- 31 ต.ค. 2560
อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม เตรียมออกวิ่งระดมเงินไปซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลในโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ
อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม เตรียมออกวิ่งระดมเงินไปซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลในโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ เริ่มต้นจาก อ.เบตง จ.ยะลา และสิ้นสุดที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวมระยะทาง 2,191 กิโลเมตร โดยจะเริ่มออกวิ่งวันที่ 1 พฤศจิกายน นี้ ที่ อ.เบตง จ.ยะลา และวิ่งติดต่อกัน 4 วันพัก 1 วัน และจะสิ้นสุดที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ในวันที่ 25 ธันวาคม 2560 รวมระยะเวลา 55 วัน พร้อมตั้งเป้าหมายยอดเงินบริจาคประมาณ 700 ล้านบาท
โดยล่าสุดความเคลื่อนไหวก่อนที่การวิ่งจะเริ่มขึ้น วันที่ 30 ตุลาคม 2560 ทางด้าน อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม และทีมงานได้เดินทางถึง อ.เบตง จังหวัดยะลา เรียบร้อยแล้ว สำหรับการวิ่งในครั้งนี้ เงินทั้งหมดที่ได้จากการรับบริจาคในครั้งนี้จะนำไปซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้ 11 โรงพยาบาล ได้แก่
1. โรงพยาบาลยะลา
2. โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
3. โรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี
4. โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี
5. โรงพยาบาลสระบุรี,
6. โรงพยาบาลขอนแก่น
7. โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี
8. โรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่
9. โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์
10. โรงพยาบาลน่าน ซึ่งไม่ใช่โรงพยาบาลศูนย์ แต่อยู่ในพื้นที่พิเศษห่างไกลจากตัวเมือง
11. โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
ผู้ที่ต้องการร่วมบริจาคกับโครงการก้าวคนละก้าวในครั้งนี้สามารถเริ่มบริจาคแล้วได้ตั้งแต่วันนี้ สำหรับช่องทางการบริจาค ดังนี้ 1. บัญชีรับบริจาค : ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขารัชโยธิน ชื่อบัญชี มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์ฯ (โครงการก้าวคนละก้าว) เลขที่บัญชี 111-393-5263 (กระแสรายวัน) และทาง SMS : บริจาคครั้งละ 10 บาท พิมพ์ T แล้วกดส่งมาที่ 4545099 (เฉพาะเครือข่าย AIS, DTAC และ True Move H ไม่หักค่าใช้จ่าย)
ขณะที่ทางด้าน นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ ว่า คุณตูน เป็นตัวอย่างหนึ่งของการช่วยเหลือที่ไม่ได้ใช้เงิน แต่ใช้ศักยภาพที่ตัวเองมีในการดึงดูดให้คนไทยหันมาช่วยดูแลระบบสุขภาพและช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน ซึ่งไม่ว่าประเทศไหนในโลกก็จะมีคนดีแบบคุณตูนอยู่ที่ออกมาช่วยเหลือ โรงพยาบาล เพราะฉะนั้นการบริจาคให้ระบบสุขภาพของประเทศ จึงเป็นสิ่งที่คนดีพึงกระทำกัน
นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่มีงบประมาณด้านสุขภาพประเทศไหนในโลกที่เพียงพอ เพราะมีโรคต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย แม้มีเทคโนโลยีในการรักษาที่ดีขึ้น แต่ก็มีราคาแพงขึ้น บวกกับมีจำนวนผู้สูงอายุมากขึ้น มีการเจ็บป่วยตามวัยมากขึ้น จึงไม่มีงบประมาณในเรื่องนี้ของประเทศไหนเพียงพอ โดยอาศัยเพียงงบประมาณจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว ส่วนของการแก้ปัญหา รพ. ขาดแคลน นอกจากมีการของบประมาณรัฐเพิ่มเติมตามที่มีอยู่จำกัดแล้ว คนไทยเป็นผู้ที่มีเมตตา กระทรวงสาธารณสุข จึงเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อขอให้กระทรวงการคลังอนุมัติให้การบริจาคเงินให้โรงพยาบาล สามารถหักภาษีได้ 2 เท่า โดยเงินบริจาคโรงพยาบาลแต่ละแห่งจะนำเงินมาจัดตั้งเป็นกองทุนของโรงพยาบาล เพื่อใช้ในการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
