ประกาศด่วน !!! เตือนภัย"พายุดีเปรสชั่น"ฉบับที่ 1 กระทบไทยหลายภาครวม"กทม."มีฝนตกหนักมาก!

ประกาศด่วน !!! เตือนภัย"พายุดีเปรสชั่น"ฉบับที่ 1 กระทบไทยหลายภาครวม"กทม."มีฝนตกหนักมาก!

ด่วน! กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฉบับที่ 1 พายุดีเปรสชั่นจ่อขึ้นฝั่งเวียดนามและกัมพูชา ส่งผลกระทบต่อหลายภาคในประเทศไทยรวมถึงกรุงเทพมหานครฯมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักกว่าเดิม 

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุ “ดีเปรสชัน” (มีผลกระทบถึงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2560)" ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2560

เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (17 พ.ย. 60) พายุดีเปรสชันบริเวณด้านตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์ หรือละติจูด 9.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 109.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 27 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางและประเทศกัมพูชาในช่วงวันที่ 19-21 พ.ย. 60

ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย

พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้

- ในช่วงวันที่ 19 -20 พ.ย. 2560 บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี

 - ในช่วงวันที่ 20-21 พ.ย. 2560 บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง โดยบริเวณอ่าวไทยและอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังคลื่นซัดเข้าหาฝั่งในระยะเวลาดังกล่าวไว้ด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้     

ประกาศ ณ วันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เวลา 23.00 น.

(ลงชื่อ) วันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา

ประกาศด่วน !!! เตือนภัย"พายุดีเปรสชั่น"ฉบับที่ 1 กระทบไทยหลายภาครวม"กทม."มีฝนตกหนักมาก!

สำหรับพยากรณ์อากาศในช่วง7วันข้างหน้า การคาดหมาย ในช่วงวันที่ 18-21 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรงและอากาศจะเย็นลง ส่วนภาคใต้มีฝนตกเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ในช่วงวันที่ 22-23 พ.ย.ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิจะลดลงได้อีก 2-4 องศาเซลเซียสข้อควรระวัง  

ในช่วงวันที่ 18-23 พ.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็นลง และฝนฟ้าคะนองที่จะเกิดขึ้น ส่วนในช่วงวันที่ 19-23 พ.ย. ภาคใต้ขอให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ส่วนชาวเรือในบริเวณอ่าวไทยและอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา      ในช่วงวันที่ 18-21 พ.ย. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงกับมีอากาศเย็น สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรง ประกอบกับในช่วงวันที่ 19-21 พ.ย.2560 มีพายุดีเปรสชัน บริเวณด้านตะวันตกของประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มจะเคลื่อนตัวทางทะเลจีนใต้ตอนล่าง ชายฝั่งประเทศเวียดนาม อ่าวไทยและทะเลอันดามัน

ทำให้ภาคกลางตอนล่าง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนจะมีฝนตกเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและอันดามันมีกำลังปานกลาง ส่วนในช่วงวันที่ 22-23 พ.ย.บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงยังคงแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ทำให้บริเวณดังกล่าวอุณหภูมิจะลดลงและอากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง

ภาคเหนือ    ในช่วงวันที่ 18-19 พ.ย. อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม. /ชม. ส่วนในวันที่ 20-23 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรงและอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 17-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ    ในช่วงวันที่ 18-21 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรงและอากาศเย็น ส่วนในวันที่ 22-23 พ.ย. อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.

ภาคกลาง    ในช่วงวันที่ 18-21 พ.ย. มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ส่วนมากทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม. /ชม. ส่วนในวันที่ 22-23 พ.ย. อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรงและอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.

ภาคตะวันออก    ในช่วงวันที่ 18-21 พ.ย. มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20-30 ของพื้นที่อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนในวันที่ 22-23 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรงและอากาศเย็นอุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)    ในช่วงวันที่ 17-18 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาค ลมตะวันออก ความเร็ว 15 -30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 19-23 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 -35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-34 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)    ในช่วงวันที่ 17-19 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15 -30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 20-23 พ.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 -35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล    ในช่วงวันที่ 18-21 พ.ย. มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ส่วนในวันที่ 22-23 พ.ย. อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรงและอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

 

 

ขอบคุณ กรมอุตุนิยมวิทยา