- 05 ต.ค. 2560
เสื่อมทุกวงการ ขาดจรรยาบรรณ!! แฉหมอหัวใจเรียกห้าหมื่นลัดคิวรักษา
เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา สมาชิกพันทิป 4115320 ได้ตั้งกระทู้ “คุณไม่รักษากับหมอ ดวงไม่ดีแล้ว”
โดยระบุข้อความดังนี้ ผู้หญิงรายหนึ่ง เจ็บที่หน้าอก จึงไปหาหมอให้เดินสายพานทดสอบหัวใจ หมอบอกว่าอาจจะเป็นโรคหัวใจแต่ไม่ชัดเจนจึงควรได้รับการตรวจเพิ่มเติมให้แน่ใจเธอตัดสินใจจะไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งที่เธอมีสิทธิ์ประกันสังคมอยู่เธอไปหาหมอคนที่ 2 ที่คลินิกก่อน (หมอทำงานในโรงพยาบาลรัฐที่เธอมีสิทธิ์ประกันสังคม) ตั้งใจว่าแค่จะสอบถามปรึกษาเกี่ยวกับโรคและการเข้าไปรักษาในโรงพยาบาลรัฐให้สะดวกขึ้น
หมอคนที่ 2 บอกเธอว่า “คุณเป็นโรคหัวใจแน่นอน” “ต้องฉีดสีตรวจหลอดเลือดหัวใจ” เธอถามหมอว่ามีวิธีการตรวจอื่นหรือไม่หมอตอบว่า “ไม่มีครับที่นี่ แต่มีที่ศิริราชที่เดียว”(เธอมีภูมิลำเนาอยู่ห่างจากกรุงเทพประมาณ 1,000 กิโลเมตร) “คุณต้องไปรอคิวที่นั่นอยู่ดี คุณจะรอไหวหรือ ไหนจะค่าเดินทาง”เธอยิ่งกังวล ยิ่งกลัวกับคำที่ว่า “คุณจะรอไหวเหรอ”
หมอนัดให้เธอไปที่โรงพยาบาลรัฐที่หมอทำงานอยู่และเธอเองมีสิทธิ์ประกันสังคมอยู่ด้วย ในวันรุ่งขึ้น ซึ่งตรงกับวันพฤหัสต้นเดือนสิงหาคม 2560 เมื่อหมอเข้ามาที่ห้องรอฉีดสีหัวใจเธอได้ยินหมอพูดกับคุณลุงผู้ป่วยคนหนึ่งที่รอคิวฉีดสีอยู่ว่า “ลุง ของลุงต้องงดไปก่อนนะ วันนี้หมอเหนื่อยแล้ว ทำไม่ไหว” หมอยังพูดกับคุณยายอีกคนว่า “ยาย ผมบอกแล้วว่าให้มารักษากับผม ทำไมยายไม่มารักษากับผม” ยายตอบว่า “ยายไม่มีเบี้ย” วันนั้น เธอได้รับการฉีดสีตรวจหลอดเลือด ในเวลาราชการ ผลการการตรวจเป็นปกติเธอไม่มีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
ไหนหมอบอกว่าจะทำนอกเวลาราชการ แต่ที่ทำเป็นเวลาราชการ ค่าอะไรที่เสียไป 50,000 บาท เครื่องไม้เครื่องมือทุกอย่าง รวมถึงเวลาเป็นของราชการ ที่สำคัญ ทำไมหมอไม่ฉีดสีให้คุณลุงคนนั้น ถ้าเธอไม่เสียเงินให้หมอ คุณลุงก็อาจได้ฉีดสี ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเธอเข้ามาเบียดแทรกคิวของคุณลุงหรือเปล่า เธอรู้สึกผิดและสงสารลุงคนนั้น
เธอตัดสินใจไปคุยกับญาติของคุณยายที่บอกว่าไม่มีเบี้ย ญาติบอกว่า เคยต้องเสียเงินไปเป็นแสน ที่คลินิกแห่งนี้ ตอนหลังพอยายรู้ว่าเสียเงินมาก ยายเลยยอมเจ็บ ไม่มารักษา กลัวลูกหลานเสียเงิน ครั้งนี้ยายทนเจ็บไม่ไหวแล้วจริงๆ เลยเข้ามาโรงพยาบาล ไม่คิดว่าจะเจอหมอคนนี้อีก
หลังจากออกมาจากโรงพยาบาล เธอเริ่มหาข้อมูล จึงรู้ว่า ยังมีโรงพยาบาลอื่นๆอีก ในจังหวัดที่เธออยู่ ทั้งโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย และโรงพยาบาลเอกชน ที่สามารถฉีดสี หรือทำเอกซเรย์ คอมพิวเตอร์ ก็ได้ นี่หมอต้องโกหกขนาดนี้เลยหรือ หมอไม่ยอมให้ข้อมูลที่เป็นจริง เพื่อกันไม่ให้ไปรักษาที่อื่น โกหกว่าที่ รพ อื่น ทำไม่ได้ ที่ รพ ไม่มียาต้องรับยาที่คลินิก ยิ่งไปกว่านั้นเธอพบว่าหากไปรักษาโรงพยาบาลเอกชน เธอจะจ่ายค่าฉีดสีรวมถึงค่านอนโรงพยาบาล เพียงครึ่งเดียวของที่เธอเสียไป เธอสงสัยว่าในโรงพยาบาลรัฐแห่งนั้นมีระบบคิวการรักษาอย่างไร พอจ่ายเงินก็เข้าไปแทรกคิว ทำในเวลาราชการได้ง่ายๆเลยหรือ
ยิ่งสืบยิ่งเจอ หมอคนนี้ เพิ่งถูกร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม ด้วยเรื่องทำนองเดียวกันนี้ มาเมื่อเดือน มิถุนายน 2560 นี่เอง ผ่านมาไม่ถึง 2 เดือน หมอก็ทำอีก ไม่ยอมหยุด จะปล่อยให้หมอคนนี้ทำแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน คนที่เสียเงินแล้วอยู่เงียบๆ มีอีกกี่คน น่าจะมากกว่าคนที่ออกมาร้องเรียน ลองอ่านจดหมายร้องเรียนของคนไข้อีกคนดูนะ
ถ้าไม่อ่าน คุณอาจเจอหมอที่พูดประโยคแบบนี้ก็ได้ “คุณไม่รักษากับหมอ ดวงไม่ดีแล้ว”
ขอบคุณ สมาชิกพันทิป 4115320
