"ผมอยากทำเพื่อถวายพระองค์"!! "อ.เฉลิมชัย” เล่าทั้งน้ำตา-แรงบันดาลใจสร้างวัดร่องขุ่นล้วนมาจาก"ในหลวง ร.9" ระบุตนรักในหลวงตั้งแต่เด็ก 

ติดตามข่าวสารที่ www.tnews.co.th

 

ศิลปะโลกตะลึง-วัดร่องขุ่น! แรงบันดาลใจในการสร้างล้วนมาจาก "ในหลวงรัชกาลที่ 9"..."อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์" ศิลปินชื่อดังชาวเชียงราย เล่าทั้งน้ำตา...พร้อมระบุตน อยากทำเพื่อถวายในหลวง อยากทำให้มันยิ่งใหญ่ที่สุดให้คนทั้งโลกรู้จักงานศิลปะของยุคสมัยของพระองค์ที่ยิ่งใหญ่ และสิ่งที่พระองค์ทรงเมตตาทุ่มเทต่อประชาชน


ย้อนกลับไปเมื่อกลางเดือนตุลาคม 2559 หรือเมื่อ 1 ปีก่อน อันเป็นวันที่พสกนิกรชาวไทยต้องสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดสิ่งหนึ่งในชีวิตไป ในห้วงแห่งความทุกข์โศกนั้น  อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชื่อดังชาวเชียงราย ได้ออกมาเปิดเผยผ่านสื่อหลายสำนักทั้งน้ำตาว่า..."พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรักาลที่ 9 ทรงเป็นแรงบันดาลใจสร้างชีวิต และการสร้าง "วัดร่องขุ่น" จนเป็นที่รู้จักโด่งดังไปทั่วโลก


อาจารย์เฉลิมชัย เล่าไว้ในวันนั้นว่า ตนรัก และเคารพในหลวงรัชกาลที่ 9 มาตั้งแต่เกิด และเห็นพระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยทำเพื่อพสกนิกรชาวไทย และเคยเสด็จพระราชดำเนินมาที่จังหวัดเชียงรายหลายครั้ง มาช่วยชาวไทยภูเขาให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เมื่อตนโตขึ้น และได้มีโอกาสไปเรียนด้านการวาดรูป ด้านจิตรกรรม จึงได้รู้ว่า ในหลวง รัชกาลที่ 9 ก็ทรงชอบการวาดภาพ และทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านศิลปะอย่างมากอีกด้วย ซึ่งสิ่งนี้เป็นแรงบันดาลใจสำหรับตน และตั้งใจตั้งแต่สมัยเรียนเพาะช่างว่า วันหนึ่งจะขอมีโอกาสถวายงานด้านศิลปะรับใช้พระองค์ให้ได้

 

ต่อมาครั้นเมื่อจบมหาวิทยาลัยศิลปากร อาจารย์ของตน ซึ่งเคยเข้าเฝ้าในหลวงเล่าให้ฟังว่า ขณะนั้นยังไม่มีงานศิลปะประจำรัชกาลที่ 9 ทั้งด้านจิตรกรรม สถาปัตยกรรม และประติมากรรม ที่มีอยู่ล้วนเป็นศิลปะที่สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตเท่านั้น ยิ่งทำให้ตนพยายามตั้งใจจะสร้างผลงาน และเลือกที่จะเรียนวิชา "ศิลปะไทย" ด้วยหวังที่จะสร้างงานศิลปะสมัยใหม่ประจำรัชกาลของพระองค์ กระทั่งก่อให้เกิดเป็น "วัดร่องขุ่น" ในเวลาต่อมา 

 

อาจารย์เฉลิมชัย ย้อนเล่าให้ฟังด้วยว่า จากนั้นตนได้เดินทางไปวัดพุทธประทีบ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พร้อมกับกับรุ่นน้องคนหนึ่ง เพื่อวาดรูปศิลปะร่วมสมัยเพื่อถวายพระองค์ โดยใช้เวลาสร้างสรรค์ผลงานเป็นเวลา 4 ปี และเมื่อเดินทางกลับมายังประเทศไทย ในหลสงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือ "พระมหาชนก" และได้รวบรวมจิตรกรรมที่เป็นศิลปะประจำรัชกาลที่ ๙ จากศิลปินทั้งหมด 8 คน ตนจึงมีโอกาสได้ถวายงานพระองค์ ด้วยการสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมในตอน “พระมหาชนกออกเรือ แล้วเรือแตก ว่ายน้ำ 7 วัน 7 คืน ซึ่งตนเห็นว่าเป็นตอนที่ดีที่สุดด้วย และถือเป็นความปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณต่อตนอย่างล้นพ้นหาที่สุดไม่ได้อย่างแท้จริง
       
     
 

“ผมไม่รู้จะพูดอะไร นี่เป็นแรงบันดาลใจของผมตั้งแต่เป็นเด็ก ผมรู้จักพระเจ้าอยู่หัว ผมรัก และผมก็มีโอกาสอย่างที่ผมฝัน ผมก็ได้ใกล้ชิดพระเจ้าอยู่หัว อยู่ใต้พระบาทท่าน ผมไม่ได้ทำงานพระมหาชนกอย่างเดียว แต่ผมเรียนด้วย เมื่อพระองค์ประชวรครั้งแรก ผมมองแบบเรียนผมทุ่มเทให้กับวัดร่องขุ่น ทุกอย่างคือความรัก วัดร่องขุ่นคือสิ่งที่ผมทุ่มเทเพื่อพระองค์ท่าน ความยิ่งใหญ่ของพระองค์ท่าน ผมอยากทำเพื่อถวายท่าน ผมอยากทำให้มันยิ่งใหญ่ที่สุดให้คนทั้งโลกรู้จักงานศิลปะของยุคสมัยของพระองค์ที่ยิ่งใหญ่ และสิ่งที่ทรงเมตตาทุ่มเทต่อประชาชน” ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย ย้อนเล่าทั้งน้ำตา...ท่ามกลางความโศกเศร้าของผู้สื่อข่าวไม่แพ้กัน

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันวัดร่องขุ่น นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเยี่ยมชมไม่ขาดสาย ไม้แพ้สถานที่ชื่อดังต่างๆ ทั่วโลก เช่น พีระมิด ที่อียิปต์ นครวัด ที่กัมพูชา บรมพุทโธที่อินโดนีเซีย หรือแม้แต่ทัชมาฮาล ที่ประเทศอินเดีย ฯลฯ ก็ตาม  โดยอาจารย์เฉลิมชัย ให้เหตุผลว่า เหตุผลส่วนใหญ่ที่ผู้คนทั่วโลกเดินทางไปในสถานที่เหล่านั้น ส่วนใหญ่สนใจในแง่ของสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์ ขณะที่ในกรณีของวัดร่องขุ่น ผู้คนมามาก เพราะให้ความสนใจในแง่มุมสิลปะ เป็นสถานที่ทาง “ศิลปะ” ซึ่งเป็นแบบคอนเทมโพรารีอาร์ต หรือศิลปะร่วมสมัยอันเป็นที่ชื่นชอบของคนทั้งโลก