- 30 ก.ย. 2560
พระราชาผู้สร้าง !?!? คนไทยช่วยรักษา “มรดกพระราชทาน” ของ "ในหลวง ร.9" หลังยูเอ็นจัดพิธีสดุดีถวาย เกียรติพระราชาผู้สร้างสังคมแห่งสันติภาพที่ยั่งยืน
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย วันศุกร์ที่ 29 กันยายน 2560 เวลา 20.15 น. โดยระบุว่า ตามที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้ประชาชนได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่วันที่ 28ตุลาคม 2559 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2560 นั้น ปัจจุบัน สรุปมียอดรวมประชาชนเดินทางมาสักการะพระบรมศพฯ กว่า 11 ล้านคนแล้วนะครับ เป็นที่น่าปลื้มใจ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักถึงความอาลัยรัก ความศรัทธา และความจงรักภักดีของประชาชน ทุกหมู่เหล่า ที่มีต่อพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรนะครับ ก็ได้มุ่งมั่นเดินทางจากทุกสารทิศ เข้ามากราบถวายบังคมพระบรมศพ สักครั้งหนึ่งในชีวิต เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยทรงห่วงใยว่าประชาชนจะมีโอกาสกราบถวายบังคมพระบรมศพได้ไม่ทั่วถึง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ขยายเวลาการกราบถวายบังคมพระบรมศพ ออกไปจนถึงเวลา 24 นาฬิกา ของคืนวันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคมศกนี้ ซึ่งก็นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น อันหาที่สุดมิได้
“ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ไม่เพียงแต่ทรงสถิตในดวงใจปวงชนชาวไทยทุกคนเท่านั้น แต่ยังทรงได้รับการถวายความยกย่องสรรเสริญ ในระดับนานาอารยประเทศอีกด้วย จากการที่ได้ทรงประกอบคุณงามความดี และดำเนินพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ เพื่อยกระดับความเป็นอยู่และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ จนเป็นที่ประจักษ์” นายกฯกล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า การประชุมสันติภาพนานาชาติ 2017 เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ณ สำนักงานใหญ่องค์การยูเนสโก กรุงปารีส ได้มีการกำหนดหัวข้อการสร้างสังคมแห่งสันติภาพที่ยั่งยืน มรดกในพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช โดยผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก และผู้แทนถาวรประจำยูเนสโก จากประเทศต่าง ๆ ได้ขึ้นมากล่าวถวายราชสดุดี และแสดงความอาลัย เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติ แด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 อันนำความซาบซึ้งมาสู่ปวงชนชาวไทย ทั้งประเทศ อีกวาระหนึ่ง ภายหลังจากที่ องค์การสหประชาชาติ ได้เคยจัดวาระพิเศษ ถวายแด่ “พ่อหลวงของเรา” เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ปีที่ผ่านมา โดยนายบัน คีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์การสหประชาชาติ จากหลายประเทศ ได้กล่าวถ้อยคำแสดงความอาลัยด้วยตัวเอง สิ่งสำคัญ คือ ขณะนี้ทางองค์การยูเนสโก ได้อัญเชิญแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บรรจุไว้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนาขององค์การสหประชาชาติ เพื่อให้ชาติสมาชิกได้นำไปประยุกต์ใช้ ในการกำหนดแผนพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้บริบทของประเทศตนเอง อันเป็นเครื่องยืนยันว่าศาสตร์พระราชา เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางและเป็นสากล เพื่อนำไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของโลก จึงอยากให้พวกเราทุกคนได้ภาคภูมิใจ และหวงแหนมรดกพระราชทานนี้ รวมทั้งร่วมมือกันน้อมนำไปประยุกต์ใช้ ในการสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนให้กับประเทศชาติ และประชาชนสืบไป
/////////////////////
ประยุทธ์ตีปี๊บโวฝีมือรัฐบาล ส่งผล “สภาเศรษฐกิจโลก” ปรับอันดับขีดความสามารถไทยดีขึ้นอยู่ที่ 32 จาก 137 ประเทศ มั่นใจปีหน้าดีกว่านี้อีก วอนคนไทยอย่าต้าน “นายทุน เงินต่างชาติ” เหตุต้องพึ่งพาอาศัยกัน
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย วันศุกร์ที่ 29 กันยายน 2560 เวลา 20.15 น. โดยหยิบยกการประกาศผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศของสภาเศรษฐกิจโลก World Economic Forum (WEF) ซึ่งล่าสุดประเทศไทยได้รับการจัดอันดับที่ 32 จาก 137 ประเทศ ทั่วโลก หรือดีขึ้น 2 อันดับ จากปีที่แล้ว
“ ในภาพรวม ประเทศไทยมีคะแนนดีขึ้นใน 8 ด้านหลัก และอีก 4 ด้านหลักมีคะแนนเท่าเดิม โดยไม่มีด้านหลักใด ที่คะแนนลดลงเลย ทั้งนี้ ในส่วนที่ดีขึ้น มีในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ประสิทธิภาพตลาดแรงงาน การอุดมศึกษาและการฝึกอบรม รวมทั้งนวัตกรรม ซึ่งล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งไปสู่ ไทยแลนด์ 4.0 และการพัฒนาต่าง ๆ เพื่อรองรับยุคดิจิทัลของประเทศในอนาคต”นายกฯกล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ด้านเศรษฐกิจมหภาค ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 9 ของโลก ซึ่งเป็นด้านเดียวที่ไทยอยู่ใน10 อันดับแรกของโลก โดยมีปัจจัยส่งเสริมในหลายด้าน อาทิ การใช้จ่ายภาครัฐที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งมีกลไกในการปกป้องนักลงทุนที่ดีขึ้น ความสามารถในการสร้างนวัตกรรมมากขึ้น ภาคเอกชนมีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งมีการจดสิทธิบัตรเพิ่มขึ้น มีการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เช่น ตลาดทุนและสินเชื่อ ทำได้ง่ายขึ้น ความพร้อมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศขยายตัวดีขึ้น อันเป็นผลมาจากโครงการเน็ตประชารัฐ ที่ส่งเสริมให้มีการเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ของทุกภาคส่วน นอกจากนี้ ตลาดต่างประเทศ และการส่งออก สามารถเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไปพร้อมกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นต้น
“ ในนโยบายยกระดับการให้บริการของภาครัฐหลายมาตรการ โดยเฉพาะเรื่อง Ease of doing business ซึ่งมุ่งเน้นการลดระยะเวลาในการเริ่มก่อตั้งธุรกิจลงนั้น นับว่าเป็นปัจจัยแรก ๆ ที่บ่งชี้ให้เห็นถึงขีดความ สามารถในการแข่งขันของประเทศ ผลการดำเนินการที่ผ่านมา ส่งผลให้คะแนนในส่วนนี้ ปรับดีขึ้น และคาดว่าในปีต่อไป จะดีขึ้นได้อีก เนื่องจากรัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายที่จะลดจำนวนวัน ในกระบวนการต่าง ๆ ลง 10 เท่า คือ จาก 25 วันครึ่ง ให้เหลือเพียง 2 วันครึ่ง” นายกฯกล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า โดยสรุปแล้วผลการจัดอันดับดังกล่าวเป็นมุมมองจากภายนอก ที่มีต่อประเทศไทย ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นศักยภาพและความท้าทายของเรา ในอนาคตในหลาย ๆ ด้าน ได้แก่ ความแข็งแกร่งและประสิทธิภาพของตลาดการเงิน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรในการสร้างนวัตกรรม การเพิ่มขนาดของตลาดภายในประเทศและลดการพึ่งพาการส่งออก
“ สิ่งเหล่านี้ หลายคนอาจไม่ทราบ หรือลืมไปแล้วว่าเป็นผลงานที่รัฐบาลนี้ ได้พยายามแก้ไข พยายามปรับปรุง และทำให้ดีขึ้นนะครับ เกิดขึ้นจนเป็นผลสัมฤทธิ์ จนได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ สำหรับในประเทศ เราก็ต้องเชื่อมั่นกันเอง ผมว่าอย่าไปแบ่งแยกว่าอันนี้เป็นนายทุน หรือเป็นการลงทุนจากต่างประเทศ ไม่คำนึงถึงคนที่มีรายได้น้อย ไม่ใช่แบบนั้นเลย เพราะทุกอย่างต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน” นายกฯกล่าว
อนึ่ง รายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั้งยืนสัปดาห์นี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ลดเวลาออกอากาศลงมาเหลือแค่ 30.20 นาที รวมไตเติ้ลรายการ ซึ่งเป็นไปตามคำพูดที่เคยประกาศไว้ว่าจะพูดแค่สัปดาห์ละ 20 นาที หลังออกมาบ่นว่าคนไทยติดละครไม่ยอมดูรายการที่ตนพูด
