รู้กัน !?!? “ตู่พบทรัมป์” เยือนแค่ผ่าน หรือหุ้นส่วนยุทธศาสตร์จริง ...จับตาเข้าเนื้อหรือเพื่อประโยชน์ชาติ

รู้กัน !?!? “ตู่พบทรัมป์” เยือนแค่ผ่านหรือหุ้นส่วนยุทธศาสตร์จริง ...จับตาเข้าเนื้อหรือเพื่อประโยชน์ชาติ

23.50 น. คืนนี้  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีเตรียมนำคณะชุดใหญ่เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติดัลเลส กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เพื่อเยือนประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 5 ตุลาคม 2560 ตามคำเชิญของนายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยทั้งคู่มีกำหนดการหารือทวีพาคีในวันที่ 2 ตุลาคมนี้ โดยเป็นการเลื่อนจากกำหนดการเดิมเร็วขึ้น 1 วัน เนื่องจากนายโดนัล ทรัมป์มีภารกิจด่วนต้องลงพื้นที่ไปดูปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่

ก่อนหน้านี้ พล.ท. วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ได้ออกมาเปิดเผยว่าการเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาของพล.อ.ประยุทธ์  รอบนี้จะมีผู้บริหารระดับสูงของรัฐบาลไทยเดินทางไปด้วยหลายคน  อาทิ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ   นายดอน  ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ  พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ พล.อ. อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม  โดยประเด็นหลักที่ผู้นำทั้งสองประเทศจะได้มีการหารือกันประกอบด้วย  ความร่วมมือทางด้านความมั่นคง  ด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนและจะได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงสถานการณ์ในระดับภูมิภาคด้วย 
โอกาสนี้พล.อ.ประยุทธ์และคณะ  จะได้มีการหารือข้อราชการกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ร่วมทั้งการประชุมเต็มคณะ   รวมถึงการร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำซึ่งคณะนักธุรกิจจากหอการค้าสหรัฐอเมริกาและสภาธุรกิจอาเซียน – สหรัฐอเมริกา ได้ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกฯและคณะ   รวมถึงการหารือเพื่อสานสัมพันธ์ความร่วมมือของทั้งสองประเทศ  เนื่องจากปีหน้า พ.ศ. 2561  จะได้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 200 ปี ของการติดต่อสัมพันธ์ในระดับประชาชนระหว่างไทย-สหรัฐ ฯ ด้วย

งานนี้ต้องจับตาดูว่าการเดินทางไปเยือนสหรัฐฯของพล.อ.ประยุทธ์และคณะตามคำเชิญของผู้นำมหาอำนาจโลกรอบนี้จะเป็นเพียงแค่พิธีกรรมผ่านๆ เหมือนการนัดพบทั่วไปตามมารยาทที่ผู้นำประเทศต่างๆต้องมีการไปมาหาสู่เยี่ยมเยือนกันเป็นปกติธรรมดา  หรือสหรัฐฯต้องการผูกไมตรีเป็นมิตรหวังเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์กับเราแบบจริงๆจังๆ  ทั้งประเด็นความมั่นคงที่สหรัฐฯต้องการดึงไทยเข้าพวก  หลังเกิดปัญหามากมายในคราบสมุทรเกาหลี ที่สหรัฐฯกำลังหาพันธมิตรหาแนวร่วมต่อต้านประเทศเกาหลีเหนือที่ถือเป็นคู่ปรับกันมาตลอด และล่าสุดมีปัญหากระทบกระทั่งจนหลายชาติห่วงว่าจะบานปลายกลายเป็นสงครามระหว่างกัน  ที่งานนี้ประเทศไทยตกเป็นเป้าหมายและหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่สหรัฐฯจะเกี้ยวจะชวนไทยให้เข้าข้างตัวเอง เพราะทราบดีว่าไทยเป็นประเทศใหญ่มีชัยภูมิที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางอาเซียนและมีความพร้อมทุกอย่างในการสนับสนุนภารกิจทางทหาร หากเกิดสงครามในภูมิภาคนี้

อีกประเด็นคือเรื่องเศรษฐกิจที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับไทยเป็นอย่างมากเป็นเวลาช้านาน  และก่อนหน้านี้ไทยก็ตกเป็นเป้าหมายอาจถูกสหรัฐฯออกมาตรการแทรกแซง  เพราะเป็น 1 ใน 10 ประเทศที่สหรัฐฯหวังจะลดดุลการค้าตามนโยบายใหม่ของนายทรัมป์ โดยเฉพาะเรื่องการกดดันให้ไทยนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯให้เพิ่มขึ้นเพื่อเป็นการปรับสมดุลย์การค้าระหว่างกัน  โดยเฉพาะเรื่องหมูเนื้อแดงที่สหรัฐฯหมายมั่นปั้นมือ ว่าจะใช้โอกาสในการเดินทางไปคราวนี้ “บีบคอ”  ให้ไทยนำเข้าหมูเนื้อแดงจากสหรัฐฯให้ได้    ล่าสุดก่อนหน้าการเดินทางไปสหรัฐของนายกฯ   ทางนายทรัมป์ถึงขนาดส่งนายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์มาเยี่ยมคารวะนายกฯและนายสมคิดเป็นใบเบิกทางไว้ก่อนล่วงหน้า  ขณะที่ฝ่ายไทยทางพล.อ.ประยุทธ์ นายสมคิด ก็เตรียมนำเรื่องการปฏิรูปประเทศ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้วยเงินมหาศาลหลายแสนล้าน โดยเฉพาะการผุดโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรือ “อีอีซี” ไปเป็นจุดขายในการดึงนักลงทุนอเมริกามาลงทุนในไทย

งานนี้จึงต้องจับตาว่าไปสหรัฐฯรอบนี้ไทยจะได้หรือเสียมากกว่ากัน  และกลเกมส์การเมืองระหว่างประเทศของพล.อ.ประยุทธ์จะ “เอาอยู่” จะรู้เท่าทันผู้นำมหาอำนาจโลกอย่างนายทรัมป์หรือไม่  ท้ายสุดจะ “เข้าเนื้อ” หรือ ได้ประโยชน์กลับมา “เพื่อชาติ” อีก 2 วันได้รู้กัน 

/////////////////