แกนนำเกษตรกรอีสาน จ่อฟ้องศาลปกครองหลัง “บิ๊กฉัตร” ปิดทางซื้อหนี้บุคคลค้ำฯ สมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯกว่าครึ่งเคว้ง

แกนนำเกษตรกรอีสาน จ่อฟ้องศาลปกครองหลัง “บิ๊กฉัตร” ปิดทางซื้อหนี้บุคคลค้ำฯ สมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯกว่าครึ่งเคว้ง

 จากกรณี เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่ง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเฉพาะกิจลงนาม ระเบียบคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯเฉพาะกิจ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดการหนี้ของเกษตรกร พ.ศ. 2560

โดยสาระสำคัญคือการยกเลิกระเบียบเดิมในเรื่องหลักเกณฑ์การจัดการหนี้ของเกษตรกร พ.ศ. 2559 และถือเป็นการปิดประตูสำหรับการจัดการหนี้บุคคลค้ำประกัน โดยอ้างการตีความของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่า ไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งเกษตรกรที่เสียสิทธิดังกล่าวกำลังรวมตัวเพื่อเคลื่อนไหวเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรี และประกาศท่าทีสนับสนุนการปรับคณะรัฐมนตรีในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยนั้น

 

 

นายกิตติกร เชิดชู อดีตประธานอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ จังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ผ่านมาครบแล้ว180วัน สิ่งที่คณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูชุดเฉพาะกิจตามคำสั่ง คสช. ที่ใช้อำนาจ ม.44 ยังไม่สามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาของเกษตรกรได้ซึ่งเหตุผลของคำสั่งตามมาตรา44.ประกอบไปด้วยเรื่องที่สำคัญสองเรื่องที่กล่าวหาคณะกรรมการชุดที่ผ่านมาโดยอ้างว่า จัดการหนี้ไม่มีประสิทธิภาพ มีการทุจริตในการบริหารกองทุนฯ ซึ่งข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่มีการตรวจสอบในเรื่องนี้ ดังนั้นจึงมีข้อสังเกตอยู่หลายประการว่า คณะกรรมการเฉพาะกิจได้เข้ามาดำเนินการสำเร็จในด้านใดบ้าง

อดีตประธานอนุกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า  เท่าที่รับทราบข้อมูลในการดำเนินการนั้น สามารถทำได้เพียงสำรวจข้อมูลหนี้สิน ของเกษตรกรที่นำหนี้มาขึ้นทะเบียนไว้กับกองทุนฯจำนวนห้าแสนกว่ารายมียืนยันตัวตนสองแสนกว่าราย และแสดงความประสงค์ให้กองทุนช่วยเหลือเพียงแสนกว่าราย และนับจากวันนั้นถึงวันนี้ก็ยังไม่สามารถชำระหนี้แทนให้กับเกษตรกรได้ และได้มีการออกระเบียบในการจัดการหนี้ให้แก่เกษตรกรฉบับใหม่

โดยยึดคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องการจัดการหนี้ กรณีบุคคลค้ำประกันว่าไม่สามารถจัดการหนี้ได้และหนี้ที่มีวัตถุประสงค์ไม่ใช่เพื่อการเกษตรก็ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ ดังนั้นเมื่อมาอ่านคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงพอมองออกว่า ได้ให้ความเห็นทางกฎหมายตาม ที่สำนักงานกองทุนได้เสนอ และไม่ได้นำเอากฎหมายของกองทุนมาวินิจฉัยให้ครบถ้วนรอบด้าน ทำให้เกษตรกรรายย่อยเสียโอกาส และเป็นการออกระเบียบมาบังคับให้มีผลย้อนหลังในทางที่เป็นโทษ โดยหลักกฎหมายโดยทั่วไปการที่ออกระเบียบกฎหมายที่มีผลย้อนหลังในทางที่เป็นโทษตามหลักสากลทั่วไปไม่สามารถกระทำได้ 

 

 “ขอเวลาสรุปประเด็นต่างๆเพื่อรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเรียบร้อยแล้วจะได้ทำหนังสือคัดค้านการออกระเบียบฉบับใหม่พร้อมทั้งถ้าไม่ได้รับการแก้ไข ก็จะได้ใช้วิธีการยื่นต่อศาลปกครองต่อไป” นายกิตติกร กล่าว

 

แกนนำเกษตรกรอีสาน จ่อฟ้องศาลปกครองหลัง “บิ๊กฉัตร” ปิดทางซื้อหนี้บุคคลค้ำฯ สมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯกว่าครึ่งเคว้ง

แกนนำเกษตรกรอีสาน จ่อฟ้องศาลปกครองหลัง “บิ๊กฉัตร” ปิดทางซื้อหนี้บุคคลค้ำฯ สมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯกว่าครึ่งเคว้ง

แกนนำเกษตรกรอีสาน จ่อฟ้องศาลปกครองหลัง “บิ๊กฉัตร” ปิดทางซื้อหนี้บุคคลค้ำฯ สมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯกว่าครึ่งเคว้ง

 ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ โดยเข้าไปซื้อหนี้ของเกษตรกร จำนวน 28,266 ราย รวม 28,941 สัญญา ยอดชำระ 5,998,698,311.81 บาท แยกเป็นหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 12,968 ราย 13,346 สัญญา ยอดชำระ 4,774,843,211.76 บาท หรือ 45.88%หนี้ที่มีบุคคลค้ำประกัน 14,369 ราย 14,638 สัญญา

ยอดชำระ 991,279,365.94 บาท หรือ 50.83%และเป็นหนี้ที่มีหลักทรัพย์และบุคคลค้ำประกันจำนวน 929 ราย 957 สัญญา ยอดชำระ 232,575,734.11 บาท หรือ 3.29% ซึ่งหมายความว่าหนี้สินของเกษตรกร ซึ่งเป็นหนี้บุคคลค้ำประกันเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งของมูลหนี้ทั้งหมด