ปรับครม.ใหญ่ หรือ ปรับเล็ก !! วัดใจ"นายกลุงตู่"

ปรับครม.ใหญ่ หรือ ปรับเล็ก !! วัดใจ"นายกลุงตู่"

นับเป็นครั้งแรกที่ผู้นำรัฐบาลและคสช.อย่างพล.อ.ประยุทธ์ ยอมรับและเห็นตรงกันกับ พล.อ.ประวิตร ในการพิจารณาปรับครม.ลดโควตาของรัฐมนตรีสายทหารให้น้อยลงกว่าเดิม ..หลังจากบริหารประเทศ 3 ปีกว่า

ซึ่งเรื่องดังกล่าว ตรงกับกระแสเรียกร้องจากหลายฝ่าย ที่มองว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาล ควรดึงมืออาชีพมาช่วยทำงานเสริมทีมรัฐบาล

ทั้งนี้เพื่อปรับการบริหาร สร้างความน่าเชื่อถือ ต่อจากการการันตีจากสหรัฐ..ที่เรียกความเชื่อมั่นจากนานาชาติ ได้มากโข

โดยแนวโน้มการปรับ ครม.พล.อ.ประยุทธ์ 5 แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม
 

 

 

กลุ่มแรก คือรัฐมนตรีที่เป็นทหาร เพื่อปรับภาพลักษณ์รัฐบาลช่วงเปลี่ยนผ่าน

เริ่มจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เจอกับมรสุมโถมเข้าใส่ 2–3 ลูกติดๆกัน ทั้งรายการเซ็นอนุมัติให้บริษัทเอกชนใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์เขตต้นน้ำในจังหวัดขอนแก่น ไล่เลี่ยๆกับประเด็น “เรือเหาะ” ที่จัดซื้อในสมัยนั่งเป็นผู้บัญชาการทหารบก ซ้ำด้วยปมร้อนฉาวๆว่าด้วยโครงการจัดซื้อ “เครื่องตรวจจับความเร็วฝังเพชร”

และที่มีชื่อถูกปรับอยู่ตลอดเวลา คือ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ถูกวิจารณ์จากเครือข่ายเกษตรกร เรื่องการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกตำ่ ขณะที่การบริหารจัดการน้ำที่กระทรวงเกษตรฯเป็นเจ้าภาพ ไม่มีความคืบหน้า แถมยังมีแฉปมทุจริตโครงการ 9101 วงเงินกว่า 1.9 หมื่นล้านของกระทรวงเกษตรฯ จนต้องไล่ตามสอบกันทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการก็เป็นอีกแห่งที่ประเมินกันว่าจะมีการปรับเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี หลังจากที่มีข่าวเรื่องปัญหาการทำงานระหว่าง นพ.ธีรเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการ กับ พล.อ.สุรเชษฐ์ ไชยวงศ์ รัฐมนตรีช่วย ที่เป็นเพื่อนซี้ของนายกรัฐมนตรี 

สำหรับกระทรวงแรงงาน ยังอาจจะคงโค้วต้าทหาร เพราะ คนมาแทน พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล นั้น กระทรวงนี้อยู่ในการกำกับดูแลของรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ คนที่ถูกคาดหมายจึงหนีไม่พ้นน้องรักของ พล.อ.ประวิตร ที่เคยผลักดันจนได้เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม และพึ่งเกษียณอายุราชการไป คือ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล แต่ปัญหา คือ พล.อ.ชัยชาญ ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านแรงงาน ที่ต้องเร่งแก้ปัญหาทั้งเรื่องแรงงานต่างด้าว , ประมงผิดกฎหมาย , และการค้ามนุษย์ จึงมีชื่อของ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกระทรวงกลาโหม อีกคนที่ปรากฎขึ้นมา 


กลุ่มที่ 2 รัฐมนตรีที่ถือหุ้นในบริษัทเอกชนเกิน 5% ซึ่งมีอยู่ 9 คนที่เคยถูกร้องเรียนก่อนหน้านี้ และกกต.อยู่ระหว่างพิจารณา อาทินายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ , นายอุตมะ สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ,มล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ,นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ,นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง,นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม,นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ และ มีเข้าข่ายอาจเป็นลูกจ้าง 1 คนคือนายวิษณุ  เครืองามรองนายกรัฐมนตรี  ขณะที่ลาออกจากตำแหน่งไปแล้ว 1คนคือพล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน 


กลุ่มที 3 คือ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ เพื่อมาเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจก่อนการเลือกตั้ง โดยกระทรวงเศรษฐกิจที่ถูกจับตามอง อาทิน.ส.อภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  ที่มีกระแสไม่คืบหน้าแก้ปัญหาราคาสินค้า 


ปรับครม.ใหญ่ หรือ ปรับเล็ก !! วัดใจ"นายกลุงตู่"

 

ปรับครม.ใหญ่ หรือ ปรับเล็ก !! วัดใจ"นายกลุงตู่"

 

และ 2 คนสุดท้ายที่มีชื่อจะถูกปรับเปลี่ยนด้วย คือ นายออมสิน ชีวพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เคยถูกวิจารณ์เรื่องการแก้ปัญหาเงินทอนวัด และ การโยกย้าย พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กับ นายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม 

งานนี้ ..วัดใจ นายกฯลุงตู่ ล้วนๆ ว่า จะปรับ(ครม.)ออกมาอย่างไร