนดให้พรรคการเมืองที่จะดำเนินนโยบายต่างๆต้องชี้แจงรายละเอียดและขั้นตอนดำเนินนโยบายต่างๆต่อสังคมให้ชัดเจน ทั้ง 1) วงเงินที่ต้องใช้ และที่มาของเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ 2) ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย 3) ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย
ขณะที่มุมมองของนายเธียรชัย ณ นคร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เห็นว่าคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีของอดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการจำนำข้าว ซึ่งเป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย เพราะศาลพิจารณาในปัญหาทางปฏิบัติไม่ได้พิจารณาที่ตัวนโยบาย ดังนั้น พรรคเพื่อไทยสามารถดำเนินนโยบายจำนำข้าวได้ แต่ต้องดูที่วิธีการดำเนินนโยบายไม่ให้ผิดพลาด
ทั้งนี้ การพิจารณาของศาล ใช้ระบบไต่ส่วน สามารถแสวงหาข้อเท็จจริงนอกเหนือสำนวนเองได้ เมื่อพบว่ามีการทุจริตในการระบายข้าว จึงนำมาเชื่อมโยงกับวิธีดำเนินโครงการ ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะผู้บังคับบัญชา ที่มีการทักท้วงแล้วแต่ยังไม่ระงับยับยั้งแก้ปัญหา ซึ่งที่ผ่านมาอดีตนายกรัฐมนตรี ยืนยันมาตลอดว่า ไม่มีการทุจริตในการระบายข้าว แต่เมื่อพบว่าการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐไม่ได้เกิดขึ้นจริง จึงเป็นประเด็นที่ศาลนำมาพิพากษา
ถือเป็นอีกหนึ่ง บทเรียนของพรรคการเมือง และประชาชนชาวไทย (ที่จะเลือกพรรคการเมือง)
////////////////////////////////////
