- 08 พ.ย. 2560
หนุน“บิ๊กตู่”ปรับใหญ่รมต.เกษตร!อดีตผู้แทนเกษตรกรร่อนจม. แจ้งตุนเสบียงนำทัพคนจนร้องทุกข์ทำเนียบ
นายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์ อดีตผู้แทนเกษตรกรภาคใต้ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ทำจดหมายเปิดผนึกชื่อ “จดหมายคนจน จากกลุ่มฅนเกษตรไท หัวใจพอเพียง” โดยเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งสอดรับกับข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี ซึ่งกระแสข่าวว่ากระทรวงเกษตรฯเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่จะมีการปรับเปลี่ยนโยกย้ายรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ
“ได้เวลานับถอยหลัง ความหวังเกษตรกร ความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก หลังจากพี่น้องชาวสวนยาง ได้เตรียมตัวล่ารายชื่อ เพื่อ ปลด ผอ. กองทุนสวนยาง ที่ถือเป็น ปัญหา หนามยอกอก ของกระทรวงเกษตร และสอดคล้องกับ โผการปรับครม.ที่หนีไม่พ้น1ใน5กระทรวงที่ติดอันดับการปรับรมต.ทุกครั้งไป หนำซ้ำเจ้ากระทรวงเองก็ออกมายอมรับว่าแม้ถูกปรับพ้นจากรัฐบาลคราวนี้ก็ไม่ติดใจอะไรซึ่งถือเป็นการยอมรับกลายๆ
หากจะมองด้วยความเป็นกลาง ย้อนอดีตดูปัญหาหลักๆของก.เกษตรที่ถูกขึ้นบช.ปรับครม.ทุกครั้งก็คงหนีไม่พ้น ปัญหาเรื่องปากท้องเกษตรกรซึ่งถือเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศอันเป็นผลมาจากราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำแม้บิ๊กฉัตรจะออกมาบอกว่า ก.เกษตรเป็นเพียงผู้ผลิตก็ตามส่วนราคาเป็นหน้าที่พาณิชย์หรือโยนความผิดให้กลไกตลาดก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงจุดอ่อนของรัฐบาลที่ไม่สามารถบูรณาการระหว่างกระทรวงได้อย่างชัดเจน
เพราะหากมองในภาพรวมการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในถือเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนเพราะท่ามกลางความเป็นรัฐบาลรัฐประหารจึงไม่แปลกที่ถูกต่างชาติมองว่ามีความเสี่ยงในการลงทุนในไทย ดังนั้นนโยบายอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในโดยเฉพาะภาคเกษตรจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ
แต่หากมองลึกลงไปในแต่ละโครงการนับแต่ โครงการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างตลาดพรีเมี่ยมและเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร แต่ก็ถูก Thai-Pan ออกมาแฉเรื่องกระบวนการผลิตที่ไม่มีคุณภาพสินค้าเกษตรไม่อินทรีย์จริง ขาดความน่าเชื่อถือ
โครงการเกษตรแปลงใหญ่ก็เป็นเพียงการขายฝันเพราะธรรมชาติของเกษตรกรต่างคนต่างทำไม่เหมาะกับการทำนารวมแบบคอมมูน สุดท้ายคนได้ประโยชน์กลายเป็นพ่อค้าขายพันธุ์ข้าว ปุ๋ย ยา ที่ขายกันแบบโฮลเซลล์หรือขายยกโหลให้แปลงใหญ่ รถไถรถเกี่ยวรับเหมาแปลงใหญ่อำนวยความสะดวกให้กลุ่มทุนซื้อรวมขายรวมชัดเจน ตรงข้ามกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงสิ้นเชิง
โครงการ9101 ก็เช่นกันรวบรัดตัดตอนทั้งประชาคมทั้งการเบิกจ่ายจริงอยู่ที่ใช้หลักประชานิยมอำนวยความสะดวกให้พ่อแก่แม่เฒ่ามีรายได้ก็จริงชาวบ้านได้ค่าจ้างค่าแรงเงินหมุนเวียนในชุมชนหลักล้านก็ขอชื่นชม แต่ส่วนราชการทั้งอึดอัดทั้งลำบากใจในการเบิกจ่ายโครงการชนิดเร่งด่วนวันต่อวันทำไม่ได้ย้ายทันทีจนไม่มีเวลาคิดถึงอนาคตเพราะต้องเอาตัวรอดวันต่อวันเหมือนอยู่ในสนามรบจนลืมความยั่งยืนไปหมด
โครงการผันเงินธกส.ทั้งปรับโซนนิ่งทั้งแจกเงินกู้ซื้อวัวควายหรือแม้แต่เอสเอ็มอีเกษตรล้วนแล้วแต่เป็นโครงการเร่งด่วนและด่วนมากจนจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้จะทำอะไรก่อนหลังเจ้าหน้าที่มีแต่ตรวจสอบทั้งตรวจสภาพหนี้ทั้งตรวจเครดิตเกษตรกรทั้งที่ถ้าเครดิตดีจ่ายหนี้ตรงเวลาเกษตรกรจะวิ่งมาหาขอกู้เงินทำไมซึ่งสุดท้ายกว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ เพราะธกส.ก็ไม่ปล่อยเงินให้เกษตรกรง่ายๆ เข้าตำราพิทักษ์กลุ่มทุนเงินข้าเกษตรกรอย่าแตะไม่รู้ว่าเอาเข้าจริงเกษตรกู้ได้ถึงครึ่งที่วาดฝันไว้หรือไม่เพราะทุกคนโดนหลอกแล้วหลอกอีกให้มีความหวัง
สุดท้ายเรื่องของหนี้สินเกษตรกรก็หนีไม่พ้นต้องกู้กินรายวันไปซ้ำร้ายยังเอานอกระบบมาแปลงเป็นนาโน ไมโครไฟแนนท์เก็บภาษีแม้กระทั่งเงินกู้กับคนจนแล้วอย่างนี้เกษตรกรจะอยู่ได้อย่างไรหากจะถามหากระบอกเสียงเกษตรกรที่ลุงตู่ให้เลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่เข้าไปเป็นกรรมการท่านรมต.ก็ยึดอำนาจสั่งยุบสั่งปลดบอร์ดตามตำราเผด็จการครึ่งใบทั้งๆที่ตัวเองก็เป็นรองประธานอยู่ในคณะกรรมการนั้นเองซึ่งหากจะว่าไม่มีความสามารถก็ควรหมายรวมถึงตัวเองด้วยไม่ใช่เอาคนอื่นออกแล้วตัวเองตั้งตนเป็นเจ้าเข้าเสียบตำแหน่งประธานเองเฉย
เปรียบเทียบดูกับชุดท่านประจินต์ ท่านสมคิดที่เค้ายังมีผลงานทั้งซื้อหนี้ทั้งคืนที่ทำกินหรือแม่แต่ปฏิรูปโครงสร้างองค์กรให้ปัจจุบันทันสมัยสมดีกรีรองนายกที่มานั่งเป็นประธานชาวบ้านฝากถามมาไปยึดอำนาจเค้าทำไมทหารด้วยกันแท้ๆ
งานนี้ฟันธงครับตั้งแต่จับแพะปลัดกระทรวงบูชายันต์ไปคราวก่อนก็บอกได้คำเดียวว่าเสียดายครับหูเบาเอาที่ปรึกษาเฒ่าชะแรแก่ชรามาในยุค สี่จนสูญวอนลุงตู่ถ้าจะโละก็เอาออกไปให้หมดนะครับโดยเฉพาะผีเฝ้ากระทรวงหวงอำนาจ
โอกาสนี้ก็ฝากบอกพี่น้องเกษตรกรทุกท่านเกี่ยวข้าว เตรียมน้ำปูน้ำปลาหลังห้าธันวาพบกันหน้าทำเนียบ...แน่นอน”
