- 30 ก.ย. 2560
รู้กัน !?!? “ตู่พบทรัมป์” เยือนแค่ผ่านหรือหุ้นส่วนยุทธศาสตร์จริง ...จับตาเข้าเนื้อหรือเพื่อประโยชน์ชาติ
23.50 น. คืนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเตรียมนำคณะชุดใหญ่เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติดัลเลส กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เพื่อเยือนประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 5 ตุลาคม 2560 ตามคำเชิญของนายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยทั้งคู่มีกำหนดการหารือทวีพาคีในวันที่ 2 ตุลาคมนี้ โดยเป็นการเลื่อนจากกำหนดการเดิมเร็วขึ้น 1 วัน เนื่องจากนายโดนัล ทรัมป์มีภารกิจด่วนต้องลงพื้นที่ไปดูปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่
ก่อนหน้านี้ พล.ท. วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ได้ออกมาเปิดเผยว่าการเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาของพล.อ.ประยุทธ์ รอบนี้จะมีผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลไทยเดินทางไปด้วยหลายคน อาทิ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ พล.อ. อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม โดยประเด็นหลักที่ผู้นำทั้งสองประเทศจะได้มีการหารือกันประกอบด้วย ความร่วมมือทางด้านความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนและจะได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงสถานการณ์ในระดับภูมิภาคด้วย
โอกาสนี้พล.อ.ประยุทธ์และคณะ จะได้มีการหารือข้อราชการกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ร่วมทั้งการประชุมเต็มคณะ รวมถึงการร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำซึ่งคณะนักธุรกิจจากหอการค้าสหรัฐอเมริกาและสภาธุรกิจอาเซียน – สหรัฐอเมริกา ได้ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกฯและคณะ รวมถึงการหารือเพื่อสานสัมพันธ์ความร่วมมือของทั้งสองประเทศ เนื่องจากปีหน้า พ.ศ. 2561 จะได้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 200 ปี ของการติดต่อสัมพันธ์ในระดับประชาชนระหว่างไทย-สหรัฐ ฯ ด้วย
งานนี้ต้องจับตาดูว่าการเดินทางไปเยือนสหรัฐฯของพล.อ.ประยุทธ์และคณะตามคำเชิญของผู้นำมหาอำนาจโลกรอบนี้จะเป็นเพียงแค่พิธีกรรมผ่านๆ เหมือนการนัดพบทั่วไปตามมารยาทที่ผู้นำประเทศต่างๆต้องมีการไปมาหาสู่เยี่ยมเยือนกันเป็นปกติธรรมดา หรือสหรัฐฯต้องการผูกไมตรีเป็นมิตรหวังเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์กับเราแบบจริงๆจังๆ ทั้งประเด็นความมั่นคงที่สหรัฐฯต้องการดึงไทยเข้าพวก หลังเกิดปัญหามากมายในคราบสมุทรเกาหลี ที่สหรัฐฯกำลังหาพันธมิตรหาแนวร่วมต่อต้านประเทศเกาหลีเหนือที่ถือเป็นคู่ปรับกันมาตลอด และล่าสุดมีปัญหากระทบกระทั่งจนหลายชาติห่วงว่าจะบานปลายกลายเป็นสงครามระหว่างกัน ที่งานนี้ประเทศไทยตกเป็นเป้าหมายและหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่สหรัฐฯจะเกี้ยวจะชวนไทยให้เข้าข้างตัวเอง เพราะทราบดีว่าไทยเป็นประเทศใหญ่มีชัยภูมิที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางอาเซียนและมีความพร้อมทุกอย่างในการสนับสนุนภารกิจทางทหาร หากเกิดสงครามในภูมิภาคนี้
อีกประเด็นคือเรื่องเศรษฐกิจที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับไทยเป็นอย่างมากเป็นเวลาช้านาน และก่อนหน้านี้ไทยก็ตกเป็นเป้าหมายอาจถูกสหรัฐฯออกมาตรการแทรกแซง เพราะเป็น 1 ใน 10 ประเทศที่สหรัฐฯหวังจะลดดุลการค้าตามนโยบายใหม่ของนายทรัมป์ โดยเฉพาะเรื่องการกดดันให้ไทยนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯให้เพิ่มขึ้นเพื่อเป็นการปรับสมดุลย์การค้าระหว่างกัน โดยเฉพาะเรื่องหมูเนื้อแดงที่สหรัฐฯหมายมั่นปั้นมือ ว่าจะใช้โอกาสในการเดินทางไปคราวนี้ “บีบคอ” ให้ไทยนำเข้าหมูเนื้อแดงจากสหรัฐฯให้ได้ ล่าสุดก่อนหน้าการเดินทางไปสหรัฐของนายกฯ ทางนายทรัมป์ถึงขนาดส่งนายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์มาเยี่ยมคารวะนายกฯและนายสมคิดเป็นใบเบิกทางไว้ก่อนล่วงหน้า ขณะที่ฝ่ายไทยทางพล.อ.ประยุทธ์ นายสมคิด ก็เตรียมนำเรื่องการปฏิรูปประเทศ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้วยเงินมหาศาลหลายแสนล้าน โดยเฉพาะการผุดโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรือ “อีอีซี” ไปเป็นจุดขายในการดึงนักลงทุนอเมริกามาลงทุนในไทย
งานนี้จึงต้องจับตาว่าไปสหรัฐฯรอบนี้ไทยจะได้หรือเสียมากกว่ากัน และกลเกมส์การเมืองระหว่างประเทศของพล.อ.ประยุทธ์จะ “เอาอยู่” จะรู้เท่าทันผู้นำมหาอำนาจโลกอย่างนายทรัมป์หรือไม่ ท้ายสุดจะ “เข้าเนื้อ” หรือ ได้ประโยชน์กลับมา “เพื่อชาติ” อีก 2 วันได้รู้กัน
/////////////////
