- 01 ต.ค. 2560
เพื่อไทย!! ดักทาง.. หวั่นนายกเอาผลประโยชน์ชาติเข้าแลกกับสหรัฐ
โดยมองว่า การเยือนสหรัฐครั้งนี้ ไทยจะได้ประโยชน์จริงหรือ และจะได้ประโยชน์อย่างไร เพราะไม่เห็นว่าสหรัฐจะใส่ใจกับประเด็นหารือ เกี่ยวกับการพัฒนาการค้าและการลงทุนกับสหรัฐ ที่เป็นรูปธรรมอย่างที่ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พยายามประโคมข่าวแต่อย่างใด ในทางกลับกับมีแต่กระแสข่าวสหรัฐเน้นแต่เรื่องการเจรจาซื้ออาวุธและประเด็นเกี่ยวกับสงคราม และความขัดแย้งกับเกาหลีเหนือเท่านั้น
เรื่องดังกล่าว ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัค อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้สื่อต่างประเทศ อ้างอิงข้อมูลจากทำเนียบขาวของสหรัฐ ว่าในการพบหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐในสัปดาห์หน้า รัฐบาล พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังจะไปเจรจาขอซื้ออาวุธล็อตใหม่จากสหรัฐ
นอกจากนี้ยังจะไปปิดดีลการส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ รุ่น แบล็คฮอว์ก 4 ลำ ที่กองทัพไทยเคยเจรจาซื้อจากสหรัฐค้างไว้ ตั้งแต่สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่ยังปิดดีลไม่สำเร็จ เพราะเกิดการยึดอำนาจโดย คสช. ขึ้นเสียก่อนเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 ทำให้ดีลซื้อเฮลิคอปเตอร์ครั้งนั้นต้องหยุดชะงักเพราะยังไม่ได้ส่งมอบ
ขณะเดียวกัน สื่อต่างประเทศ ยังประโคมกระแสข่าวเรื่องที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมกดดัน บีบให้ประเทศไทย เป็นหัวหอกในภูมิภาคเพื่อคว่ำบาตรรัฐบาลเกาหลีเหนือซึ่งกำลังมีความขัดแย้งตึงเครียดกับสหรัฐอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากประเทศไทยเป็นที่ตั้งของสถานทูตเกาหลีเหนือ
โดย เมื่อ ครั้งที่ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ คือ นาย เร็กซ์ ทิลเลอสัน พบหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในไทยเมื่อเดือนที่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ อาจปิดบังความจริงเรื่องความสัมพันธ์ทางการค้ากับเกาหลีเหนือ ซึ่งไทยอ้างว่า การค้าระหว่างไทยกับเกาหลีเหนือในปีนี้ลดลงไปแล้วถึง 94 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสวนทางกับข้อมูลของรอยเตอร์ ที่ระบุว่าการลงทุนของเกาหลีเหนือในไทยยังมีมูลค่าสูงเท่าเดิม และไม่พบว่าธนาคารของไทยจะปิดบัญชีของนักธุรกิจเกาหลีเหนือแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ยังออกมาเตือนสติพล.อ.ประยุทธ์ ว่ากรณีความขัดแย้งสหรัฐและเกาหลีเหนือนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและสุ่มเสี่ยงเป็นอย่างมาก
โดยทุกๆ การตัดสินใจของ พล.อ. ประยุทธ์ จะมีผลผูกพันกับชะตากรรมของคนไทยทั้งชาติ โดยเฉพาะในเรื่องความมั่นคงและความปลอดภัย ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะเอาไปยื่นหมูยื่นแมวกับมหาอำนาจ เพื่อผลประโยชน์ด้านการค้าอาวุธหรือเพื่อสร้างภาพทางการเมืองเพื่อแลกกับการได้เข้าไปยืนสัมผัสมือประธานาธิบดีสหรัฐถ่ายภาพในทำเนียบขาวเพื่อสร้างภาพว่าไม่ได้ถูกตั้งข้อรังเกียจจากประขาคมโลก แต่ความจริงแล้ว หลังฉากการเจรจา ไม่ทราบว่ามีการเอาผลประโยชน์ของชาติเรื่องใดไปต่อรองแลกมาหรือไม่
แถมยังเอาภาษีของคนไทยจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินและค่าเบี้ยเลี้ยงคณะทำงานของผู้ที่อ้างตัวเป็นผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย เป็นเงินหลายสิบล้านบาท
ก่อนที่อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย จะจบด้วยบทสรุปสุดท้ายที่ว่า" หวังว่า การเดินทางไปสหรัฐครั้งนี้ ของพล.อ ประยุทธ์และคณะ จะไม่ใช่แผนพีอาร์สร้างภาพทางการเมืองของรัฐบาล โดยเอาผลประโยชน์ของชาติเข้าแลก"
---------------
