- 23 พ.ย. 2560
ประยุทธ์สั่งเดินเครื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เร่งคุยเอกชนเปิดประมูล “ไฮสปีด สนามบิน ท่าเรือ” ให้แล้วเสร็จในปีหน้า หวังดึงนักลงทุน 5ปี 5 แสนล้าน
ทำเนียบรัฐบาล - นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม แถลงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(กรศ.) หรือคณะกรรมการอีอีซีโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชนายกฯ ประธานการประชุมมีมติให้เร่งเดินหน้าเจรจาเอกชนและทำการประมูลให้แล้วเสร็จในปีหน้า ประกอบด้วยโครงการเมืองการบินภาคตะวันออก(สนามบินอู่ตะเภา)
จะประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุนในเดือนพฤษภาคม 2561 ดำเนินการเจรจาคัดเลือกในเดือนตุลาคม 2561 และเปิดให้บริการ 2566 โครงการนี้จะก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 และก่อสร้างทางขับหรือ Taxiway โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่างกองทัพเรือ บมจ.การบินไทย และบริษัทแอร์บัส เป็นโครงการเร่งด่วน และให้เป็นโครงการหนึ่งใน EEC Project List ที่จะเข้ากระบวนการรัฐร่วมทุนกับภาคเอกชน(PPP)
ซึ่งคาดว่าจะจัดทำรายละเอียดร่วมทุนกับภาคเอกชนได้ในเดือนมี.ค.61 และเริ่มดำเนินธุรกิจได้ในปี 64 นอกจากนี้ที่ประชุมยังรับทราบความคืบหน้าของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน คาดว่าจะประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุนได้ภายในเดือนก.พ.61 พร้อมคัดเลือกและเจรจาต่อรองกับภาคเอกชนแล้วเสร็จในเดือนก.ค.61 และเปิดบริการในปี 66
สำหรับความคืบหน้าในโครงการอื่นๆ อาทิ โครงการท่าเรือแหลมฉบัง อยู่ระหว่างการศึกษาสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุนในเดือนมิ.ย.61 คัดเลือกและเจรจาต่อรองเอกชนแล้วเสร็จต.ค.61 และเปิดบริการในปี 68 ส่วนโครงการรถไฟรางคู่เชื่อม 3 ท่าเรือ คาดว่าจะจัดทำรายงานการศึกษาแล้วเสร็จในปี 62 และคัดเลือกดำเนินการในปี 63 และเปิดให้บริการในปี 66
โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด อยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุน ม.ย.61 คัดเลือกและเจรจาต่อรองเอกชนแล้วเสร็จในก.ย.61 ก่อนเปิดให้บริการในปี 67 ขณะที่โครงการท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ คาดว่าจะเปิดให้บริการก.พ.62
นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ กรศ. กล่าวว่า ปัจจุบันมีการประกาศเขตส่งเสริมเพื่อกิจการอุตสาหกรรมในพื้นที่EEC ไปแล้ว 3366 ไร่ ใน 2 เขตนิคมอุตสาหกรรมคือ เหมราชอิสเทิร์นซีบอร์ด และ Smart Park จังหวัดระยอง และมีเป้าหมายครึ่งแรกปี 61 จะประกาศให้ได้ 3 หมื่นไร่ ใน 9 นิคมอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบมูลค่าการลงทุนที่ขอการส่งเสริมการลงทุนตั้งแต่เดือนม.ค.-ก.ย.60 ในพื้นที่ EEC เป็นเงินลงทุนรวม 1.04 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมาย 6.78 หมื่นล้านบาท
“ คาดว่าทั้งปีนี้น่าจะได้ 7 หมื่นล้านบาท เป้าหมายปีต่อปีให้ได้ให้ได้ปีละ 1 แสน 5 ปีก็อยากให้ได้ 5 แสน(ล้านบาท) เราก็ต้องเร่งซึ่งปีนี้ส่วนใหญ่เป็นการขยายธุรกิจที่มีอยู่แล้วในไทย ส่วนมาใหม่เขาจะรอให้กฎหมายอีอีซีออกมาก่อน ถึงจะมาลงทุน” นายคณิศ กล่าวและว่า สำหรับกลุ่มที่กำลังรอกฎหมายมีผลบังคับใช้และจะเริ่มลงทุนประกอบด้วย นิสสัน บีเอ็มดับเบิลยู และไมเนอร์ฟูดกรุ๊ป โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ประสานไปทุกฝ่ายขอให้กฎหมายแล้วเสร็จภายในธ.ค.ปีนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
ส่วนปีหน้าจะทำได้มากน้อยแค่ไหนไว้คอยติดตามกัน
