“ต้องไม่มีใครติดคุกเพราะจน” อีกต่อไป ล่า 66,000 ชื่อ ชง คกก.ปฏิรูป เปลี่ยนระบบเงินประกัน ชี้ "เงินไม่ได้รับประกันจะไม่หนี"

“ต้องไม่มีใครติดคุกเพราะจน” อีกต่อไป ล่า 66,000 ชื่อ ชง คกก.ปฏิรูป เปลี่ยนระบบเงินประกัน ชี้ "เงินไม่ได้รับประกันจะไม่หนี"

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ร่วมกับเครือข่ายปฎิรูปการประกันตัวเพื่อคนจน เชิญชวนชาวไทยร่วมลงชื่อในแคมเปญ ขอ 6 หมื่นชื่อแสดงพลัง เปลี่ยนระบบเงินประกัน “ต้องไม่มีใครติดคุกเพราะจน” อีกต่อไป โดยเป็นการจัดแคมเปญผ่านเว็บไซต์ www.change.org 

นายปริญญา โพสต์เฟซบุ๊ก อธิบายท่ีมาของแคมเปญนี้ว่า "ทราบไหมครับว่าในบรรดาผู้ต้องขัง 300,000 คน มีอย่างน้อย 66,000 คน ที่ต้องติดคุก ทั้งๆ ที่ศาลยังไม่พิพากษา เหตุเพราะว่าไม่มีเงินประกันตัว!
 

คดีที่มีโทษประหารชีวิต วงเงินประกันคือ 800,000 บาท จำคุกตลอดชีวิตคือ 600,000 บาท โทษจำคุกปีละ 20,000 บาท ถ้าข้อกล่าวหานั้นมีโทษสูงสุด 20 ปี ก็ต้องมีเงิน 400,000 บาท 

คำถามคือ เงินประกันเป็นหลักประกันได้จริงหรือว่าจำเลยจะไม่หนี? คำตอบคือไม่ใช่ ถ้ามีเงินประกันตัวได้ ก็หนีได้ ผลคือคนจะติดคุกหรือไม่อยู่ที่มีเงินหรือไม่ ทั้งๆ ที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไม่ได้บัญญัติไว้เลยว่าต้องใช้เงิน!

ในบรรดาความเหลื่อมล้ำทั้งหลายในสังคมไทย ไม่มีเรื่องใดจะเลวร้ายไปกว่าเรื่องการประกันตัวที่ต้องใช้เงินอีกแล้วครับ 

ร่วมกันปฏิรูประบบประกันตัว ให้ใช้วิธีอื่นที่ไม่ใช่เงิน หนึ่งเสียงของท่านสามารถแก้ไขความไม่เป็นธรรมนี้ได้ ร่วมลงชื่อใน change.org ให้ได้ 66,000 ชื่อ เท่ากับจำนวนคนที่ติดคุกเพราะไม่มีเงินประกันตัว จากนั้นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะนำไปเสนอต่อคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรมต่อไป เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ครับ

1 เสียงของท่าน ช่วยคนจนที่ติดคุกเพราะไม่มีเงินประกันตัว 1 คนครับ!"

 

“ต้องไม่มีใครติดคุกเพราะจน” อีกต่อไป ล่า 66,000 ชื่อ ชง คกก.ปฏิรูป เปลี่ยนระบบเงินประกัน ชี้ "เงินไม่ได้รับประกันจะไม่หนี"

“ต้องไม่มีใครติดคุกเพราะจน” อีกต่อไป ล่า 66,000 ชื่อ ชง คกก.ปฏิรูป เปลี่ยนระบบเงินประกัน ชี้ "เงินไม่ได้รับประกันจะไม่หนี"

นอกจากนี้ในแคมเปญ ยังให้ข้อมูลน่าสนใจ ว่า ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา เคยเจอปัญหานี้แบบบ้านเรา จึงเปลี่ยนมาใช้ “แบบตรวจวัดความเสี่ยงการหลบหนี” ซึ่งได้ผลดีอย่างมาก และตอนนี้ไทยก็เริ่มรับโครงการนี้มาทดลองใช้แล้ว

- เมื่อมีคดีเข้ามา เจ้าหน้าที่ศาลจะดึงข้อมูลของผู้ต้องสงสัย จำนวน 15 หมวด เช่น ประวัติอาชญากรรม ประวัติยาเสพติด คดีที่ค้างพิจารณา ฐานรายได้ เป็นต้น มาคำนวนเป็นคะแนน ว่าคนนี้ มี “ความเสี่ยง” ที่จะหนีมากน้อยแค่ไหน

- ผู้พิพากษา สามารถจัดการตามคะแนนได้ เช่น เสี่ยงน้อยก็ให้สาบานแล้วนัดวันรายงานตัว เสี่ยงกลางก็สามารถให้รายงานตัวด้วยการ Scan ลายนิ้วมือผ่าน Application หรือใส่กำไลที่ข้อเท้า และถ้าเสี่ยงมากจริงๆ ว่าจะหนี ก็ยังสามารถขังได้เหมือนเดิม 

- ด้วยการตรวจวัดความเสี่ยงที่เป็นวิทยาศาสตร์ และกลไกการกำกับดูแลหลังปล่อย จึงทำให้ศาลมีทั้งข้อมูลและเครื่องมือที่ทำให้ไม่ต้องเรียกเงินในการประกันตัวอีกต่อไป

ลงชื่อสนับสนุนแคมเปญนี้ได้ที่

https://www.change.org/p/เปลี่ยนระบบเงินประกัน-ต้-องไม่มีใครติดคุกเพราะจน-อีกต่-อไป