- 28 ต.ค. 2560
จับตาการเมือง !!!! ปมใหญ่กับการปลดล็อค ตัวชี้วัดสำคัญนำไปสู่การเลือกตั้ง
จับตาการเมือง..หลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีสำคัญ
ความเคลื่อนไหวทางการเมือง หลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในช่วงเดือนพ.ย.ถือเป็นเรื่องที่น่าจับตา อีกครั้ง
โดยเฉพาะ ปมใหญ่กับการปลดล็อคทางการเมือง ตามเจตนารมย์ของพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ที่ประกาศใช้มาตั้งแต่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ นอกเหนือจากการดำเนินกิจกรรมและจัดประชุมพรรคการเมือง เพื่อเตรียมการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งแล้ว ยังมีเงื่อนเวลาพรรคการเมืองต้องดำเนินการตามกฎหมายใหม่หลายประการ
อาทิ แจ้งการเปลี่ยนแปลงสมาชิกให้นายทะเบียนทราบภายใน 90 วัน พรรคการเมืองที่ยังมีสมาชิกไม่ถึง 500 คน ต้องดำเนินการให้มีสมาชิกให้ครบ 500 คน ภายใน 180 วัน พรรค /ต้องจัดให้มีทุนประเดิมจำนวน 1 ล้านบาท และแจ้งให้นายทะเบียนทราบภายใน 180 วัน/ ต้องจัดให้สมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า 500 คน ชำระค่าบำรุงพรรคการเมืองภายใน 180 วัน /หรือต้องจัดให้สมาชิกชำระเงินค่าบำรุงพรรคการเมืองให้ได้จำนวนไม่น้อยกว่า 5,000 คน ภายใน 1 ปี
ซึ่งนั่นจะเป็นการเปิดทางที่สำคัญ คงต้องรอดูว่า คสช.จะผ่อนกฎเหล็กการเมืองที่ถือไว้มาเป็นเวลา 3 ปีอย่างไร จะถึงขั้นยอมให้เหมือนกับระบบประชาธิปไตยหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่พรรคการเมืองต่างเฝ้ารออย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ยังคงต้องจับตา การเสนอร่างกฎหมายเลือกตั้งอีก 2 ฉบับเมื่อไม่นานมานี้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยต่อสาธารณชนแล้วว่าจะส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.มายังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ภายในสิ้นเดือน พ.ย.
สนช.มีเวลาพิจารณาอีก 60 วัน ถ้าทุกฝ่ายทั้ง กรธ.และ กกต.เห็นด้วยกับการแก้ไขเนื้อหาในร่างกฎหมายของ สนช.จะเข้าสู่ขั้นตอนของการบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป แต่หากไม่เป็นเช่นนั้นจะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน 3 ฝ่าย เพื่อตรวจทานกันอีกครั้งและส่งกลับมายัง สนช.ให้ลงมติ
แต่ถ้ามองท่าทีของสมาชิก สนช.หลายคนในเวลานี้ คงไม่ยอมปล่อยให้ร่างกฎหมายทั้งสองฉบับผ่านสภาไปได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน แต่จะถึงขั้นลงมติฉีกร่างกฎหมายของ กรธ. เพื่อส่งกลับไปให้ กรธ.ทำมาใหม่หรือไม่ น่าจะต้องดูสัญญาณจากผู้มีบารมีใน คสช.อีกทีว่าจะเห็นดีเห็นงามหรือไม่อีกครั้ง
และสุดท้ายกับการสรรหา กกต.ชุดใหม่จำนวน 7 คน เป็นกระบวนการที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาในฐานะเลขาธิการ สนช.ได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว และคณะกรรมการสรรหาเตรียมเปิดรับสมัครในระหว่างวันที่ 19 ต.ค.-10 พ.ย. จากนั้นจะมาเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจำนวน 5 คน เพื่อให้ สนช.ลงมติว่าจะเห็นชอบหรือไม่ ส่วนอีก 2 คนจะมาจากการเลือกของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา
รายชื่อว่าที่ กกต. ทั้ง 7 คน จะถึงมือของ สนช.ไม่เกินวันที่ 12 ธ.ค.
กกต.ชุดใหม่จะเป็นอีกปัจจัยทางการเมืองที่สำคัญอีกปัจจัย เพราะเป็น กกต.ที่มาจากการสรรหาในยุคของ คสช ต่างจาก กกต.ชุดปัจจุบันที่วุฒิสภาในอดีตเลือกมาก่อนจะเกิดการรัฐประหาร อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่มีผลให้ กกต.ชุดนี้ต้องถูกเซตซีโรไปทั้งหมด
ต้องไม่ลืมว่า กกต.ชุดใหม่มีภารกิจสำคัญคือ การจัดการเลือกตั้งในเดือน พ.ย. 2561
ดังนั้น โฉมหน้าของว่าที่ กกต. ทั้ง 7 คน ที่จะออกมาในช่วงปลายปีนี้ จะเป็นตัวบ่งชี้ให้เห็นทิศทางเกี่ยวกับการเมืองในอนาคตจะเป็นอย่างไร เพราะนั่นหมายถึงการควบคุมพรรคการเมืองในทุกย่างก้าวในระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง
ขณะนี้ กกต.ชุดเก่ายังคง"จมไม่ลง" และ มีกระแสข่าวว่าเตรียมนำเรื่องถอดถอนคุณสมบัติ 9 รมต.มาใช้เป็น"ไม้ตาย"สุดท้ายหลังถูกรัฐบาลเซตซีโร่
ทั้งหมดนี้ คงต้องจับตาการเคลื่อนไหว การเมือง ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญ นำไปสู่ ..กรอบการเลือกตั้ง ได้ตามกำหนดหรือไม่
/////
