นายกฯ สั่งเร่งสปีด วางกลไกใหม่ ขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินระดับภาค การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล

นายกฯ สั่งเร่งสปีด วางกลไกใหม่ ขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินระดับภาค การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล

ที่ผ่านมา รัฐบาลดำเนินการผ่านกลไกของคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.)ใน  18 กลุ่มจังหวัด แต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กลับเห็นว่า การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ลงไปในพื้นที่ต่างๆ ของแต่ละกลุ่มจังหวัด ยังมีความล่าช้า ไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร 

จึงสั่งปรับเปลี่ยน พร้อมตั้งคณะกรรมการบูรณาการภาคและพื้นที่ (ก.บ.ภ.) ขึ้นมาแทน เพื่อดูแลกลุ่มจังหวัด ที่แบ่งใหม่เป็น 6 ภาคทั้งนี้เพื่อให้การบริหารงานกลุ่มจังหวัดมีความรวดเร็วและเข้าถึงประชาชน รวมถึงจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ของจังหวัด ในแต่ละด้านให้สอดคล้องกับภูมิภาคและเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ 

และเพื่อดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวจึงต้องมีการแก้ไข ปรับระเบียบหบักเกณฑ์ ซึ่งล่าสุดครม.ได้เห็นชอบ  ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. .... การยกเลิกประกาศคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.) เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการบริหารงบประมาณจังหวัดและงบประมาณกลุ่มจังหวัด (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2554 และการจัดตั้งกลุ่มจังหวัดและกำหนดจังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการของกลุ่มจังหวัด
​​
โดย นายกรัฐมนตรี กล่าวในเรื่องดังกล่าวว่า รัฐบาลและ คสช. มีแนวทางร่วมกันในการบริหารจัดการราชการแผ่นดินให้ระดับภาคเกิดความเข้มแข็ง โดยอยากให้ทุกอย่างเดินหน้าอย่างรวดเร็วขึ้นกว่าเดิมจากที่วางแผนไว้ จึงต้องมีการนำร่องในทางปฏิบัติ ตั้งแต่ปีงบประมาณนี้เป็นต้นไป 

 

นายกฯ สั่งเร่งสปีด วางกลไกใหม่ ขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินระดับภาค การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล

นายกฯ สั่งเร่งสปีด วางกลไกใหม่ ขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดินระดับภาค การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล

 

 

 

ซึ่งต้องรีบดำเนินการ หากปล่อยเวลาล่วงเลยไป การแก้ไขปัญหาก็จะช้าลง ซึ่งแต่ละภาคต้องทำให้จังหวัดมีความพร้อมพื้นฐานใกล้เคียงกัน รวมถึงสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกัน ด้วยการกำหนดแผนพัฒนาในแต่ละพื้นที่ โดยไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน และแบ่งเป็นคลัสเตอร์ เพื่อสนับสนุนขีดความสามารถในการแข่งขัน สู่ความมั่นคงในระดับภูมิภาค และการปฏิบัติในเชิงบริหารต้องเกิดขึ้นให้เร็วที่สุด