ขยะล้นประเทศ!2,468 สถานที่กำจัดขยะจัดการมั่ว อธิบดี”สุทธิพงษ์”เร่ง อปท.แก้

ขยะล้นประเทศ!2,468 สถานที่กำจัดขยะจัดการมั่ว อธิบดี”สุทธิพงษ์”เร่ง อปท.แก้

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เปิดเผยระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงวิชาการรับฟังความคิดเห็นต่อการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ว่าด้วยการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครั้งที่ 1 ณ โรงแรมแมนดาริน สามย่าน กรุงเทพฯว่า สภาพปัญหาขยะมูลฝอยที่ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นประเด็นวาระเร่งด่วนของประเทศและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นหน่วยงานหลักที่มีอำนาจและหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560อย่างไรก็ดี จะเห็นว่ามี อปท. ถึงร้อยละ 39 ที่ไม่ได้จัดให้มีบริการเก็บขนขยะเพื่อนำไปกำจัดตามที่ระบุในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้มีปริมาณขยะที่ชุมชนต้องหาวิธีกำจัดเองถึง 5.67 ล้านตันในปี พ.ศ. 2559

 

อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า นอกจากนี้ แม้ในพื้นที่ของ อปท. ที่มีการเก็บขนขยะก็ยังมีปัญหาของการกำจัดขยะ ผลการสำรวจสถานที่กำจัดขยะของกรมควบคุมมลพิษในปี พ.ศ. 2559 พบว่าทั่วประเทศมีสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยที่ยังดำเนินการอยู่ทั้งหมด 2,810 แห่ง และสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอย 14 แห่ง โดยในจำนวนนี้มีเพียง 328 แห่งที่พอนับได้ว่ามีวิธีการกำจัดแบบถูกต้อง แต่ที่เหลือ 2,468 แห่งถูกจัดเป็นสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยแบบไม่ถูกต้อง ได้แก่การเทกอง การเผากลางแจ้ง หรือการเผาทำลายด้วยเตาเผาขนาดเล็กที่ไม่มีระบบบำบัดมลพิษทางอากาศ เนื่องจากปัญหาด้านงบประมาณ การจัดหาดินฝังกลบ และ/หรือการขาดเจ้าหน้าที่ผู้ดูแล เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว 

ขยะล้นประเทศ!2,468 สถานที่กำจัดขยะจัดการมั่ว อธิบดี”สุทธิพงษ์”เร่ง อปท.แก้

 อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามให้มีการแบ่งกลุ่มพื้นที่จัดการที่เราเรียกว่า “คลัสเตอร์” และส่งเสริมการนำขยะไปผลิตเป็นพลังงาน (waste to energy)แต่เมื่อดำเนินการในเรื่องนี้มากขึ้น กลับกลายเป็นว่า อปท. หลายแห่งเข้าใจประเด็นการจัดการขยะคลาดเคลื่อน แทนที่จะมุ่งเน้น “การจัดการขยะ” (waste management) กลับไปเน้น “การแปลงขยะเป็นพลังงาน” (waste to energy)ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีในการกำจัดขยะ แต่เรายังมีรูปแบบการจัดการขยะอีกหลายประเภท เช่น การฝังกลบอย่างถูกหลักสุขาภิบาล การผลิตขยะเชื้อเพลิง (RDF) การทำปุ๋ยหมัก การทำไบโอแก๊ส เป็นต้น 
               

“ซึ่งรูปแบบการจัดการขยะควรเลือกให้เหมาะสมกับขนาดและศักยภาพของพื้นที่ และไม่ว่าจะเลือกรูปแบบ สิ่งสำคัญ คือ การส่งเสริมให้ประชาชนและทุกภาคส่วนช่วยกันลดและแยกขยะที่ต้นทางซึ่งเป็นการจัดการขยะอย่างยั่งยืน ซึ่งอาจจะต้องหามาตรการแกมบังคับและส่งเสริม เพราะหากทำเชิงสมัครใจเพียงอย่างเดียวก็จะไม่ประสบผลสำเร็จ” อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกล่าว
อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกล่าวว่า  ขยะยังมีหลายประเภททั้งขยะมูลฝอย ขยะอันตราย มูลฝอยติดเชื้อและสิ่งปฏิกูล ซึ่งก็ยังขาดระบบการจัดการแทบทั้งสิ้น หรือแม้แต่ข้อมูลพื้นฐาน เช่น ปริมาณและองค์ประกอบก็ยังไม่ได้มีการสำรวจและเก็บข้อมูลเป็นระบบ และจากที่พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560 ซึ่งเริ่มมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2560 ที่ผ่านมาได้เพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดการขยะมูลฝอย และมาตรา 34/4 บัญญัติให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีหน้าที่เสนอแนะ แนะนำ และช่วยเหลือ อปท. ในการจัดทำแผนงาน โครงการในการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย ซึ่งต้องสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด รวมทั้งเสนอความเห็นในการจัดตั้งงบประมาณแผ่นดินเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีด้วย  ด้วยเหตุนี้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ เพื่อให้กรมฯ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีกรอบการทำงานที่ชัดเจนและให้มีการจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องดำเนินการก่อนหลัง 
     

 “ อยากจะเน้นว่า ในการเสนอโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการใดก็ตาม อปท. ควรเน้นให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนและคำนึงถึงความยั่งยืนของโครงการทั้งในด้านการเงินและการกำกับดูแลโครงการมิให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชน” อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นระบุ 

ขยะล้นประเทศ!2,468 สถานที่กำจัดขยะจัดการมั่ว อธิบดี”สุทธิพงษ์”เร่ง อปท.แก้

 

ขยะล้นประเทศ!2,468 สถานที่กำจัดขยะจัดการมั่ว อธิบดี”สุทธิพงษ์”เร่ง อปท.แก้

 อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  กล่าวว่า ฝากถึงผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ช่วยกันดูแลบ้านเมืองให้สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย ร่วมกันสร้างจิตสำนึกที่ดีในการบริหารจัดการขยะ ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ต่อยอดพัฒนาให้ดีและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายและขยายผลให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ รวมถึงขอให้ร่วมมือกันให้ข้อคิดเห็นต่อการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ในครั้งนี้ เพื่อคณะผู้วิจัยจะได้รวบรวมความคิดเห็นที่ได้รับจากการประชุมไปปรับปรุง และจัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์ ที่มีความเหมาะสม ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติได้จริง

 

 

 

 

Cr.#konkao.net