- 18 ต.ค. 2560
เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธฯ ออกโรงป้อง เจ้าอาวาสวัดสวนดอก ยกประเด็นมนุษยธรรมอ้าง ท่านฆ่าคนตายเหรอ? ชี้ทางออกกฎหมาย ถึง พล.อ.ประยุทธ์
จากกรณีที่อีดีตผู้กำกับ สภ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ได้ร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมเชียงใหม่ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ พระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก และเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ หลังจากตรวจสอบพบว่าได้มีการสวมบัตรประชาชนคนตาย อีกทั้งยังมีหลักฐานชี้ชัดว่า พระราชรัชมุนี ไม่ได้มีสัญชาติไทย เนื่องจากที่อยู่เดิมที่มีสัญชาติเป็นชาวเมียนมา ซึ่งขณะนี้ยังไร้การเคลื่อนไหวของพระราชรัชมุนี และยังไม่มีผู้ใดสามารถติดต่อได้
ก่อนอื่น ต้องขอบอกว่า ผมไม่เคยรู้จัก ท่านเจ้าคุณนิมิต เจ้าอาวาสวัดสวนดอกเลย ไม่เคยสนทนากับท่าน แต่เคยไปเยือนวัดท่าน ตอนประประชุมสัมมนาที่ จ.เชียงใหม่ จึงแวะไปเยี่ยมเยือน หลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยได้เข้าไปกราบท่านเลยแม้แต่ครั้งเดียว เคยถามถึงท่าน กับบุคคลที่รู้จัก ท่านว่า ทำจะงานยุ่งตลอด ทั้งงานของคณะสงฆ์ ทั้งงานของ มจร.ได้พูดคุย ก็ได้รับทราบว่า ท่านมีเมตตาต่อสานุศิษย์จำนวนมาก ท่านชอบช่วยเหลือ ให้โอกาสคน ช่วยเหลือให้คนมีโอกาสทางสังคม โดยเฉพาะให้โอกาสคนทางด้านการศึกษา ยังไม่นับการสร้างสาธารณประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย ที่ท่านมุ่งมั่นสร้าง เพื่อเป็นสาธารณูปการ ต่อพระพุทธศาสนาในประเทศอัน อันส่งผลให้สร้างคนดีๆ ให้เกิดขึ้นอย่างมากมาย จนกลายเป็นพลเมืองดีของประเทศไทย ผมก็ถามไปว่า ท่านทำงานหนักขนาดนี้ ช่วยพระพุทธศาสนาขนาดนี้ ช่วยคนให้พ้นจากความทุกข์ยากขนาดนี้ ให้พลเมืองดีๆ ให้ประเทศไทยมากมายขนาดนี้ ท่านทำไปเพื่ออะไร ก็ได้รับคำตอบว่า ท่านไม่ได้อยากได้อะไร ท่านทำไปเพราะจิตเมตตา ต่อมนุษย์ ท่านทำไปเพราะได้ซาบซึ้งต่อคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านจึงทุ่มเททำงานเพื่อพระพุทธศาสนา โดยไม่ได้หวังผลตอบแทนใดๆ ท่านจึงทุ่มเทสร้างคนให้พ้นจากทุกข์ และสร้างคนให้เป็นพลเมืองดีของประเทศไทย โดยไม่ได้หวังผลตอบแทนใดๆ แต่จากข่าวอันโด่งดัง ที่มีบุคคลสองคน ไปฟ้องว่า ท่านเจ้าอาวาสวัดสวนดอก ท่านสวมสิทธิ์คนตาย ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสอันดี สำหรับกลุ่มผู้ประสงค์จะทำลายพระพุทธศาสนา ได้ฉวยโอกาสอันนี้ ถล่มเล่นงานชนิดไม่ไว้หน้า สื่อบางสำนัก รวมถึงผู้มีอำนาจบางคน เรียกท่านว่า เป็นสมี ยกว่าท่านปาราชิกขาดจากความเป็นพระ บางคนก็อ้างว่า ทำผิดกฎหมายจึงต้องถูกดำเนินคดี ทำให้ต้องสึกขาดจากความเป็นพระ ผมขอตั้งประเด็นเอาไว้ดังนี้ !!!
ประเด็นทางกฎหมาย
สำหรับตอบโต้พวกที่เรียกท่านว่า สมี และพวกที่บอกว่าท่านต้องปาราชิกเพราะทำผิดกฎหมายบ้านเมือง
ผมถามว่า ศาลตัดสินแล้วเหรอครับ ว่าท่านทำผิดจริง รึว่าท่านสั่งศาลได้ให้ตัดสินตามที่ท่านชอบได้ละครับ ท่านจึงกล้าเรียกท่านเจ้าคุณนิมิตว่า สมี
ประเด็นทางพระวินัย
การขาดจากความเป็นพระได้นั้น เราต้องยึดจากพระวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น ซึ่งมีบางข้อที่ไปเกี่ยวกับกฎหมายทางโลก
การขาดจากความเป็นพระมีเพียง 4 ข้อ คือ ปาราชิก 4 ประกอบด้วย
1.เสพเมถุน (เสพกามไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์หรือคนตาย ระดับอวัยวะเพศของพระรูปนั้นๆ ล่วงเข้าเกินเมล็ดถั่วงา)
2.เจตนาลักทรัพย์ เกิน 5 มาสก (ยุคพุทธกาล 5 มาสก เทียบกับสมัยนี้น่าจะมากพอสมควร)
3.เจตนาฆ่ามนุษย์
4.เจตนาอวดอุตริมนุสธรรม ที่ไม่มีจริง (หมายความว่า โอ้อวดฤทธิ์ หรือโอ้อวดว่าตนเองเป็นพระอริยบุคคล ทั้งที่ทราบดีว่าตนเองไม่ได้เป็น) แต่หากเข้าใจผิดก็ยังไม่ถือว่าอวดอุตริมนุสธรรม
นี่คือ อาบัติที่ทำให้ขาดจากความเป็นพระ และที่สำคัญ ต้องมีจิตเจตนาจริงๆ จึงจะขาด ดังนั้นพวกที่อ้างว่าท่านต้องอาบัติปาราชิก มากล่าวอ้างเพื่อโจมตีใส่ร้าย ผสมโรงเล่นงานก็ขอให้เข้าใจเสียใหม่ครับ
ประเด็นด้านจารีตประเพณีของพระในพระพุทธศาสนา
ตั้งแต่สมัยพุทธกาล พระท่านได้ปฏิบัติตามคำสั่งของพระพุทธองค์ให้ไปจาริกสั่งสอนไปยังแว่นแคว้นต่างๆ โดยไม่ได้ขออนุญาตเข้าเมือง หรือเป็นประชาชนชองประเทศนั้น จนเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปได้อย่างกว้างไกล
พระในหลายประเทศติดต่อกับไทย ที่ผ่านมา พบว่า พระจำนวนมาก ท่านเดินธุดงค์ จาริกไปสั่งสอนทั้งคนไทย พม่า รามัญ ลาว เขมร ท่านก็อาศัยเดินธุดงค์ไปมา หลายประเทศในแถบนี้ จนกลายเป็นจริยวัตร เป็นประเพณีของพระในแถบประเทศนี้ ท่านไปที่ใด ก็มุ่งหวังแสวงหาโมกข์ธรรม มุ่งสั่งสอนคนให้พ้นทุกข์ มุ่งเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยมิได้ทำเอกสารเข้าเมืองอย่างถูกต้องตามกฎหมายแต่ประการใด นั่นเพราะส่วนใหญ่ท่านไม่รู้เรื่องกฎหมาย
ประเด็นด้านมนุษยธรรม
แม้บทสรุปสุดท้ายที่ศาลตัดสินว่า ท่านผิดจริงก็ตาม
แต่ในฐานะมนุษย์ เราต้องหันมาดูว่า ท่านทำผิดอะไรร้ายแรงเหรอ
ท่านฆ่าคนเหรอ
ท่านลักทรัพย์เหรอ
ท่านเสพเมถุนเหรอ
ท่านอวดอุตริมนุสธรรมเหรอ
ท่านข่มเหงรังแกคนไทยเหรอ
ท่านโกงบ้านโกงเมืองเหรอ
ท่านทำลายประเทศไทยเหรอ
เปล่าเลย ตรงกันข้าม
ท่านสร้างให้มีพระในประเทศไทยจำนวนมาก ท่านช่วยเหลือให้คนจนมีที่เรียน ให้ทุนการศึกษา จนหลายคนจบมาเป็นใหญ่เป็นโตในประเทศไทย ท่านทุ่มเท ให้คนที่ด้อยโอกาสให้ได้รับโอกาสได้เรียนตั้งแต่มัธยมยันปริญญาเอก ท่านทุ่มเท ให้พระได้เรียนนักธรรรมบาลี จนสร้างมหาเปรียญมากมาย ท่านสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรม จนมีคนเข้าไปปฏิบัติธรรมจนเกิดความร่มรื่น ชีวิตมีทางเดินตามหลักธรรมตั้งมากมาย ท่านสร้างสาธารณประโยชน์ที่ประเทศไทยได้รับประโยชน์ตรงๆ อย่างต่อเนื่องมาตลอดชีวิตของท่านนี้ สิ่งที่ท่านกระทำ มากมายมหาศาล ซึ่งนักการเมืองจำนวนมากทำไม่ได้อย่างท่านเลย
ผมจึงขอโอกาสครับ ขอโอกาสต่อสังคมไทย ต่อคนไทย อย่าเพิ่งมองว่า ท่านทำผิดแล้ว อย่าเพิ่งมองว่า ท่านทำชั่ว อย่าเพิ่งมองว่า พระทั้งหลายองค์อื่นๆ ไม่ดี ต่อให้สุดท้ายแล้ว ท่านได้กระทำความผิดนั้นจริงตามกฎหมาย ผมก็เชื่อว่า ท่านไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อประเทศไทย ท่านไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อพระพุทธศาสนา ท่านไม่ได้ตั้งใจทำผิดกฎหมายบ้านเมือง
ท่านรู้ไหมครับว่า ประเทศไทย มีกฎหมายกี่พันฉบับ รวมแล้วกี่มาตรา อาจจะเป็นแสนมาตรา เราไม่มีทางรู้กฎหมายได้หมดหรอกครับ
ผมเชื่อว่า เราทุกคนทำผิดกฎหมายกันมาแล้วทุกคน บ้างก็ทราบ บ้างก็ไม่ทราบ บ้างก็เจตนา บ้างก็ไม่เจตนา ประเทศไทย พยายามผลักดันมาตลอดไม่ได้พระไปยุ่งกับการเมือง พระเกือบทั้งหมดก็เลยไม่ยุ่ง รัฐบาลจะออกกฎหมายมากี่ฉบับ พระท่านก็ไม่รู้เรื่อง ขนาดออกกฎหมาย ห้ามสูบบุหรีในวัด ยังแทบไม่มีพระรูปไหนทราบเลย ไปทราบก็ตอน มีคนๆหนึ่งอายุ 60 กว่าๆ ไปตะเวนแจ้งความจับเจ้าอาวาสทั่วประเทศ จึงเริ่มรู้ว่า มีกฎหมายข้อนี้ นี่ขนาดกฎหมายเกี่ยวกับวัดแท้ๆ พระยังไม่ทราบ ถ้าเป็นกฎหมายอื่น ยิ่งยากไปใหญ่เลยครับ
พวกนักกฎหมายนี่แหละตัวดี ชอบพูดเสมอ ว่า คุณเป็นคนไทยหรือเปล่า ถ้าเป็นคนไทย ต้องรู้กฎหมาย คุณจะมาอ้างว่า ไม่รู้กฎหมายไม่ได้ ลองย้อนกลับไปถามไอ้นักกฎหมายคนนั้นเถอะว่า มันรู้กฎหมายแค่ไหน รับรองในประเทศไทย ไม่มีใครรู้กฎหมายที่ออกมาหลายพันฉบับ กันทุกมาตราหรอกครับ ผมเชื่อว่า ท่านแค่ต้องการมีที่ยืนในประเทศไทย เพื่อทำประโยชน์ให้แก่ชาวพุทธและคนไทย ท่านอาจจะหลงเชื่อ คนบางคนที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ ช่วยดำเนินการให้ท่าน ท่านไม่ได้เป็นผู้ร้ายหนีเข้าเมือง ท่านเป็นคนดีมาช่วยเหลือประเทศไทย
ท่านไม่ได้เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศไทยเลยแม้แต่น้อย
ข้อเสนอแนวทางแก้ไข
1. สำหรับสังคม
อย่าเพิ่งตัดสินแทนศาล
อย่าไปเรียกท่านว่า สมี เพราะสมี ใช้เรียกพระที่ปาราชิก 4 เท่านั้น ไม่ใช่ผิดเพราะกฎหมายโดยไม่ได้ผิดปาราชิก 4
ผมขอโอกาสให้ท่าน และคณะสงฆ์ทั้งประเทศ
อย่าเชื่อแต่ข่าวที่ทำร้าย ข่าวที่ทำลายคณะสงฆ์ไทย
2. สำหรับ รัฐบาล คสช.
ผมขอร้องให้ท่าน พลเอกประยุทธ์ จันโอชา ในฐานะ หัวหน้า คสช. ช่วยพิจารณาคุณงามความดีของท่านเจ้าคุณที่สั่งสมมา ช่วยหาทางออกดังนั้น
2.1 ใช้มาตรา 44 มอบพลเมืองพิเศษ หรือราษฎรพิเศษ ให้ท่านเจ้าคุณนิมิต พร้อมให้สิทธิต่างๆ เทียบเท่าของเดิมที่ท่านได้รับทุกประการ
2.2 ใช้มาตรา 44 นิรโทษในความผิดต่างด้าวสวมสิทธิ์ (หากท่านทำผิดจริง)
ทำไมผมจึงร้องขอ หาทางออกเช่นนั้น เพราะ
ท่านเจ้าคุณ อยู่ประเทศไทยมาตั้งแต่เด็กๆ
ท่านเจ้าคุณ ไม่ได้มีพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศไทย
ท่านเจ้าคุณ ไม่ได้ทำผิดกฎหมายที่ร้ายแรงจนให้อภัยไม่ได้ (หากทำจริง)
ท่านเจ้าคุณ สร้างคุณูปการต่างๆ อย่างมากมายต่อพระพุทธศาสนา และต่อประเทศไทย
ท่านเจ้าคุณ ทำผิดเรื่องเล็กๆ เรื่องเดียว แต่สร้างคุณงามความดีที่นับไม่ถ้วนต่อประเทศไทย ต่อสังคมพุทธ
.
เรื่องนี้ไม่ใช่แก้ไขไม่ได้ครับ แก้ไขได้
**** กฎหมายเขียนโดยคน ก็แก้ไขได้โดยคน
แม้เรื่องนี้เป็นเฉพาะบุคคล แต่ก็สามารถอ้างเหตุที่ท่านทำความดีมาตลอดชีวิต จึงสมควรใช้ ม.44 เฉพาะบุคคล มอบพลเมืองพิเศษ หรือราษฎรพิเศษ เช่นที่ประเทศอื่นๆ เขาให้สำหรับคนต่างชาติที่สร้างคุณูปการต่อประเทศนั้นๆ ให้กับท่านเจ้าคุณด้วยครับ
ฝากสังคมอีกเรื่อง
ลองหันกลับมามอง สองบุคคลที่ไปฟ้องร้องท่าน
มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรหรือไม่ !!!
ทำไปเพื่ออะไร !!!
เป็นเรื่องแก้แค้นหรือไม่ !!!
มีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่ !!!
สูญเสียประโยชน์อะไรหรือไม่ !!!
หรือรักพระพุทธศาสนาจริงๆ !!!
ขอวอนสังคมไทย อย่าเชื่อแต่กระแสสังคมที่มุ่งทำลายพระพุทธศาสนา หลักหัวใจของพระพุทธศาสนา อยู่ที่พระธรรม คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านะครับ ไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล ฝาก ท่านหัวหน้า คสช. ใช้ ม.44 มอบพลเมืองพิเศษ หรือราษฎรพิเศษ ให้ท่านเจ้าคุณด้วยครับ
We are Buddhists
พวกเรา คือชาวพุทธ
ผนึกกำลังชาวพุทธ หยุดภัยคุกคาม
นายกรณ์ มีดี
เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย
เลขานุการมูลนิธิเพื่อพระพุทธศาสนา
นายกสมาคมทางสายกลาง
15 ต.ค. 60
