ไม่ได้วิกลจริต !?!? เปิดภาพล่าสุด “ศ.ระพี สาคริก” ปราชญ์แห่งแผ่นดิน ลูกศิษย์ใกล้ชิดยันอาจารย์  ไม่ได้ “วิกลจริต” ตามความหมายคนทั่วไป

ไม่ได้วิกลจริต !?!? เปิดภาพล่าสุด “ศ.ระพี สาคริก” ปราชญ์แห่งแผ่นดิน ลูกศิษย์ใกล้ชิดยันอาจารย์ ไม่ได้ “วิกลจริต” ตามความหมายคนทั่วไป

ตามความคืบหน้า “บิดาแห่งกล้วยไม้ไทย”  ร่วมให้กำลังใจ  “ศ.ระพี สาคริก” ปราชญ์แห่งแผ่นดิน ลูกศิษย์ใกล้ชิดยันอาจารย์  ไม่ได้ “วิกลจริต” ตามความหมายคนทั่วไป  แม้ความจำเสื่อมตอบสนองช้า  แต่ยังทำหลายเรื่องราวได้ดี

สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้กรณีที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางมีคําสั่งเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2560 ให้ นายระพี สาคริก เป็นคนไร้ความสามารถ และให้อยู่ในความอนุบาลของนางมาลีกันยา สาคริก  ผู้ร้องซึ่งเป็นบุตรสาว  อันเนื่องมาจากกรณีศ.ระพี ป่วยเป็นโรคเส้นเลือด ในสมองตีบ โรคพาร์กินสัน มีอาการสมองเสื่อมและโรคถุงลมเรื้อรัง ไม่สามารถประกอบกิจการงานและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องมีคนคอยดูแลตลอดเวลา อาการดังกล่าวถือว่าเป็นบุคคลวิกลจริต ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 28

 

ไม่ได้วิกลจริต !?!? เปิดภาพล่าสุด “ศ.ระพี สาคริก” ปราชญ์แห่งแผ่นดิน ลูกศิษย์ใกล้ชิดยันอาจารย์  ไม่ได้ “วิกลจริต” ตามความหมายคนทั่วไป

เฟซบุ้คของนายภาสกร จำลองราช อดีตผู้สื่อข่าวการเมืองหนังสือพิมพ์มติชน ปัจจุบันผู้สื่อข่าวสำนักข่าวชายขอบ  ที่ชื่อ “Paskorn Jumlongrach”  ซึ่งเป็นลูกศิษย์และมีความใกล้ชิดได้เขียนความคืบหน้าอาการป่วยของ ศ.ระพี สาคริก  ความว่า  

 

อันเนื่องจากราชกิจจาเรื่องศ.ระพี สาคริก  อ่านข่าวศ.ระพี สาคริก

ซึ่งในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา(http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DA…/PDF/2560/D/080/116.PDF) เผยแพร่ประกาศศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ที่มีคำสั่งให้ท่านเป็นคนไร้ความสามารถและให้อยู่ในความอนุบาลของนางมาลีกันยา สาคริก บุตรสาว แล้วหลายคนรู้สึกเป็นห่วงท่านอาจารย์ 

ผมสอบถามไปยังบุตรสาวท่านอาจารย์ ได้รับคำตอบดังนี้ครับ  “ โรงพยาบาลพระมงกุฏ(ซึ่งศ.ระพี เข้ารับการรักษาตัวตั้งแต่แรก)ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาอาการของคุณพ่อในฐานะบุคคลที่มีชื่อเสียง แต่งตั้งกรรมการพิเศษ 8 ท่าน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ คณะแพทย์ลงตวามเห็นว่าคุณพ่อสมองเสื่อมจากพาร์กินสัน ไม่สามารถรักษาให้หายได้ ทำได้แค่ประคับประคอง และศาลตัดสินตั้งแต่คุณพ่อยังนอนอยู่ที่โรงพยาบาล ว่าคุณพ่อไม่สามารถทำนิติกรรมใดๆเองได้ด้วยตนเอง”

ผมถามเรื่องที่เขียนไว้ในราชกิจจาที่ระบุว่าท่าน “วิกลจริต”  ซึ่งดูร้ายแรง ได้รับคำชี้แจงว่า “เป็นภาษากฏหมายที่ใช้ในประกาศเหมือนกับเป็นแบบฟอร์ม”   ผมได้ไปเยี่ยมท่านครั้งล่าสุดราวกลางเดือนสิงหาคม อาการของท่านศ.ระพีดูดีขึ้นกว่าเมื่อตอนอยู่โรงพยาบาลด้วยซ้ำ แต่ระบบความจำที่เสื่อมลงทำให้ท่านตอบสนองทางความคิดช้า แต่ยังคงจำหลายเรื่องหลายราวได้เป็นอย่างดี และไม่มีอาการ “วิกลจริต”  ในนิยามที่คนทั่วไปเข้าใจ ซึ่งไม่น่าจะเป็นเรื่องแปลกของผู้สูงอายุในวัยย่างปีที่ 95  ( หมายเหตุ-ในภาพครูแดง-เตือนใจ ดีเทศน์ ได้ไปเยี่ยมศ.ระพี โดยมีภริยาของท่านอาจารย์ยืนเคียงคู่)

ไม่ได้วิกลจริต !?!? เปิดภาพล่าสุด “ศ.ระพี สาคริก” ปราชญ์แห่งแผ่นดิน ลูกศิษย์ใกล้ชิดยันอาจารย์  ไม่ได้ “วิกลจริต” ตามความหมายคนทั่วไป

 

ไม่ได้วิกลจริต !?!? เปิดภาพล่าสุด “ศ.ระพี สาคริก” ปราชญ์แห่งแผ่นดิน ลูกศิษย์ใกล้ชิดยันอาจารย์  ไม่ได้ “วิกลจริต” ตามความหมายคนทั่วไป

ไม่ได้วิกลจริต !?!? เปิดภาพล่าสุด “ศ.ระพี สาคริก” ปราชญ์แห่งแผ่นดิน ลูกศิษย์ใกล้ชิดยันอาจารย์  ไม่ได้ “วิกลจริต” ตามความหมายคนทั่วไป

 

ประวัติคร่าวๆของ ศ.ระพี สาคริก สมรสกับคุณกัลยา มนตริวัตร (บุตรีขุนพิชัยมนตรี หัวหน้าเสรีไทยสายกาญจนบุรีในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2) มีบุตร 4 คน เป็นชาย 3 คน ได้แก่ นาย รวิวรรณ สาคริก นาย พีระพงศ์ สาคริก อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย นาย วงษ์ระวี สาคริก ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร บริษัท พีพี พาราวูด จำกัด   และบุตรสาว 1 คน ได้แก่ นางสาว มาลีกันยา สาคริก  อดีตเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นราษฎรอาวุโส นักวิจัย นักวิชาการเกษตรผู้บุกเบิกวงการกล้วยไม้ของประเทศไทยสู่สากล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบันอาศรมศิลป์  

เมื่อ พ.ศ. 2533 ศาสตราจารย์ระพี สาคริกได้ลาออกจากตำแหน่งประจำต่างๆ ที่ท่านดำรงทั้งภาคราชการ กึ่งราชการและภาคเอกชน เพื่อหันมาใช้ชีวิตที่สงบและเรียบง่าย เหลือเพียงการเป็นที่ปรึกษาให้วิทยาทานด้วยการบรรยาย สัมมนา โดยเฉพาะด้านการพัฒนาชนบทและเยาวชนที่เน้นด้านคุณธรรมและจริยธรรม ก่อนป่วยจนศาลมีคำสั่งดังที่เป็นข่าว  ทั้งนี้ ศ.ระพี สาคริก ถือเป็นเสาหลักด้านวิชาการให้เกษตรกรไทยมานานเกือบศตวรรษที่ผ่านมา

โดยมีกล้วยไม้เป็นเครื่องมือสำคัญ จากเดิมที่กล้วยไม้ปลูกและนิยมอยู่ในมือคนมีฐานะกลุ่มเล็กๆแต่อ.ระพีได้วิจัยและเผยแพร่จนทำให้กล้วยไม้เป็นของคนทั่วไป  สังคมและคนในวงการได้ยกย่องกล่าวขานท่านให้เป็น “บิดาแห่งกล้วยไม้ไทย”