- 08 พ.ย. 2560
“บิ๊กฉัตร” เซ็นเกณฑ์ซื้อหนี้กองทุนฟื้นฟูฯฉบับใหม่ ปิดประตูหนี้บุคคลค้ำ เกษตรกรเสียสิทธิ์เตรียมเคลื่อนไหว
หลังจากที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ร่วมกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 16 พ.ค.2560 เห็นชอบในหลักการที่จะออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ยุบคณะกรรมการที่มีอยู่ 3 คณะของ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร แล้วตั้ง “คณะกรรมการเฉพาะกิจ” เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ของเกษตรกร และยกเครื่องสางปัญหาทั้งหมดของกองทุนฟื้นฟูฯ โดยล่าสุดมีการต่ออายุอีก 180 วันนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าว่า ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจได้ลงนาม ระเบียบคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯเฉพาะกิจ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดการหนี้ของเกษตรกร พ.ศ. 2560 โดยสาระสำคัญคือการยกเลิกระเบียบเดิมในเรื่องหลักเกณฑ์การจัดการหนี้ของเกษตรกร พ.ศ. 2559 และถือเป็นการปิดประตูสำหรับการจัดการหนี้บุคคลค้ำประกัน โดยอ้างการตีความของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่า ไม่สามารถดำเนินการได้
ข้อมูลจากคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯเฉพาะกิจระบุว่า การแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ โดยเข้าไปซื้อหนี้ของเกษตรกร จำนวน 28,266 ราย รวม 28,941 สัญญา ยอดชำระ 5,998,698,311.81 บาท แยกเป็นหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 12,968 ราย 13,346 สัญญา ยอดชำระ 4,774,843,211.76 บาท หรือ 45.88%หนี้ที่มีบุคคลค้ำประกัน 14,369 ราย 14,638 สัญญา ยอดชำระ 991,279,365.94 บาท หรือ 50.83%และเป็นหนี้ที่มีหลักทรัพย์และบุคคลค้ำประกันจำนวน 929 ราย 957 สัญญา ยอดชำระ 232,575,734.11 บาท หรือ 3.29% ซึ่งหมายความว่าหนี้สินของเกษตรกร ซึ่งเป็นหนี้บุคคลค้ำประกันเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งของมูลหนี้ทั้งหมด
และในการดำเนินงานของกองทุนฟื้นฟูฯยุค พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง เป็นประธานบอร์ดใหญ่นั้น เรื่องนี้ได้รับการผลักดันจากกลุ่มผู้แทนเกษตรกรที่มาจากการเลือกตั้งทั่วประเทศ เนื่องจากเห็นว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่เพราะเกษตรกรที่ยากจนส่วนใหญ่จะไม่มีที่ดินทำกิน ขณะที่การใช้บุคคลค้ำประกันก็จะเป็นสมาชิกองค์กรเกษตรกรที่มีการขึ้นทะเบียนจัดตั้งกับกองทุนฟื้นฟูฯ ส่วนการลดความเสี่ยงของการจัดการหนี้ก็จะมีเรื่องของการฟื้นฟูอาชีพให้เกษตรกรซึ่งเป็นภารกิจหลักของกองทุนฟื้นฟูฯเพื่อให้เกษตรกรสามารถมีรายได้มาชำระหนี้
ในการประชุมบอร์ดใหญ่ยุค พล.อ.อ.ประจิน จึงได้รับการสนับสนุนความเห็นจากหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ โดยเปรียบเทียบกรณีกับการกู้เงินของข้าราชการก็สามารถให้ข้าราชการค้ำกันเองได้ หรือ การออกโครงการสินเชื่อโดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันตามนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมกิจการ Start up ในสังคมเมือง
ทั้งนี้การจัดการหนี้เกษตรกรกรณีบุคคลค้ำประกัน ถูกส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความตามความเห็นของกรรมการบอร์ดบางคนที่มีความขัดแย้งกับการบริหารงานในสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ
มีรายงานข่าวว่า กลุ่มเกษตรกรที่ไม่ได้รับการจัดการหนี้บุคคลค้ำประกันอยู่ระหว่างรวมตัวและมีแนวโน้มที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อเคลื่อนไหวเรียกร้องต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยตรง
