“ชาวนา ชาวไร่ เลี้ยงสัตว์”ยังชีพในครัวเรือน“ไม่มีผลกระทบไม่ต้องจ่ายค่าน้ำ”อกนิษฐ์ประธานกมธ.ฯออกโรงยันเอง เล็งเก็บเฉพาะ“ภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

“ชาวนา ชาวไร่ เลี้ยงสัตว์”ยังชีพในครัวเรือน“ไม่มีผลกระทบไม่ต้องจ่ายค่าน้ำ”อกนิษฐ์ประธานกมธ.ฯออกโรงยันเอง เล็งเก็บเฉพาะ“ภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

กลายเป็นข่าวเกรียวกราวที่เรียกเสียงก่นด่าจากชาวบ้าน ชาวนา คนไทยทั่วประเทศ  หลังคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ “สนช.  เตรียมออกร่างพ.ร.บ.ทรัพยากรนํ้า พ.ศ. ….  เพื่อเป็นกฏหมายกลางในการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ  ที่ปัจจุบันประเทศไทยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อยู่ถึง 42 หน่วยงาน และมีกฎหมายหลายฉบับเกี่ยวข้องทับซ้อนกัน ทั้ง พ.ร.บ. พ.ร.ก. กฎกระทรวง ประกาศต่างๆ แต่ยังไม่มีกฎหมายใดที่เป็นกฎหมายรักษาผลประโยชน์การใช้ทรัพยากรน้ำให้กับชาติ

 ล่าสุดสนช.เลยคิดออกกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา  โดยจะมีการเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียบที่เรียกว่า “ค่าใช้น้ำ” สำหรับการใช้น้ำเพื่อเกษตรกรรมและปศุสัตว์เข้ารัฐ ทั้งนี้ร่างพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ ดังกล่าวขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการของสนช. โดยจะมีทั้งสิ้น 9 หมวด 100 มาตรา  

ทั้งนี้หลังจากมีข่าวเรื่องรัฐบาลเตรียมออกกฎหมายเรียกเก็บค่าใช้น้ำกระจายออกไป ส่งผลให้ชาวบ้าน ชาวนา เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์  ออกมาประท้วงไม่เห็นด้วยและวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ว่ารัฐบาลรังแกคนจนเป็นอย่างมาก 
 

 

 

ล่าสุดพล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ. ทรัพยากรนํ้า สนช.  ออกมายืนยันผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์” ว่า จะไม่มีการเก็บค่าน้ำกับชาวนา ชาวไร่ เกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ และคนยากคนจนอย่างแน่นอน 

“ ผมยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ภาษีน้ำ เพราะไม่ใช้ทุกคนที่จะต้องจ่าย ใครใช้น้ำในบ้านก็ต้องจ่ายค่าน้ำประปาในครัวเรือนที่มีการบวกภาษีไปอยู่แล้ว  แต่กรณีนี้คือกรณีการใช้มวชน้ำธรรมชาติในภาคอุตสาหกรรมที่จำเป็นจะต้องจ่ายค่าใช้ในให้กับรัฐบาล  แต่ในส่วนชาวนาชาวไร่ เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ หรือคนจนคนทั่วไปที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำและใช้น้ำเพื่อการยังชีพ ทำนาทำไร่เลี้ยงสัตว์ ภายในครัวเรือนนั้นไม่ต้องจ่ายค่าใช้น้ำตามพ.ร.บ.นี้  ไม่ต้องห่วงไม่ต้องกังวลกับเรื่องนี้” พล.อ.อกนิษฐ์กล่าว 

พร้อมแจกแจงต่อว่า ในส่วนประเภทกิจการที่ต้องจ่ายค่าใช้น้ำตามพ.ร.บ.ใหม่นั้น  ในกฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า  ต้องเป็นการใช้น้ำเพื่อการเกษตรและเลี้ยงสัตว้พื่อการพาณิย์เท่านั้น ขยายความในที่นี้ก็คือต้องเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ๆ ที่ทำการปลูกข้าวหรือเลี้ยงสัวตซ์เชิงพาณิชย์

แต่ถ้าเป็นชาวบ้านปลูกข้าวเลี้ยงสัตว์ทำมาหากินเองในครัวเรือนแบบนี้ไม่ต้องจ่าย แต่กรณีเป็นโรงงานเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่  โรงแรม แหล่งท่องเที่ยว สนามกอล์ฟ ที่ใช้น้ำมากๆ แบบนี้ต้องจ่ายทั้งหมด  ส่วนกรณีที่เป็นชาวนา ชาวไร่ หรืเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ แต่มีจำนวนมากและแบ่งบางส่วนไปขายเชิงพาณิชย์ เรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการหารือและกำหนดรายละเอียด ว่าจะยกเว้นหรือเรียกเก็บอย่างไรเหื่อให้เกิดความเหมาะสมเป็นธรรม
 

 

“ ยืนยันว่าการดำเนินการออกพ.ร.บ.ฉบับนี้ ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้ลงพื้นที่ไปรับฟังความคิดเห็นประชาชน ภาคเอกชน ภาคราชการ มาแล้วครอบคลุม 29 จังหวัด  จากนี้ในวันที่ 17-18 ตุลาฯ ก็จะไปที่หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อรับฟังอีก 8 จังหวัด ก็จะครอบคลุม 37 จังหวัดทั่วประเทศ

ยืนยันว่าเรารับฟังทุกเสียง” พล.อ.อกนิษฐ์กล่าวและว่า  ก่อนหน้านี้ตนเองก็ได้หารือกับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้งคู่ก็ยืนยันเหมือนกันว่า หลักการจะไม่มีการเก็บค่าใช้น้ำจากชาวนา ชาวไร่ เกษตรกรอย่างเด็ดขาด

เรื่องนี้ต้องตามดูกันยาวๆ ว่าที่สุดแล้ว พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ ฉบับนี้ เมื่อคลอดออกมาแล้วหน้าตาจะเป็นอย่างไร และการเก็บ “ค่าน้ำ” จะออกมาโหดขนาดไหนและเรียกเก็บกับใครบ้าง เพราะล่าสุดเท่าที่หลุดออกมาเป็นข่าว  จะมีการคิดค่านํ้าอัตราตํ่าสุดที่  50 สตางค์ต่อลูกบาศก์เมตร  หากมีการใช้นํ้า 1 ไร่ ก็จะจ่ายค่าใช้นํ้าราว  800 บาท  ถ้ามากกว่านั้นก็ลองเอาคูณกันดู  ข่าวว่าสนช.เล็งออกกฎหมายฉบับนี้ให้เสร็จในเดือนตุลาคมนี้เลย   ผ่านสนช.อย่างไรค่อยไปตามดูกัน

//////////////////