- 27 พ.ย. 2560
"บิ๊กตู่" วอนคนใต้อย่าเกลียดทหาร ลั่นเลือดสีเดียวกันตั้งใจเข้ามาพัฒนา ขอปชช.อย่าแบ่งแยก
วันที่ 27 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางมาถึงตำบลบางเขา อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี โดยขบวนรถยนต์จากจังหวัดสงขลา ซึ่งใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง ทำให้กำหนดการล่าช้าออกไปจากเดิม โดยเมื่อเวลา 11.00 น. ได้เดินทางมาถึงตลาดกลางปศุสัตว์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีการแสดงทางวัฒนธรรมชุด “ระบำลังกาสุกะ” เพื่อต้อนรับ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีทำพิธีเปิดป้าย และพบประชาชนกว่า 2 พันคน
โดยนายกฯ กล่าวว่า เป็นการพบปะชาวใต้อีกครั้งอย่างเป็นทางการ วันนี้ไม่สามารถมาโดยเครื่องบินลงที่ปัตตานีได้ จึงต้องใช้เวลานาน จึงต้องขอโทษประชาชนด้วย แต่ตนรู้ดีว่าคนใต้น่ารักอยู่แล้ว โดยวันนี้ที่เดินทางมาเพื่อต้องการทำความเข้าใจนโยบายของรัฐบาล ไม่ได้มาหาเสียง ซึ่งในส่วนจังหวัดชายแดนภาคใต้มีการกำหนดการบริหารราชการแผ่นดินเป็น 6 ภาค และมีจังหวัดชายแดนภาคใต้ 3 จังหวัดและ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา ซึ่งตนยืนยันว่าตนเองให้ความสำคัญ
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้แนะนำรัฐมนตรีที่ร่วมเดินทางมาด้วย ซึ่งเมื่อแนะนำพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม นายกฯ ระบุว่า "งานความมั่นคงในขณะนี้ดีขึ้นเรื่อยๆ และต่อไป เศรษฐกิจก็จะตามมา และขออย่าไปเกลียดท่าน เพราะบ้านเมืองจะได้มีแต่คนดีๆ ขออย่ารังเกียจทหารเพราะเลือดสีเดียวกันทั้งนั้น และตั้งแต่เข้ามาทุกอย่างมีการพัฒนาขึ้น"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ทุกคนเป็นคนไทยทั้งสิ้นไม่ว่าเชื่อชาติใดก็ตาม แต่เมื่อมีสัญชาติไทย ก็เป็นคนไทยทั้งสิ้น มีสิทธิเหมือนกัน เพราะเป็นคนไทย จึงขออย่าให้ใครแบ่งแยก และแบ่งแยกไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ศาสนา แต่ทุกคนต้องอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข จะขัดแย้งกันอีกไม่ได้แล้ว ไม่ว่าสาเหตุอะไรก็ตาม ต้องร่วมกันให้ได้ ต้องไม่ให้ใครทำลายได้ เพราะเรามีประวัติศาสตร์ที่มายาวนาน จึงต้องช่วยกันขับเคลื่อนประเทศให้ได้ เพราะวัฒนธรรมที่หลากหลายเป็นเสน่ห์ของไทย ไม่เหมือนต่างประเทศที่เป็นรูปแบบเดียวกันหมด อย่าสร้างความขัดแย้ง จะทำแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยยังเชื่อมโยงกับต่างประเทศที่ไม่มีอะไรกีดกั้นได้ โดยเฉพาะโซเชียลมีเดียแต่เมื่อแพร่ไปแล้วไม่เกิดประโยชน์ก็ต้องหยุด ซึ่งรัฐบาลไม่ได้อยากใช้กฎหมายทุกตัวเพราะถ้าใช้คงไม่เกิดการแบบนี้ และยืนยันว่าตนเองยังคงรับฟังทุกความคิดเห็น
"รัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชน แต่จะให้อย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องสร้างความเข้มแข็ง โดยเฉพาะข้าราชการที่ต้องพัฒนาตัวเอง ทั้งการจัดการ การใช้จ่ายงบฯ ให้ได้อย่างคุ้มค่า และหากใช้แต่กฎหมายในส่วนของตัวเองก็คงเดินหน้าไปไม่ได้ทั้งหมด ประชาชนก็ไม่ได้ประโยชน์ จึงขอให้ทุกคนตั้งเป้าหมายว่าให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด เพราะ ที่ผ่านมามีปัญหาทับซ้อนมานาน ตนไม่ได้มาหาเสียง แต่ต้องมาทำความเข้าใจ ว่าจะเดินหน้าประเทศอย่างไร เพราะตอนนี้มีปัญหามากที่เข้ามาแทรกแซง ซึ่งมีทั้งเรื่องจริงบ้างไม่จริงบ้าง ยืนยันว่ารัฐบาลนี้ทำมาเยอะมาก แต่อาจจะมาไม่ถึงในตอนนี้ และรัฐบาลนี้ทำเพื่อให้ประชาชนภาคใต้เข้าถึงทุกอย่างเหมือนคนภาคอื่นๆ และจะเร่งรัดอย่างเต็มที่" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ภาคใต้ ส่วนตัวมองว่าความสงบจะเกิดหรือไม่ อยู่ที่เราทั้งหมด เพราะเป็นเสียงส่วนใหญ่ เราเป็นคนยุติทุกอย่างได้ จะใช้กฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ หากคนเป็นห่วงคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ยิ่งพูดยิ่งทำก็ยิ่งไม่สงบกว่าเดิม ทั้งที่มีเพียงคนส่วนเดียวที่สร้างปัญหา คนส่วนใหญ่จึงต้องไม่ให้คนกลุ่มนี้ทำได้ ขณะที่ความแตกต่างศาสนานั้น ตนเดินทางไปประเทศมุสลิมต่างเข้าใจรัฐบาล และบอกว่ารัฐบาลทำถูกแล้วที่นอกจากเรื่องกฎหมายยังเน้นเรื่องการพัฒนา การช่วยเหลือเยียวยาซึ่งก็ต้องแร่งดำเนินการ เพราะที่ผ่านมาอาจจะพูดคุยไม่เข้าใจ ยืนยันว่าจะต้องดูแลทั้งทหาร ตำรวจ ที่บาดเจ็บสูญเสีย และผู้ก่อความไม่สงบที่บาดเจ็บสูญเสียก็ต้องช่วยเหลือตามหลักมนุษยชนเช่นกัน เพราะเราต้องเดินตามกฎหมายของโลก
