- 03 พ.ย. 2560
นายกฯ ออก ม.44 เร่งพิสูจน์สัญชาติ แรงงานต่างด้าว
ปมความล่าช้าของการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว สร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับนายกรัฐมนตรี จนกลายเป็นชนวน
สำคัญ ทำให้เกิด “ฟ้าผ่า”ที่กระทรวงแรงงาน
เพราะนั่นเป็นที่มา ของคำสั่งคสช.มาตรา 44 เด้งด่วน ย้ายนายวรานนท์ ปีติวรรณ อดีตอธิบดีกรมการจัดหางาน ไปเป็นรองปลัดกระทรวง และนำไปสู่การตัดสินใจของ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล อดีต รมว.แรงงานพร้อมทีมงานลาออกจากตำแหน่ง
ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ก่อนหน้านี้ รัฐบาลต้องเสียหน้า มาแล้วครั้งหนึ่ง กับการเลื่อนชะลอการบังคับใช้พ.ร.ก. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ใช้ออกไป 180 วัน โดยจะครบวันที่ 31 ธ.ค.2560 เนื่องจากมีกระแสคัดค้านอย่างมาก ในส่วนของบทลงโทษนายจ้าง ที่ปรับหนักถึง 8 แสนบาทต่อแรงงานผิดกฎหมาย 1 คน
แต่ก็ยังเป็นปัญหาอีก เพราะจนถึงขณะนี้ การพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวนับล้านคนก็ยังมีความล่าช้า และมีแนวโน้มเสร็จไม่ทันตามกำหนด
เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ล่าสุด นายกรัฐมนตรี ได้ใช้ออกคำสั่งคสช.มาตรา 44 ตั้ง คณะกรรมการพิจารณาการเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าวใน 22 จังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล โดยมีปลัดมหาดไทยเป็นประธาน ให้แล้วเสร็จภายใน 31 มี.ค. 61
โดยในคำสั่ง ระบุว่าเรื่อง การพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าว เนื่องด้วยระบบการตรวจสอบบุคคลบางประเภท ซึ่งเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ยังไม่สามารถตรวจสอบและยืนยันอัตลักษณ์ได้ถูกต้อง ทำให้มีคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาทํางานในราชอาณาจักรไทยเป็นจํานวนมาก ทั้งที่เข้ามาโดยชอบด้วยกฎหมายและไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงวิธีการและระบบที่แตกต่างกันทำให้ยุ่งยากและล่าช้า
ดังนั้นหัวหน้าคสช. จึงอาศัยอํานาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญ ประกอบกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ตั้งคณะกรรมการพิจารณาการเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าวใน 22 จังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล คือ จ.กระบี่ จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชุมพร ตราด ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ประจวบคีรีขันธ์ ปัตตานี พังงา เพชรบุรี ภูเก็ต ระนอง ระยอง สงขลา สตูล สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และสุราษฎร์ธานี
ทั้งนี้ คณะกรรมการดังกล่าวประกอบด้วย ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมการกงสุล อธิบดีกรมสนธิสัญญา และกฎหมายผู้บัญชาการสํานักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) ผู้อํานวยการสํานักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) เป็นกรรมการ อธิบดีกรมการปกครองเป็นกรรมการและเลขานุการ อธิบดีกรมการจัดหางาน อธิบดีกรมเจ้าท่า และอธิบดีกรมประมง เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
โดยให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอํานาจพิจารณาแนวทางการดําเนินการ เพื่อให้มีระบบการพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าว ภาคประมงที่กรมเจ้าท่าและกรมการจัดหางานดําเนินการอยู่ โดยให้มีการจัดเก็บข้อมูลระบุอัตลักษณ์บุคคล ตลอดจนจัดทําทะเบียนประวัติ และพิสูจน์อัตลักษณ์ของแรงงานต่างด้าว เพื่อให้สามารถนํามาใช้งานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บข้อมูลให้เริ่มดําเนินการสําหรับแรงงาน ต่างด้าวในภาคประมงและโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำใน 22 จังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล โดยให้ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มี.ค.2561
นอกจากนี้ การจัดเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าวที่กรมการจัดหางานได้ดําเนินการ กอนที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับให้ดําเนินการต่อไป จนกว่าคณะกรรมการจะกําหนดหน่วยงานที่มีหน้าที่ดําเนินการแทน
