- 09 ต.ค. 2560
ไม่ได้วิกลจริต !?!? เปิดภาพล่าสุด “ศ.ระพี สาคริก” ปราชญ์แห่งแผ่นดิน ลูกศิษย์ใกล้ชิดยันอาจารย์ ไม่ได้ “วิกลจริต” ตามความหมายคนทั่วไป
ตามความคืบหน้า “บิดาแห่งกล้วยไม้ไทย” ร่วมให้กำลังใจ “ศ.ระพี สาคริก” ปราชญ์แห่งแผ่นดิน ลูกศิษย์ใกล้ชิดยันอาจารย์ ไม่ได้ “วิกลจริต” ตามความหมายคนทั่วไป แม้ความจำเสื่อมตอบสนองช้า แต่ยังทำหลายเรื่องราวได้ดี
สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้กรณีที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางมีคําสั่งเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2560 ให้ นายระพี สาคริก เป็นคนไร้ความสามารถ และให้อยู่ในความอนุบาลของนางมาลีกันยา สาคริก ผู้ร้องซึ่งเป็นบุตรสาว อันเนื่องมาจากกรณีศ.ระพี ป่วยเป็นโรคเส้นเลือด ในสมองตีบ โรคพาร์กินสัน มีอาการสมองเสื่อมและโรคถุงลมเรื้อรัง ไม่สามารถประกอบกิจการงานและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องมีคนคอยดูแลตลอดเวลา อาการดังกล่าวถือว่าเป็นบุคคลวิกลจริต ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 28
เฟซบุ้คของนายภาสกร จำลองราช อดีตผู้สื่อข่าวการเมืองหนังสือพิมพ์มติชน ปัจจุบันผู้สื่อข่าวสำนักข่าวชายขอบ ที่ชื่อ “Paskorn Jumlongrach” ซึ่งเป็นลูกศิษย์และมีความใกล้ชิดได้เขียนความคืบหน้าอาการป่วยของ ศ.ระพี สาคริก ความว่า
อันเนื่องจากราชกิจจาเรื่องศ.ระพี สาคริก อ่านข่าวศ.ระพี สาคริก
ซึ่งในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา(http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DA…/PDF/2560/D/080/116.PDF) เผยแพร่ประกาศศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ที่มีคำสั่งให้ท่านเป็นคนไร้ความสามารถและให้อยู่ในความอนุบาลของนางมาลีกันยา สาคริก บุตรสาว แล้วหลายคนรู้สึกเป็นห่วงท่านอาจารย์
ผมสอบถามไปยังบุตรสาวท่านอาจารย์ ได้รับคำตอบดังนี้ครับ “ โรงพยาบาลพระมงกุฏ(ซึ่งศ.ระพี เข้ารับการรักษาตัวตั้งแต่แรก)ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาอาการของคุณพ่อในฐานะบุคคลที่มีชื่อเสียง แต่งตั้งกรรมการพิเศษ 8 ท่าน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ คณะแพทย์ลงตวามเห็นว่าคุณพ่อสมองเสื่อมจากพาร์กินสัน ไม่สามารถรักษาให้หายได้ ทำได้แค่ประคับประคอง และศาลตัดสินตั้งแต่คุณพ่อยังนอนอยู่ที่โรงพยาบาล ว่าคุณพ่อไม่สามารถทำนิติกรรมใดๆเองได้ด้วยตนเอง”
ผมถามเรื่องที่เขียนไว้ในราชกิจจาที่ระบุว่าท่าน “วิกลจริต” ซึ่งดูร้ายแรง ได้รับคำชี้แจงว่า “เป็นภาษากฏหมายที่ใช้ในประกาศเหมือนกับเป็นแบบฟอร์ม” ผมได้ไปเยี่ยมท่านครั้งล่าสุดราวกลางเดือนสิงหาคม อาการของท่านศ.ระพีดูดีขึ้นกว่าเมื่อตอนอยู่โรงพยาบาลด้วยซ้ำ แต่ระบบความจำที่เสื่อมลงทำให้ท่านตอบสนองทางความคิดช้า แต่ยังคงจำหลายเรื่องหลายราวได้เป็นอย่างดี และไม่มีอาการ “วิกลจริต” ในนิยามที่คนทั่วไปเข้าใจ ซึ่งไม่น่าจะเป็นเรื่องแปลกของผู้สูงอายุในวัยย่างปีที่ 95 ( หมายเหตุ-ในภาพครูแดง-เตือนใจ ดีเทศน์ ได้ไปเยี่ยมศ.ระพี โดยมีภริยาของท่านอาจารย์ยืนเคียงคู่)
ประวัติคร่าวๆของ ศ.ระพี สาคริก สมรสกับคุณกัลยา มนตริวัตร (บุตรีขุนพิชัยมนตรี หัวหน้าเสรีไทยสายกาญจนบุรีในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2) มีบุตร 4 คน เป็นชาย 3 คน ได้แก่ นาย รวิวรรณ สาคริก นาย พีระพงศ์ สาคริก อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย นาย วงษ์ระวี สาคริก ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร บริษัท พีพี พาราวูด จำกัด และบุตรสาว 1 คน ได้แก่ นางสาว มาลีกันยา สาคริก อดีตเคยได้รับการแต่งตั้งเป็นราษฎรอาวุโส นักวิจัย นักวิชาการเกษตรผู้บุกเบิกวงการกล้วยไม้ของประเทศไทยสู่สากล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบันอาศรมศิลป์
เมื่อ พ.ศ. 2533 ศาสตราจารย์ระพี สาคริกได้ลาออกจากตำแหน่งประจำต่างๆ ที่ท่านดำรงทั้งภาคราชการ กึ่งราชการและภาคเอกชน เพื่อหันมาใช้ชีวิตที่สงบและเรียบง่าย เหลือเพียงการเป็นที่ปรึกษาให้วิทยาทานด้วยการบรรยาย สัมมนา โดยเฉพาะด้านการพัฒนาชนบทและเยาวชนที่เน้นด้านคุณธรรมและจริยธรรม ก่อนป่วยจนศาลมีคำสั่งดังที่เป็นข่าว ทั้งนี้ ศ.ระพี สาคริก ถือเป็นเสาหลักด้านวิชาการให้เกษตรกรไทยมานานเกือบศตวรรษที่ผ่านมา
โดยมีกล้วยไม้เป็นเครื่องมือสำคัญ จากเดิมที่กล้วยไม้ปลูกและนิยมอยู่ในมือคนมีฐานะกลุ่มเล็กๆแต่อ.ระพีได้วิจัยและเผยแพร่จนทำให้กล้วยไม้เป็นของคนทั่วไป สังคมและคนในวงการได้ยกย่องกล่าวขานท่านให้เป็น “บิดาแห่งกล้วยไม้ไทย”
