- 04 พ.ย. 2560
โดนใจๆ!นักเขียนชายแดนใต้จี้โดนจุดพี่ตูน“ก้าวคนละก้าว” กระแทกสังคม
เป็นอีกความเคลื่อนไหวหนึ่งกับกรณี นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม ร็อกเกอร์ชื่อดัง ซึ่งออกวิ่งจาก อ.เบตง ไป อ.แม่สาย ภายใต้ โครงการ "ก้าวคนละก้าว" เพื่อระดมทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้กับ 11โรงพยาบายทั่วประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊คของ Mureed Timasen นักเขียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เขียนบทความเกี่ยวกับโครงการก้าวคนละก้าว ที่ปรากฏว่าเนื้อหาโดนใจกระแทกสังคมจนโลกโซเชี่ยลต้องกดไลค์กดแชร์เป็นจำนวนมาก
“ทีละก้าวของ....พี่ตูน"
แหม....ช่วงนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องพี่ตูนหรอกนะครับ ผมอิจฉาแกนะ ใครๆ ก้อเรียกแกว่าพี่ตูน คุณป้าคุณยายยังเรียกพี่ตูนเลย เป็นหนุ่มตลอดกาลเลยพี่ตูน กระแสของแกโดนทั้งคำชม และคำด่า สัดส่วนประเด็นไหนเยอะกว่ากันนั้น มิอาจรู้ได้ แต่อย่างไรก้อตาม ผมว่างานนี้มีข้อให้หยิบยกมาเสวนาตามร้านชากาแฟหลายประเด็นอยู่หรอก
เริ่มเลยนะ ประเด็นแรกพี่ตูนต้องการช่วยโรงพยาบาลที่ยังขาดแคลนเครื่องมือในการรักษา แกอยากช่วย เพราะแกเคยช่วยมาแล้ว แต่คราวนี้ช่วยเยอะกว่า ต้องการยอดบริจาคมากกว่า ผมว่าแค่คิดยังไม่ต้องวิ่งก้อสง่างามแล้วมั้งครับ โรงพยาบาลที่จะไปช่วยก้อแย่มาโดยตลอด แต่ไม่มีใครรู้สึกว่าเป็นปัญหาของส่วนรวม พี่น้องที่เบตงจะมียา มีเครื่องมือรักษาโรคหรือไม่ คนจังหวัดอื่นไม่ต้องสนใจ เพราะจังหวัดของฉัน แถวบ้านที่ฉันอาศัยมีอยู่ครบครัน พี่ตูนเลยทำให้เห็นว่า การช่วยเหลือผู้อื่นโดยสละแรงกายของตน บอกกับพี่น้องชาวยไทยว่า อย่างน้อยคนในสังคมนี้ต้องทบทวนบ้างไม่มากก้อน้อยหละงานนี้
ประเด็นถัดมา พี่ตูนเป็นคนดังนะ เป็นศิลปิน คนรู้จักทั่วประเทศ อย่างผมไปวิ่ง ก้อคงได้ไม่กี่ร้อยบาท การที่คนดังลงมาเรียกร้องเอง เป็นการกระจายข่าวได้ดี และรวดเร็ว ได้ข่าวว่ายังไม่ทันวิ่งเลย ยอดบริจาคปาไป 20 ล้านกว่าบาทเข้าไปแล้ว ทฤษฎีพี่ตูนเนี่ย ตอกหน้าคนมีชื่อเสียง คนดังที่ไม่ใคร่จะดูแลสังคม หรือห่วงใยสังคม นอนอยู่บ้านเป็นเซเลบสบายๆ ก้อพอแล้ว ทำไมต้องมาเหนื่อยช่วยเหลือผู้อื่นด้วยเล่า ส่วนพี่ตูนไม่คิดเช่นนั้น แกคงคิดว่า การได้เสียสละแรงกายเพื่อผู้อื่นนั้นยิ่งใหญ่หาสิ่งใดเปรียบได้ โดยอาศัยการมีชื่อเสียงของแกในการทำประโยชน์ตรงนี้ ผมขอพูดสั้นๆ ว่า ใจนายหล่อมาก
ประเด็นต่อมา พี่ตูนไม่ได้วิ่งอย่างเดียวนะ ตะบี้ตะบัน ก้มหน้าก้มตามองถนน เพื่อให้ถึงเป้าหมายเร็วๆ จะได้สิ้นสุดภาระกิจนี้ ป่าวเลย พี่ตูนยกมือไหว้ผู้คนตามรายทาง เซลฟี่พี่น้องที่มาขอถ่ายรูป รับสิ่งของ, อาหาร, ขนม และเงินด้วย เรียกว่างานนี้พี่ตูนมีของกินตลอดทางโดยไม่ต้องรบกวนทีมงานด้วยซ้ำ ผมกำลังจะสื่อว่า พี่ตูนแกปฏิสัมพันธ์กับชาวบ้าน ซึ่งโอกาสน้อยมากที่ชาวบ้านจะเจอคนดัง คนมีชื่อเสียง เพราะชาวบ้านคงหมดโอกาสไปสัมผัสพี่ตูนที่กรุงเทพ หรืองานโชว์ตัวของพี่ตูนหรอกนะครับ พี่ตูนกำลังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ตรงที่ หัวใจหลักของคนในประเทศนี้คือ ชาวบ้าน คนจน คนชั้นกลางซึ่งมีเป็นจำนวนมากในสังคม หากประเทศจะอยู่รอด ผู้บริหารประเทศต้องลงมาสัมผัส และรับฟังคนเหล่านั้นด้วย ไม่ใช่แค่กากบาทหนึ่งเสียง แล้วเรียกเค้าว่า มีส่วนช่วยในการสร้างชาติแล้ว
ประเด็นถัดมา พี่ตูนทำลายกำแพงแห่งการเป็นชนชั้นวรรณะนะ ผมว่า คิดดูสิ ถ้าโรงพยาบาลหนึ่งต้องการสร้างอาคาร หรือซื้อเครื่องมือแพทย์ แต่ก่อนเค้าจะขอรับบริจาคที่โรงพยาบาล ตั้งกล่อง ดีสุดประกาศทางทีวี สิ่งตีพิมพ์ เป็นต้น แต่พี่ตูนใช้การเข้าหาผู้คน น้อยมากที่คนมีตำแหน่ง มีชื่อเสียงจะลงไปคลุกกับชาวบ้าน ไปถึงหน้าบ้าน หน้าประตูขอรับบริจาค ไม่ให้ก้อไม่เป็นไร แต่ฉันคนที่ชาวบ้านไม่คิดว่าจะได้พบเจอวิ่งมาถึงหน้าบ้าน ผ่านหน้าบ้านแล้ว แบบนี้ไม่มีสตางค์ แบบไม่มีก้อต้องหามาให้ หรือพี่น้องว่าไม่จริง
ประเด็นต่อมา พี่ตูนมิได้วาดฝัน เขียนฝันในอากาศ แต่ลงมือทำ แกเคยถูกสัมภาษณ์ว่า ถ้าวิ่งแล้วแกเกิดเสียชีวิตล่ะ พี่ตูนว่า คุ้มที่ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ประเด็นคือ พี่ตูนลงมือทำให้เห็น ส่วนความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่แก คนไทยมีจิตใจขี้สงสารอยู่แล้ว เห็นความตั้งใจแบบนี้มีรึ จะไม่ช่วย ถ้าพี่ตูนเช่ารายการทีวีขอรับบริจาค จะมีคนให้ไหม มีคนให้ แต่จะได้ใจมากกว่าไหมถ้าลงมือไปทำอะไรให้เห็นเป็นรูปธรรม พี่ตูนลงมือเสียสละแล้ว วิ่งให้เห็นแล้ว พี่น้องที่เห็นจะช่วยหรือไม่นั้น ผมว่าพี่น้องมีคำตอบที่ตรงกันในใจแล้วกระมัง
ประการสุดท้าย พี่ตูนทำลายวัฒนธรรมแห่งการตามการลอกเลียนแบบนะ ก่อนหน้านี้มีใครทำแบบนี้ไหม ? ฮืม....ไม่มีหรอกครับ (แต่ถ้าเป็นต่างประเทศอาจจะมี ไม่รู้ได้) แต่เมืองไทยยังไม่มี แสดงว่าพี่ตูนทำเป็นต้นแบบไม่ได้ลอกเลียนแบบใคร สังคมไทยมักจะไม่ใช่คนเริ่มต้นก่อน แต่มักจะทำตามคนอื่นเสมอ พี่ตูนต้องการสอนคนรุ่นใหม่ให้ริเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ เถอะ อย่าตามคนอื่นเลย หากมีศิลปินคนอื่นทำอย่างพี่ตูน ถามว่าดีไหม ดี
แต่เค้าก้อได้ชื่อว่าเป็นคนทำตามคนอื่นอยู่ดี ไม่ใช่ผู้ริเริ่มทำเป็นคนแรก
ขอบคุณพี่ตูนนะ ที่มอบอะไรดีๆ ในกับพวกเรา และสังคมไทย สิ่งที่พี่ตูนลงมือทำอย่างเด็ดเดี่ยว และมั่นใจว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งดี โดยไม่สนใจต่อคำติฉินนินทาใดๆ เลย พี่ตูน มอบของขวัญอันยิ่งใหญ่ให้แก่สังคมไทยเราจริงๆ หากมีโอกาสเจอพี่ตูน ขอกอดที และผมจะบอกกะพี่ตูนว่า นายผอมมาก เฮ้ย ไม่ใช่ นายแน่มาก นับถือ และนับถือ ขอคารวะด้วยความบริสุทธิ์ใจเลยทีเดียวเชียว
(มุรีด ทิมะเสน,2-11-60,โรงเรียนบางกอกศึกษา)”
Cr.FB: Mureed Timasen
