- 17 ต.ค. 2560
เจ้าท่าตรัง โบ้ย งบก่อสร้างท่าเรือปากเมงหลุดงบปี 61 เหตุ กรมอุทยานฯ ส่งหนังสืออนุญาตใช้พื้นที่มาไม่ทัน ยัน ตั้งงบใหม่ปี 62
เจ้าท่าตรัง โบ้ย งบก่อสร้างท่าเรือปากเมงหลุดงบปี 61 เหตุ กรมอุทยานฯ ส่งหนังสืออนุญาตใช้พื้นที่มาไม่ทัน ยัน ตั้งงบใหม่ปี 62 หึ่ง! งัดข้อ 2 กระทรวง ต่างฝ่ายอยากทำเอง สำนักงบฯชี้ขาดเป็นอำนาจกรมเจ้าท่า สร้างเสร็จส่งมอบให้อุทยานฯ เผย หนังสืออนุญาตใช้พื้นที่ เดินทางเอื่อย ช้าจนเป็นปริศนา?
เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ห้องแถลงข่าว ศาลากลางจังหวัดตรัง นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมหัวหน้าส่วนราชการแถลงข่าวกรณีโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือปากเมง หมู่ที่ 4 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง วงเงิน 140 ล้านบาท ไม่ถูกบรรจุในพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2561 ทั้งที่มีการสำรวจออกแบบ ตลอดจนจัดทำประชาคม เสร็จเรียบร้อยแล้ว
อีกทั้งท่าเรือปากเมงเดิมที่ใช้งานมากว่า 20 ปี ได้ชำรุดทรุดโทรมจนทำให้หลายฝ่ายไม่มั่นใจในความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการเป็นจำนวนมากในช่วงเปิดฤดูกาลการท่องเที่ยวตั้งแต่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา
โดยคณะกรรมการสำรวจศึกษาโครงการก่อสร้าง ได้ระบุสภาพปัญหาเร่งด่วน ได้แก่ 1.ขนาดท่าเรือไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้มาใช้บริการ 2.สพานท่าเรือค่อนข้างแคบ 3.ไม่มีอาคารที่พักผู้โดยสาร 4.ความลึกร่องน้ำไม่เพียงพอ 5.ท่าเรือยังไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย เช่น บันไดขึ้นลงเรือ หลักผูกเรือ และยางกันชนเรือ 6.โครงสร้างท่าเรือชำรุดทรุดโทรม 7.ระบบสาธารณูปโภค ได้แก่ ระบบไฟฟ้าแสงสว่างโดยเฉพาะหน้าท่าและสะพานท่าเรือระบบน้ำประปา ระบบถ่ายน้ำมันเชื้อเพลง และระบบขนย้ายสินค้า 8.ไม่มีพื้นที่จอดเรือ และ 9.ความแออัดของการจราจรทางบกช่วงเทศกาล
นาวาโทสาธิต ชินวรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาตรัง ชี้แจงว่า สำหรับการก่อสร้างท่าเรือปากเมงเป็นการศึกษาออกแบบโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในเบื้องต้นไม่ต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(E.I.A.) โดยแต่เดิมเป็นการดำเนินการร่วมทั้งกรมเจ้าท่า และ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช งบประมาณ 140 ล้านบาท ที่ตั้งโครงการไว้แบบคู่ขนาน
แต่สุดท้ายเอกสารที่ทำให้ล่าช้าไป คือ ขาดเรื่องการส่งมอบพื้นที่เพื่อดำเนินการก่อสร้าง ทำให้กรมเจ้าท่าไม่สามารถเสนอเรื่องเพื่อบรรจุงบประมาณได้ทันในปีงบประมาณ 2561 อย่างไรก็ตาม ก็จะมีการดำเนินการบรรจุให้ทันในปีงบประมาณ 2562 ต่อไป โดยจะใช้แบบแปลนเดิมที่มีการศึกษาออกแบบมาแล้ว
ด้านนายศิริพัฒ กล่าวว่า เรื่องนี้ในตอนแรกทางกรมอุทยานฯจะดำเนินการก่อสร้างเอง แต่สำนักงบประมาณได้ทักท้วงโดยระบุว่าในแผนงานไม่ใช่ภารกิจของกรมอุทยานฯในการสร้างท่าเรือ ดังนั้นกรมเจ้าท่าเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง โดยเมื่อแล้วเสร็จ จะส่งมอบให้กับกรมอุทยานฯ จึงทำให้ล่าช้าออกไป
รายงานข่าวจากคณะออกแบบสำรวจโครงการก่อสร้างออกแบบปรับปรุงท่าเรือปากเมงแจ้ง ว่า สำหรับโครงการก่อสร้างออกแบบปรับปรุงท่าเรือปากเมง เป็นโครงการรับผิดชอบโดยกรมเจ้าท่า ก่อสร้างบนพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม โดยมีการสำรวจออกแบบ ผ่านการทำประชาคม จำนวน 2 ครั้ง ครั้งสุดท้ายตั้งแต่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 เป็นโครงการเสนองบประมาณจำนวนทั้งสิ้น 140 ล้านบาท ก่อสร้างโดยกรมเจ้าท่า
เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะส่งมอบให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชรับผิดชอบดูแล ทั้งการบริหารจัดการ การเก็บค่าธรรมเนียมอุทยาน และอื่นๆ การสำรวจออกแบบได้ดำเนินการเสนอก่อสร้างบนพื้นที่อ่าวปากเมง จุดบริเวณใกล้เคียงกับท่าเรือปากเมงเดิม หมู่ที่ 4 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและรอบรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของอ.สิเกา
เนื่องจากท่าเรือปากเมงเป็นท่าเทียบเรือท่องเที่ยวที่มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นประตูเชื่อมโยงสู่เกาะและชายหาดต่างๆในท้องทะเลอันดามัน เพราะอยู่ใกล้ เดินทางง่าย ร่องน้ำสะดวก มีเกาะกำบังคลื่นลมตามธรรมชาติ โดยในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการจำนวนมาก ถือเป็นท่าเรือท่องเที่ยวหลักของจ.ตรัง
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า จากสภาพปัญหาเดิมของท่าเรือปากเมงที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2536 ด้วยงบประมาณของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีการใช้งานมาแล้วกว่า 20 ปี สภาพของท่าเรือชำรุดทรุดโทรม มีสภาพแคบและแออัด ผู้ประกอบการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยว หน่วยงานท้องถิ่นโดยเฉพาะอบต.ไม้ฝาดได้เรียกร้องให้หน่วยงานต่างๆเข้ามาดูแล
แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการดำนินการซ่อมแซมอย่างเป็นทางการ สำหรับความต้องการเร่งด่วน ได้แก่ 1.ปรับปรุงท่าเทียบเรือให้เหมาะสมกับข้อจำกัดทางกายภาพของพื้นที่ ทั้งความลึกร่องน้ำหน้าท่า ผลกระทบต่อพื้นที่หญ้าทะเล 2.ออกแบบอาคารพักผู้โดยสาร ลานพักคอย สัญลักษณ์ต่างๆให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่สภาพธรรมชาติ และวัฒนธรรมท้องถิ่นโดยให้มีเอกลักษณ์เฉพาะ และ 3.ออกแบบระบบการจราจรทางบก เส้นทางการเดินรถบริเวณทางเข้าท่าเรือเพื่อลดความแออัดช่วงเทศกาล
รายงานข่าวจากกรมเจ้าท่าแจ้งว่า สำหรับการเสนอจัดตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินการก่อสร้างท่าเรือปากเมงที่หลุดจากงบพ.ร.บ.ประมาณ ปี 2561 ไปนั้น เกิดจากความไม่ลงตัวกันระหว่างหน่วยงาน เนื่องจากในตอนแรกทั้งกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ซึ่งเสนอโครงการผ่านสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาตรัง และ กรมอุทยานฯ กระทรวงทรัพย์ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอโดยนายมาโนช วงษ์สุรีย์รัตน์ อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมเจ้าของพื้นที่
ที่ต่างก็เสนอตัวจะสร้างเองด้วยงบประมาณของตัวเอง แต่ต่อมาสำนักงบประมาณได้ระบุให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรมเจ้าท่าในการก่อสร้าง อย่างไรก็ดี ประเด็นสำคัญคือการก่อสร้างบนพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ซึ่งตามพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 19 ประกอบหลักเกณฑ์ตามระเบียบกรมอุทยานฯว่าด้วยการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ในเขตอุทยานฯ พ.ศ.2549 ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอุทยานฯ ซึ่งได้มีการลงนามอนุญาตใช้พื้นที่ไปก่อนหน้านี้แล้ว
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า กรณีที่เกิดขึ้นส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ตลอดจนประชาชนจ.ตรัง ได้ตั้งข้อสังเกตุถึงกระบวนการในการส่งเรื่องในแต่ละขั้นตอนที่ค่อนข้างล่าช้า
อาทิ บันทึกข้อความตอบกลับของกรมอุทยานฯ ที่ ทส.0910.505/22557 ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2560 ซึ่งล่วงเลยระยะเวลาของการเสนอโครงการเพื่อรับพิจารณาบรรจุในพ.ร.บ.งบประมาณปี 2561 ซึ่งมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ตุลาคม 2560 โดยเป็นบันทึกข้อความลงนามโดย นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยาน ส่งถึงผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5(นครศรีธรรมราช) แจ้งเรื่องอนุมัติการใช้พื้นที่
นอกจากนี้เมื่อย้อนกลับไปอ้างถึงหนังสือสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 ที่ ทส.0915.5/3235 ลงวันที่ 20 เมษายน 2560 ซึ่งเป็นต้นเรื่องขออนุมัติใช้พื้นที่ ซึ่งเสนอไปนานกว่า 6 เดือนกว่าจะได้รับการอนุมัติ และส่งหนังสือรับรองมาถึง โดยหนังสือจากอธิบดีกรมอุทยานได้ลงมาถึงพื้นที่ และเพิ่งมีการลงเลขรับไปเมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยในกระบวนการพิจารณาเรื่องของกรมอุทยานฯ
