- 04 ต.ค. 2560
สื่อโซเชียลตรัง เดือด สท.นครตรัง โพสต์เฟซ “อัด” ฝ่ายบริหารไร้น้ำยาแก้ปัญหาท่วมฉับพลัน ปชช.เลือกมาแล้วหวังจะพึ่งได้
สื่อโซเชียลตรัง เดือด สท.นครตรัง โพสเฟซ “อัด” ฝ่ายบริหารไร้น้ำยาแก้ปัญหาท่วมฉับพลัน ปชช.เลือกมาแล้วหวังจะพึ่งได้ สท.จับมือเตรียมยื่นเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญถก “น้องน้ำ” “น้องสาทิตย์” บอก เพราะฝ่ายบริหารตัวจริงถูกแขวน นายกฯตัวจริง โทรหารักษาการแล้วปิดเครื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมฉบับพลันภายในเขตเทศบาลนครตรัง ซึ่งสาหัสที่สุดในรอบหลายสิบปี ตั้งแต่เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร หลายครัวเรือนได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะภายในหมู่บ้านเมืองตรังวิลเลจ ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง จนนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของผู้บริหารเทศบาลนครตรัง เกิดป้ายสนเท่ห์โจมตีการทำงานรับมือสถานการณ์น้ำของเทศบาลนครตรัง
รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดตรังอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะเทศบาลนครตรัง ซึ่งปัจจุบันเป็นชุดรักษาการ โดยนายกเทศมนตรีเทศบาลนครตรัง ก็ยังเป็นรองนายกเทศมนตรีรักษาแทนการนายกเทศมนตรี อีกทั้งผู้บริหารฝ่ายข้าราชการประจำ ก็ยังเป็นรองปลัดเทศบาลนครตรังรักษาการปลัดเทศบาลนครตรังเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ในหมู่สมาชิกสภาเทศบาลนครตรังได้จับกลุ่มกันวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของฝ่ายบริหารในการรับมือสถานการณ์ ตลอดจนการแก้ไขบรรเทา ว่ายังมีความล่าช้า โดยเฉพาะการเตรียมสภาพพื้นที่ในเรื่องระบบการระบายน้ำ การขุดลอกคูคลองภายในเขตเทศบาลนครตรังว่ามีความพร้อมและมีประสิทธิภาพหรือไม่
ล่าสุดนายพิชญะ ศิริศุภนนท์ สท.นครตรัง หรือ สท.เหล็ง สังกัดกลุ่มแม่น้ำตรังซึ่งเป็นสท.ฝ่ายค้าน ได้โพสข้อความบนเฟสบุ๊คชื่อ Pitchaya Sirisuppanon ถึงกรณีที่เกิดขึ้น โดยนายพิชญะระบุ ว่า เรื่องที่ผู้บริหารเทศบาลต้องคิด!! เหตุการณ์น้ำท่วมตัวเมืองตรังได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อพลบค่ำวันที่ 29 ก.ย.2560 ตั้งแต่6โมงเย็นของวันนั้น มีพายุฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนักติดต่อกันประมาณ3-4ชั่วโมง ปริมาณน้ำมีมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงตอนค่ำ พื้นที่แรกที่ท่วมคือบริเวณชุมชนหนองยวน หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงน้ำเริ่มเอ่อขึ้นมาบนถนนเพลินพิทักษ์(บริเวณหน้าวัดกุฏิยาราม)
ต่อเนื่องด้วย ถ.สังขวิทย์ หมู่บ้านเมืองตรังวิลเลจเริ่มกลายเป็นเมืองบาดาล พื้นที่ลุ่มบริเวณโซนหลังจวนผู้ว่าฯ ถ.ควนคีรี น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านประชาชนอย่างต่อเนื่อง ถนนวิเศษกุล บริเวณหน้าบ้านพักอัยการน้ำเอ่อขึ้นเรื่อยๆจนพื้นที่บริเวณซอยโกขาวน้ำท่วมครบ100% สุดท้ายน้ำเอ่อล้นขึ้นมาบนวิเศษกุล จนทำให้ต้องปิดการจราจรในช่วงประมาณ 05.30น. ของวันที่30 ก.ย.2560
นายพิชญะ ระบุต่อว่า แต่ก็เป็นเรื่องน่าแปลกที่บริเวณโรงรับจำนำบริเวณ ร.พ.ตรังชาตะ บริเวณทางเข้าโรงเรียนบูรณะรำลึก ไปจนถึงเขาแป๊ะช้อย น้ำกลับไม่ท่วมเลยแม้แต่นิดเดียว....ทั้งๆที่เป็นพื้นที่บริเวณคลองห้วยยางเหมือนกัน และยังเป็นพื้นที่ต่ำกว่าในตัวเมืองที่น้ำท่วมด้วยซ้ำไป ที่ต้องตั้งข้อสังเกตคือบริเวณที่น้ำท่วมเมืองในครั้งนี้ คือบริเวณพื้นที่ริมคลองห้วยยางทั้งหมด!! จะว่าปริมาณน้ำฝนมีมากจนน้ำท่วมเมืองตรังขนาดนี้ก็ไม่น่าเป็นไปได้
เพราะฝนมันตกทั่วหมดทั้งพื้นที่ แต่ในวันนั้นพื้นที่ลุ่มคลองน้ำเจ็ดกลับไม่มีน้ำท่วมเลยแม้แต่นิดเดียว บริเวณคลองนางน้อยก็ไม่ท่วมคลองไฟก็ไม่ท่วมน้ำในคลองอื่นๆทุกคลองที่อยู่ต่ำกว่าคลองห้วยยาง น้ำยังไม่เต็มคลองด้วยซ้ำไป!!! พื่นที่ต่ำกว่าซึ่งน้ำต้องท่วมก่อนในทุกครั้ง กลับไม่ท่วม ดันมาท่วมพื้นที่สูงกว่าซึ่งน้ำไม่เคยท่วมเลย ปรากฏการณ์ "ฝนตกทั่วฟ้า แต่น้ำท่วมไม่ทั่วถึง"ได้เกิดขึ้นมาแล้วจริงในพื้นที่ตัวเมืองตรัง!!!
“ผมต่อสายโทรศัพท์ไปพูดคุยกับ คุณเล็ก ไกรแสง ข้าราชการบำนาญ(อดีตนายช่างอาวุโส7 ของเทศบาลนครตรัง) สอบถามว่าคลองห้วยยางมีประตูน้ำมั๊ย ปรากฏว่าไม่มีประตูน้ำที่จะมาขวางทางน้ำ!! งั้นแสดงว่าสิ่งกีดขวางทางน้ำในคลองก็ไม่ใช่ประตูน้ำแล้ว เลยสอบถามต่อไปว่า
ท่อที่ลำเลียงน้ำเพื่อบำบัดน้ำเสียที่อยู่ริมคลองที่ไม่ได้สูบน้ำระบายไปยังบ่อบำบัดน้ำเสียมานานแล้วมีผลกับน้ำท่วมครั้งนี้มั๊ย คำตอบคือไม่ใช่ ผมว่าผู้บริหารเทศบาลคงต้องลงสำรวจพื้นที่คลองห้วยยางบริเวณซอยโกขาวไปจนถึง ร.พ.ตรังชาตะ ดูแล้วละครับ ถึงวันนี้ท่านอย่ามัวเดินถ่ายรูปเพื่อประชาสัมพันธ์ตัวเอง หรือมัวแต่นั่งวางแผนประชุมตามลำดับขั้น เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงไปสำรวจดูทันทีด้วยตัวพวกท่านเลยดีกว่าครับ จะได้กลับมาหาทางแก้ปัญหาให้ชาวบ้านได้ ตอนนี้ท่านมีอำนาจที่จะทำได้ ต้องรีบทำนะครับ...เพราะชาวบ้านเค้าตัดสินใจเลือกท่านมาแล้วเมื่อ6ปีก่อน ชาวบ้านเค้าก็คาดหวังว่าท่านจะบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้พวกเค้าได้”นายพิชญะระบุในที่สุด
ด้านนายสาวุฒิ วงศ์หนองเตย น้องชายนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีตส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ แกนนำกปปส. โพสผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวตั้งข้อสังเกตุ เช่นเดียวกันว่า น้ำที่ลงจากฟ้า และรอระบาย ท่านผู้ใหญ่ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย วิเคราะห์ให้ฟังหลายหนว่า มีแนวโน้มเป็นเช่นนี้คือ ลงมากในช่วงเวลาสั้น และสร้างความเสียหายหนัก เย็นถึงค่ำของ วันศุกร์ที่ 29 กันยายน ก็เกิดกับพื้นที่ ชาวบ้านโพธิ์และ หมู่ 5 บ้านทุ่งควน นาตาล่วง และลุกลามเข้าพื้นที่เศรษฐกิจในตลาดทับเที่ยง ตลอดแนวคลองห้วยยาง เหตุคือพื้นที่ดังกล่าวข้างต้นเป็นต้นน้ำของคลองห้วยยางที่ว่านี้
นายสาวุฒิระบุอีกว่า การมาของมวลน้ำ เป็นไปดัง ผญ.สาทิตย์ วิเคราะห์ นั่นคือ มันมาชนิดที่มากกว่าเหนือไปกว่า ความคาดหมาย แม้นประสบการณ์ในอดีตของ คนวัย 60-70 ปี เช่น บ้านฝั่งตรงข้าม โรงเรียนเทศบาลนาตาล่วงช่วงก่อนถึงปากทางเข้าบ่อนไก่ราว 800เมตร ก็ถูกระบุว่าไม่เคยพบตลอดอายุที่เกิดมา คือ มีน้ำจำนวนมาก ขอ ผ่านทาง จากหลังบ้านไป ทำให้น้ำสูงถึง 40-50 ซม. ในบ้าน น้ำส่วนนี้ไหลข้ามถนนเพชรเกษม ข้ามทางรถไฟไปลงทุ่ง กันกว้างเวิ้ง ที่หากถูกพัฒนาขึ้นวันใด ก็คือ ขวางทางน้ำ บริเวณนี้น้ำมาจาก เขาจำปา ซึ่งต้นน้ำ เป็นภูเขาดิน ที่รัฐให้สัมประทานแก่เอกชนไปแล้ว
นายสาวุฒิระบุอีกว่า คืนวันเกิดเหุตภัยน้ำท่วมนี้ ตนมีโอกาสพบท่านนายกเทศมนตรีเทศบาลนาตางล่วง ท่านบอกว่าจะเฝ้าระวัง และสั่งการพร้อม อันเนื่องจากเกรงว่าถ้าฝนลงต่อไปอีกต่อเนื่อง ภูเขาดินดังว่า "อาจจะ.. ถล่ม" นั่นจะเป็นความเสียประการใดอย่าเพิ่งไปคาดเดา เนื่องจากยังไม่เกิด และหวังกันว่า จะไม่เกิดขึ้น กลับมาทางคลองห้วยยาง ที่น้ำเหล่านั้นต้องไหลผ่านตัวเมืองทับเที่ยงย่านเศรษฐกิจ อยากให้ช่วยกันเดินตามกันไปว่า สุดสาย ปลายน้ำหน้าตาเป็นอย่างไร และท่านก็จะทราบว่ามันคือคลองปอน ที่เป็นตัวที แคบและไม่อยากเชื่อว่า มันถูกปล่อยปละละเลย ไม่คิดวิธี ระบายหากน้ำไหลหลากขนาดมี่เป็นเมื่อศุกร์ที่ 29 กันยายนที่ผ่านมานี้
“ความเศร้าสลดที่พบในเวลาวิกฤตินั้น เทศบาลนครตรัง นายกเทศมนตรีตัวจริงถูกคำสั่งตามมาตรา 44 ไม่ให้ทำหน้าที่ ท่านก็ได้เพียงเดินไปมาให้กำลังใจ ผมโทรเรียนสายกับท่านนายกฯตัวจริงที่ถูกมาตรา 44 ห้ามทำงาน จึงได้ทราบจากท่านว่า ตัวท่านนายกฯรักษาการณ์ นั้น ปลายสายโทรศัพท์ระบุว่า "หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้" และเมืองนี้ ท่านทราบไม่ครับว่า ปลัดเทศบาลฯ (ผู้บริหารสูงฝ่ายประจำ) ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งมานานมากแล้ว เรากำลังอยู่ในสถานะการณ์ แห่งความเสี่ยง ที่ยังคงอยู่ต่อไป
โดยส่วนตัวไม่มีอคติกับ ท่านใดและไม่เกิดฉันทาคติ โมหาคติ กระทั่งโทสา หรือภยาคติ แก่ใครทั้งสิ้น ผมเขียนในฐานะผู้ได้รับผลกระทบ เป็นมูลค่าหนึ่ง หวังเพียงว่าจะไปถึง ผู้มีส่วนที่มีพลังต่อการหาเหตุปัญหา ด้วยการแก้ไขป้องกันอย่างถูกวิธี เหตุที่เกิดแม้นไม่น้อย ผมเชื่อว่าเป็นแค่การเตือน ทั้งนี้ใครอยู่กับเหตุการณ์จะทราบว่า "บุญ" ที่ฝนหยุดแล้ว เราจะเสี่ยง แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน อย่างน้อย พ่อเมืองตรัง ท่านจะเป็นความหวังได้กระมัง”นายสาวุฒิระบุ
ขณะที่นายอภิชิต วิโนทัย นายกเทศมนตรีนครตรังซึ่งถูกให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 44 โฟสเฟสบุ๊คตอบสท.เหล็งว่า “ขอบใจเหล็งมากนะ ขอบคุณทุกความเห็นและขอชื่นชมพวกเราคนตรังทุกคนที่มีน้ำใจช่วยเหลือผู้เดือดร้อนและให้ความเห็นที่ดีที่มีประโยชน์ ขอเรียนสั้นๆว่า 1.ช่วงผมทำงานมีการวางแผนและรื้อลอกสวะเป็นประจำ โดยจัดชุดพิเศษถามสำนักช่างได้รวมทั้งช่างเล็กด้วย 2.เรื่องคลองแคบขยะอุดตันน่าจะเป็นความจริอยู่บ้าง
แต่ปริมาณฝนในอำเภอเมืองวันนั้น136มม.ซึ่งปกติที่ตรังตก100มม.ก็ท่วมอยู่แล้ว ข้อมูลจากพี่วุฒิชัย อุตุรุ่น1วิเชียรสนามบิน บอกผม 3.หากเราย้อนนึกภาพถนนในอดีตสายนาโยง สายสิเกาสายสนามบินฯลฯ คงพอมองเห็นภาพถนนสูงกว่าข้างทางที่ส่วนใหญ่เป็นนา เป็นที่ลุ่มรับน้ำ วันนี้เราจะเห็นว่าสายนาโยงและทุกสายทั้งรัฐและเอกชน ล้วนถมที่สูงกว่าถนนทุกสายที่รองรับน้ำจึงมีน้อย ถนนแทบทุกสายจึงกลายเป็นท่อรองรับน้ำจากที่ธรรมชาติและที่ที่ถม
นี่กระมังที่ล้นเกล้ารัชกาลที่9พระองค์จึงดำริเรื่องแก้มลิงให้พวกเรา 4.การบูรณาการเรื่องน้ำท่วมท้องถิ่นมีขีดความสามารถจำกัดทั้งเรื่องงบและพื้นที่คงต้องพึ่งผู้หลักผู้ใหญ่ทุกฝ่ายให้ช่วยกันคิดแก้ทั้งวิธีการและงบประมาณ เทศบาลนครตรังต้องขอขอบคุณข้อคิดเห็นและความห่วงใยทุกท่านด้วยใจจริงมาณที่นี้”
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับบรรยากาศการบริหารงานภายในเทศบาลนครตรังในขณะนี้ภายหลังว่างเว้นตำแหน่งนายกเทศมนตรีตัวจริง ทำให้ฝ่ายการเมืองแตกออกเป็นหลายฝ่าย ต่างฝ่ายต่างพยายามประคองสถานการณ์และอำนาจในกลุ่มตัวเองเพื่อรอการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งต่อไป ทำให้การบริหารงานทำได้แต่เพียงประคับประคองงานประจำตามปกติเท่านั้น เมื่อเกิดสถานการณ์พิเศษดังกรณีน้ำท่วมฉับพลันที่เกิดขึ้นรุนแรงครั้งนี้
ทำให้เทศบาลนครตรังโดยเฉพาะฝ่ายบริหารถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความรับผิดชอบต่ออกรณีที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ในกลุ่มสท.นครรังหลายคนกำลังปรึกษาหารือกันว่าจะยื่นเรื่องต่อนายประสาน อ่อนน้อม ประธานสภาเทศบาลนครตรัง เพื่อนำปัญหาที่เกิดขึ้นเข้าหารือในที่ประชุมสภาสมัยสามัญปัจจุบันที่มีการเปิดขยายระยะเวลาต่อไปอีก 30 วันนับตั้งแต่วันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเนื่องจากเวลาล่วงเลยมานานแล้ว
หากไม่สามารถนำเรื่องปัญหาน้ำท่วมเข้าพิจารณาในสมัยประชุมสามัญได้ทัน ก็จะรวบรวมรายชื่อสท.เพื่อยื่นญัตติขอเปิดประชุมสภาฯสมัยวิสามัญขึ้นเป็นกรณีพิเศษผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดตามระเบียบ เพื่อระดมความคิดเห็นหาทางออกตลอดจนมาตรการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในระยะยาว และการเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นต่อไป
