- 03 ต.ค. 2560
เจ็บจี๊ดดด!!!ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลบิ๊กตู่ กระหน่ำตีไม่ยั้งแม้กระทั่งเรื่องพรม??!! หลังภาพเข้าพบทรัมป์-บิ๊กตู่ ชื่นมื่น ถูกตีข่าว
การเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาของคณะนายกรัฐมนตรี พล.อ ประยุทธ์ จันทรโอชา ระหว่างวันที่30ก.ย.-5ตค.โดยเฉพาะกับการพบปะหารืออย่างเป็นทางการระหว่างนายกรัฐมนตรี กับ ประธานาธิบดีสหรัฐ นาย โดนัลดิ์ ทรัมป์ ที่ห้องทำงานรูปไข่ ภายในทำเนียบขาว เป็นเวลากว่า30นาที ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างมากมาย
เพราะครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่สื่อต่างประเทศ รายงานว่าเป็นการพบปะกันระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐ และผู้นำเผด็จการของไทยที่มาจากการรัฐประหาร ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีภาพเช่นนี้ปรากฎในทำเนียบขาว การรายงานข่าวดังกล่าวเหมือนเป็นการตั้งคำถามว่า ทำไมจึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นได้ ขณะที่ฮิวแมนไรท์วอทช์ องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนโลกออกมาประณามว่า ทรัมป์ควรสนใจว่าประเทศไทยมีการละเมิดสิทธิมนุษย์ชนบ้าง
ส่วนฝ่ายประชาธิปไตยในไทยที่ต่อต้านรัฐบาลคสช. กับบุคคลที่ใช้ชื่อเฟสบุคว่า Pravit Rojanaphrukโพสต์ภาพพล.อ ประยุทธ์ และภรรยา กับประธานาธิบดีทรัมป์ และภรรยา ว่า รูปนี้เป็นบทเรียนแก่หนุ่มสาวที่โตไม่ทันยุคสงครามเย็นที่อเมริกาสนับสนุนเผด็จการทหารไทยว่า ถ้าผลประโยชน์ลงตัว อเมริกาก็พร้อมจับมือเชิญเผด็จการที่ก่อรัฐประหารยึดอำนาจประชาชนไปทำเนียบขาว โดยไม่สนใจเรื่องสิทธิฯหรือประชาธิปไตย ปล.เพื่อนนักข่าวเนชั่นถามผมว่าทำไมประยุทธ์และภรรยาจึงไม่ยืนบนพรมแดง ผมตอบว่าแกคงรู้ว่าใครใหญ่
บางรายโพสต์ว่า แทนที่จะปูพรมให้ลูกค้ายืน เจ้าของร้านขายอาวุธดันยืนเอง ...... งานนี้เรื่องพรม กลายมาเป็นประเด็นให้วิพากษ์วิจารณ์ตามมา แต่ไม่นานนักก็มีผู้เผยแพร่ภาพแขกของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาให้ได้เห็น ว่า ตามข้อเท็จจริงแล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ที่แขกของรัฐบาลสหรัฐจะยืนนอกพรมแดง โดยแสดงภาพให้เห็นในโลกออนไลน์
และนอกจากนี้ท่าทีของสื่อในสหรัฐอเมริกาก็มีเสียงวิจารณ์และถูกพูดถึงว่าสื่อสหรัฐไม่ได้ให้ความสนใจกับผู้นำไทยเท่าใดนัก สนใจแต่กรณีกราดยิงกลางคอนเสิร์ตที่ลาสเวกัสที่มีผู้เสียชีวิตเกือบ60ราย
แต่ก็มีคำยืนยันจากสื่ออาวุโสที่เคยตามคณะนายกรัฐมนตรี ในสมัยพล.อ ชาติชาย ชุณหะวัณ ไปสหรัฐอเมริกา ว่าสื่อสหรัฐไม่ได้ให้ความสนใจกับพล.อ ชาติชาย จนผู้นำสหรัฐต้องเอ่ยปากขึ้นมาเองว่า " จะมีใครถามนายกรัฐมนตรีไทยหรือไม่ " สรุปแล้วเหตุการณ์ทุกเหตุการณ์ถือเป็นเหตุการณ์ปกติที่เกิดขึ้น
แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือการพบปะกัน2ต่อ2ระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ กับ พล.อ ประยุทธ์ ต้องมีความสำคัญไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคงเป็นความเจ็บปวดอย่างรุนแรงของฝ่ายประชาธิปไตย ที่ต้องมาเจอกับภาพผู้นำประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาให้การต้อนรับพล.อ ประยุทธ์ จันทรโอชาและคณะ ซึ่งฝ่ายประชาธิปไตยโจมตีว่าเป็นพวกเผด็จการ เพราะนั่นเท่ากับว่าสหรัฐอเมริกาได้ประทับตรา รับรองให้กับผู้นำไทยไปแล้ว
