- 19 ต.ค. 2560
"ธนาคารน้ำ" อีกฝันของผู้ว่าฯ ในการแก้ปัญหาน้ำท่วมกทม.
อาการหลอน...ของคนกรุงเทพฯยังไม่จางหายกับภาพ น้ำท่วมหลายพื้นที่ในกทม.เมือคืนวันที่ 13 ตุลาคม ต่อเนื่องจนถึงเช้าวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา
เหตุการณ์ในวันนั้น ที่ให้พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ต้องมาออกขอโทษกับประชาชน พร้อมยอมรับว่า ฝนตกหนักติดต่อกัน 6 ชั่วโมง ทำให้มีน้ำรอระบายสะสมสูงถึง 200 มิลลิเมตร เทียบเท่าปี 2529 ซึ่งไม่ค่อยเกิดขึ้นนัก
เพื่อเรียกความมั่นใจของประชาชนกลับคืนมา และไม่เกิดปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นอีก ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จึงสั่งพร่องน้ำในทุกคูคลอง ให้ติดลบ 60-70 เซนติเมตร รับมือน้ำฝนระลอกใหม่ เตรียมขยายท่อระบายน้ำเป็น 150-200 เซนติเมตร พร้อมติดตั้งเครื่องไปร์ท เช็คกิ้งหรือเครื่องดันน้ำในระยะทาง 1-2 กิโลเมตร 11 จุดรอบกรุง
พร้อมยืนยันว่าการทำงานของอุโมงค์น้ำบางซื่อ 60.4 กิโลเมตร มีการทำงานที่เป็นประสิทธิภาพซึ่งขณะนี้การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว เพียงแต่มีปัญหาในช่วงการระบายน้ำจากคูคลองสู่อุโมงค์ที่ยังมีบางจุดยังทำงานไม่สมบูรณ์เช่นที่ หลังบริเวณโรงแรมเจ้าพระยาปาร์คที่ยังมีเครื่องสูบน้ำบางจุดไม่สมบูรณ์ จึงได้สั่งการให้ เร่งแก้ไขให้เสร็จภายในเดือนนี้
ส่วนการแก้ปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว ยังได้เตรียมศึกษาและก่อส้ราง ระบบแก้มลิงใต้พื้นดิน หรือ"ธนาคารน้ำ" อย่างประเทศสิงค์โปร ที่เป็นประเทศที่มีการวางผังเมืองที่ดี โดยเป็นลักษณะของพื้นที่แก้มลิงใต้พื้นดิน เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนและกักเก็บน้ำไว้ชะลอก่อนค่อยค่อยพร่องน้ำลงอุโมงค์ยักษ์บางซื่อ ซึ่งตั้งเป้าไว้ใน 10 จุดทั่วกรุงเทพมหานครที่เป็นแอ่งกะทะ ในฝั่งธนบุรี 3 จุด และฝั่งพระนคร 7 จุด
โดยระยะแรก เร่งก่อสร้างในบริเวณที่เป็นแอ่งกระทะและพื้นที่ ที่มักได้รับผลกระทบเมื่อมีปริมาณน้ำฝนมาก ทั้งวิภาวดี 3 จุด / ซอยสุทธิพร 2 ดินแดง /สุขุมวิทย่านอโศก /รัชดาภิเษกบริเวณหน้าศาลอาญา และจตุจักร ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจพื้นที่คาดว่าจะต้องศึกษาข้อมูลใน 6-7 เดือนหลังจากนี้ ซึ่งจะต้องเป็นพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร เช่น โรงเรียน ที่จะใช้สนามฟุตบอล เพื่อขุดเป็นพื้นที่แก้มลิงด้านล่างเพราะด้านบนจะต้องไม่มีสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่
ซึ่งเป็นอีกโครงการที่ดี ...ถ้าทำได้จริง
แต่หากถามคนกรุงเทพ คงยังไม่อยากคิดไกล ....เอาแค่ให้ผ่านหน้าฝนปีนี้ไปก่อนดีกว่า ท่านผู้ว่าฯ
