”บิ๊กตู่” เผยยันกับทรัมป์ไทยยึดเป็นกลางอยากเห็นสันติสุขในภูมิภาค

”บิ๊กตู่” เผยยันกับทรัมป์ไทยยึดเป็นกลางอยากเห็นสันติสุขในภูมิภาค

“บิ๊กตู่” เผยยันกับทรัมป์ไทยยึดเป็นกลางอยากเห็นสันติสุขในภูมิภาค  แจงผู้นำสหรัฐฯไม่อยากเห็นการใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาคาบสมุทรเกาหลี หนุนแนวทางนั่งโต๊ะเจรจา เล็งขยายความร่วมมือมั่นคงกับอเมริกา  ยอมรับมีไอซิสเข้าไทยแต่ไม่พบการแสดงตัวหรือเคลื่อนไหวใช้อาวุธ 
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย วันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม 2560 เวลา 20.15 น.  โดยกล่าวถึงการพบหารือกับนายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐแบบสองต่อสอง  หรือ (four –eye meeting)  ถึงประเด็นของความมั่นคงในภูมิภาคว่า   ได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันในเรื่องมุมมองของไทยต่อบทบาทของจีนในภูมิภาค  ก็พูดไปว่าไทยก็มองจีนเป็นมิตร และจะร่วมมือกันในประเด็นที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ในด้านเศรษฐกิจ เราเองก็มีความเป็นเอกเทศ ในเชิงนโยบาย เพราะฉะนั้นจีนมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ และการค้าที่ใกล้ชิดกันกับประเทศในอาเซี่ยนทุกประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า  สำหรับปัญหาเรื่องทะเลจีนใต้นั้น ก็เป็นเรื่องที่ส่งผลต่อความไว้เนื้อเชื่อใจ และความไว้วางใจระหว่างจีนกับอาเซี่ยน ทางสหรัฐและเราอาเซี่ยน ในนามอาเซี่ยนก็ขอให้สหรัฐสนับสนุนบทบาทความเป็นกลาง แกนกลาง และความเป็นหนึ่งเดียวของอาเซี่ยนในการที่จะเจรจาแก้ปัญหาโดยสันติวิธี สำหรับประเทศไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้ง ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องในเรื่องดินแดนอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น แต่เราต้องสนับสนุนในเรื่องของการทำให้เป็นทะเลแห่งสันติภาพ   ในส่วนของประเด็นเกาหลีเหนือ อันนี้เป็นประเด็นร้อน ซึ่งไม่ได้เป็นการคาดคั้นอะไรกัน เพียงแต่ว่าได้สอบถามความคิดเห็นของเรากับเกาหลีเหนือ ไทยเองก็ยืนยันว่า 
“ เราต้องการเห็นความสงบในคาบสมุทรเกาหลี การแก้ปัญหาที่ไม่ก่อให้เกิดความรุนแรง และก็พร้อมที่จะร่วมมือกับสหรัฐ และประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อจะผลักดันให้เกาหลีเหนือนั้นกลับไปสู่โต๊ะเจรจา มากกว่าที่เราจะไปสู่ความรุนแรงระหว่างกัน อันนี้ก็ต้องหารือกันต่อไป ประเทศไทยก็ได้ทำตามพันธะสัญญามติสหประชาชาติทั้งสองข้างไปแล้ว และหลายอย่างเราก็ริเริ่มเอง อาทิ การลดความร่วมมือ การลด การควบคุมในเรื่องของการทำงานต่าง ๆ  ก็น้อยมาก อันนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญในประเด็นร้อน” นายกฯกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า  สำหรับความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทยกับสหรัฐฯ  เราก็ยืนยันถึงความสำคัญของการฝึกคอบบร้าโกลด์ซึ่งมีการฝึกร่วมกันมาถึง 35 ปีแล้ว มี 28 ประเทศที่ร่วมทำการฝึก แล้วเราก็ต้องการความร่วมมือจากสหรัฐในด้านการวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีป้องกันประเทศเพราะสหรัฐอมริกาเป็นประเทศชั้นนำ ในเรื่องเหล่านี้ เราไม่ได้มีอาวุธเอาไว้เพื่อจะสู้รบกัน  เรามีไว้เพื่อไม่ให้เกิดการรบกัน ทำให้ขาดศักยภาพทางสงครามเท่านั้นเอง ก็คิดว่ายังมีความจำเป็นอยู่ อีกเรื่องคือ ภัยการก่อการร้าย 

“วันนี้ผมยืนยันว่ายังไม่พบการเคลื่อนไหวของ ไอซิส ในประเทศไทย แม้จะมีข่าวอยู่บ้าง ก็เป็นเรื่องของการลักลอบหรืออะไรทำนองนี้ ยังไม่มีเรื่องของการใช้อาวุธ ไม่มีเรื่องของการแสดงตัวออกมา ก็เหมือนการผ่านแดนอะไรหรือไม่ รู้สึกจะพบอยู่ครั้ง สองครั้งที่มี เพียงแต่เป็นชื่อ สำหรับในประเทศไทยก็ยังไม่มีใครที่จะไปร่วมการสู้รบ  อาจจะเห็นในเว็ปไซต์  ซึ่งวันนี้คนจะเขียนอะไรก็ได้ในเว็ปไซต์ เราก็ไม่ได้มีการติดตาม  เราก็ไม่เกี่ยวข้อง บางที่เอาสนุกก็เขียนไปเรื่อย ๆ  ใครชวนอะไรก็เห็นด้วยไปหมด วันนี้ต้องระมัดระวังการใช้โซเชียล” นายกฯกล่าว
////////////////