- 14 ต.ค. 2560
สังคมขี้อิจฉา ดราม่า “พี่ตูน” คนใจแคบอยากโชว์ภูมิ จับเรื่องกระพี้ ตีกิน เมินเจตนาดี-ความตั้งใจ
การกระแซะกระแนะกระแหน “ตูน บอดี้สแลม” หรือนายอาทิวราห์ คงมาลัย นักร้องวงร็อคเบอร์ 1 ของเมืองไทย กับการวิ่งการกุศลหาเงินช่วยเหลือโรงพยาบาลหลายแห่ง ไม่มีอะไรไปมากกว่าการไม่ชอบรัฐบาล ยิ่งเป็นรัฐบาลทหารยิ่งไม่ชอบ เพราะหนึ่งในโรงพยาบาลที่ตูน จะนำเงินไปบริจาคการนั้น คือโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ซึ่งเป็นโรงพยาบาลทหาร ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
โครงการ “ก้าวคนละก้าว” เป็นการวิ่งระยาทาง 2,191 กิโลเมตร จากเบตง ถึงแม่สาย ใช้เวลา 2 เดือน ตั้งเป้าหาเงิน 700 ล้าน เข้า 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษาและคุณภาพชีวิตผู้ป่วยในโรงพยาบาล รวมถึงเป็นขวัญกำลังใจให้ หมอ พยาบาลผู้เสียสละทั่วประเทศ
นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “โลกสวย ๆ what a beautiful world ! โลกสวย ๆ what a beautiful world !
นายสุเจน กรรพฤทธิ์ นักเขียนนิตยสารคดี โพสต์ว่า “ใครอยากจ่ายให้พี่ตูนตามสบายนะครับ ผมไม่ขัดศรัทธา แต่ในสภาพนี้ อย่าว่าแต่สิบบาทเลย พี่ตูนจะไม่ได้เงินแม้แต่บาทเดียว ถ้าพี่ตูนอยู่ในถ้ำ ไม่รับข่าวสาร ว่าใครเอาภาษีเราไปชอปปิ้ง ฮ เรือดำน้ำ ฯลฯ แต่บอกไม่มีเงินมาบำรุงคุณภาพชีวิตคนในชาติ ผมจะไม่ว่าเลย
นี่ตกท่อมาก็แล้ว วิ่งมากี่รอบแล้ว ข่าวชอปปิ้งอาวุธออกมากี่รอบแล้ว ยังคิดไม่เป็นอีก ว่าต้องขอเงินใคร จะโง่ไปถึงไหนครับพี่ ว่าการวิ่งของพี่ตูน มันคือการกลบปัญหาให้รัฐบาลทหาร ตอบสนองพวกสลิ่มในทุ่งลาเวนเดอร์ไปวันๆ แก้ปัญหาระยะสั้น แต่ระยะยาว ไม่ได้แก้อะไรเลย”
ยังไม่รวมบรรดาเซเลบและคนที่พยายามอยากเป็นเซเลบอีกจำนวนหนึ่ง ที่ออกมากล่าวหา ว่าการกระทำของนักร้องหนุ่ม ถือเป็นเรื่องอ่อนด้อย ไร้เดียงสา เป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุด พวกเขายังอาศัยโครงการของตูน บอดี้สแลม ด่ากองทัพ โดยความเห็นส่วนใหญ่เป็นไปประมาณว่า วิ่งให้ตายแค่ไหนก็ไม่ให้ทำอะไรดีขึ้น “ดูอย่างกองทัพสิ เอางบไปซื้ออาวุธ ไม่เห็นมาสนใจเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเลย” ประมาณนั้น
กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการของตูน บอดี้สแลม ส่วนใหญ่ไม่ชอบทหารเป็นทุนเดิม จึงถือโอกาสนี้ ยืมโครงการของตูน บอดี้สแลม ด่าทหารเสียเลย โดยไม่มองถึงเจตนาที่แท้จริงของนักร้องหนุ่ม ว่าแท้จริงแล้ว อะไรคือสาเหตุของความมุ่งมั่นครั้งนี้ และผลดีจากโครงการครั้งนี้ มีอะไรบ้าง
ไม่ว่าจะเป็น เป้าประสงค์หลัก คือการได้ช่วยเหลืออุปกรณ์ทางการแพทย์แก่โรงพยาบาล และผลที่ตามมาอีกมากมาย เช่น การสร้างกระแสให้คนไทยกระหนักถึงสังคมแห่งการให้ การแบ่งปัน ทำให้คนในสังคมรู้ว่า เราสามารถทำอะไรได้มากมาย โดยไม่จำเป็นที่ง้องบประมาณจากภาครัฐ รวมถึงทำให้คนสนใจในการออกกำลังกาย ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาคนล้นโรงพยาบาล ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องดีและเป็นแบบอย่างให้กับเยาวชนไทยได้
กระนั้น คนที่วิจารณ์ตูน ก็มองแต่กระพี้ แล้วกลบเกลื่อนเป้าประสงค์หลัก เมินเจตนาดีที่นักร้องคนดังพยายามจะสื่อออกไป
แน่นอน กองทัพก็มีความจำเป็นต้องปรับปรุง และจะง่ายว่ามาก ถ้าไม่ชอบทหาร ไม่เห็นด้วยกับการซื้ออาวุธของกองทัพ ก็ไปวิจารณ์ทหารและกองทัพโดยตรง เพราะการโยงโครงการวิ่งของตูน เพื่อวิจารณ์กองทัพนั้น สะเทือนถึงกองทัพแค่เสี้ยวเดียว แต่ปั่นทอนจิตใจของคนเจตนาดีอย่างตูนไปเต็มๆ
ถามว่าต่อไป ใครจะอยากลุกขึ้นมาทำดีเพื่อสังคม และใช่ว่า การช่วยเหลือจะทำควบคู่กับการพัฒนาปรับปรุงแก้ไขไม่ได้ ทั้งหมดสามารถทำคู่กันได้ แต่พวกเขาก็มองเพียงด้านเดียว แล้วติในเรื่องที่อยากติ
ตูน บอดี้สแลม กล่าวในรายการเจาะใจว่า สิ่งสำคัญคือเมื่อคนเห็นแล้วเกิดแรงบันดาลใจ อยากทำตาม จนต้องลุกจากโซฟาหรือหน้าทีวี เพื่อไปออกกำลังกาย แค่นี้ก็เป็นกำไรแก่ตัวเองแล้ว
“ผมไม่มีส่วนได้เสีย แต่สิ่งที่ได้คือความสุขที่ได้วิ่ง ความสุขที่ได้ทำเพื่อคนอื่นเท่าที่ทำได้ และผมอยากเป็นคนไทยคนแรกที่วิ่งจากใต้สุดไปเหนือสุดของเมืองไทย และมันจะดีมาก หากการวิ่งของผมทำให้คนที่ไม่เคยคิดจะออกกำลังกาย มาออกกำลังกาย ซึ่งมันจะแก้ไขปัญหาคนล้นโรงพยาบาล”
ตูน บอดี้สแลม เปิดเผยว่า ในระห่างทางที่วิ่งนั้นจะมีการมอบทุนการศึกษาแก่ 40 กว่าโรงเรียน โรงเรียนละ 50,000 บาท โดยเงินส่วนนี้ได้มาจากการสนับสนับ ซึ่งตนได้เข้าไปขอจากผู้ใจบุญ โดยเห็นว่าการศึกษานั้นจะเป็นการสร้างคน เตรียมพร้อมสำหรับการแก้ไขปัญหาในอนาคต
นอกจากนี้ “ตูน” ยังให้สัมภาษณ์ วู๊ดดี้ ถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ว่า “ผมคิดว่าเราตั้งใจดีแล้ว คืออยากจะช่วย และมีชีวิตที่จะถูกช่วยอีกมาก โครงการนี้ไม่ได้แค่อยากได้รอยยิ้มอย่างเดียว แต่ผมอยากส่งกำลังใจไปให้บุคลากรโรงพยาลทั่วประเทศ ซึ่งสำคัญกว่ามีอุปกรณ์พร้อมด้วยซ้ำ”
