- 28 พ.ย. 2560
“เดินแห่กีดขวางจราจร–ขัดขวางทำร้ายเจ้าพนักงาน”ตั้ง 2 ข้อหา 16 ชาวบ้าน ศรีวราห์บินด่วนคลายคดีเองเลย ด้านประยุทธ์โยนตำรวจดูดำเนินคดีม็อบไฟฟ้า
วานนี้บริเวณสี่แยกสำโรง จ.สงขลา กลุ่มคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา หรือ เครือข่ายคนสงขลา- ปัตตานี ได้รวมตัวกันบริเวณดังกล่าว ซึ่งทั้งหมดไม่ยอมบอกว่าใครเป็นแกนนำ แต่บอกว่าทุกคนที่มาคือแกนนำทั้งหมด เพราะมีการตกลงกันแล้ว ทั้งนี้แกนนำรายหนึ่งเปิดเผยว่าได้เดินเท้าออกมาจากหมู่บ้านที่อำเภอเทพาตั้งแต่วันศุกร์ที่ 24 พ.ย.ผ่านมา โดยเดินวันละประมาณ 20 กิโลเมตรและมีผู้ร่วมขบวนการสมทบมาเรื่อย ๆขณะนี้ได้รวมตัวกันกว่า 500 คนแต่มีบางส่วนทยอยกันกลับเพื่อไปดูปัญหาน้ำท่วมในหมู่บ้าน แต่พร้อมที่จะเดินทางมาสมทบในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ เพื่อยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ซึ่งการรวมตัวกันครั้งนี้ถือว่าชาวบ้านได้รับชัยชนะไปแล้วเกินครึ่งเพราะสามารถแสดงพลังให้รัฐบาลเห็นถึงความต้องการของชาวบ้านและการไม่เอารัฐบาลชุดนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มคัดค้านดังกล่าวได้ประกาศอยู่บริเวณสี่แยกสำโรงพร้อมลงนอนที่บริเวณผิวการจราจรหนึ่งฟังโดยแกนนำได้ประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาคเก้าและทหารจากมณฑลทหารบกที่ 42 โดยได้รับการยืนยันว่าจะมีตัวแทนของรัฐบาลหรือเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมารับหนังสือคัดค้านดังกล่าว แต่ปรากฏว่าถึงเวลา 14.40 น. ยังไม่มีผู้แทนจากฝ่ายรัฐบาลมารับหนังสือทำให้แกนนำและชาวบ้านเกิดความไม่พอใจเนื่องจากยังไม่ได้มีใครได้รับประทานอาหารกลางวัน จึงได้เกิดการประทะกันเล็กน้อยระหว่างชาวบ้านและเจ้าหน้าที่เนื่องจากชาวบ้านต้องการที่จะฝ่าด่านดังกล่าวไปรับประทานอาหารกลางวัน แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ยินยอมจึงเกิดการผลักดันกันจนทำให้ชาวบ้านได้รับการบาดเจ็บประมาณ 4-5 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รีบนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลทันที
จากนั้น เวลา 16.00 น. พลตรีวรพล วรพันธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหทรบกที่ 42 จังหวัดสงขลา ได้เดินทางมาพูดคุยกับ นาย ปาฏิหารย์ บุญรัตน์ ผู้ประสานงานเครือข่าย กลุ่มคนสงขลา ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เพื่อขอให้แกนนำที่มีอำนาจตัดสินใจมาพูดคุยกับเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พร้อมบอกกับแกนนำว่า ขอให้หยุดการชุมนุม เพราะขณะนี้เริ่มมีการล้ำเส้นกฎหมาย ซึ่งอาจทำให้แกนนำรับไม่ไหว หากมีเหตุการณ์ปะทะเกิดขึ้นมาอีก ซึ่งขณะนี้ยังสามารถพูดคุยข้อตกลงได้ ทั้งนี้พลตรีวรพล พยายามที่จะตามหาแกนนำ เพื่อหาคนที่มีอำนาจตัดสินใจ และบอกกับผู้ชายมานุมว่าเกิน 5 คนแล้ว ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ระหว่างนั้น ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้เข้ามาปิดล้อม กันไม่ให้ผู้ชุมนุมฝ่าวงล้อมไปที่โรงแรม บีพี สมิหลา ซึ่งเป็นสถานที่ที่นายกรัฐมนตรีจะหารือคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน อย่างไรก็ตาม ระหว่างการเจรจา ผู้ชุมนุม ได้ฝ่าวงล้อมวิ่งออกมา ตามถนน ชลาทัศน์ เพื่อไปสถานที่ประชุม ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ไปดักกลางทาง และเกิดการปะทะกันชุลมุน ขณะที่เจ้าหน้าที่รวบตัวกลุ่มผู้ชุมนุม โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที เหตุการณ์จึงสงบลง โดยแกนนำผู้ชุมนุมเกือบยี่สิบคนถูกนำตัวขึ้นรถ ทำให้ผู้ชุมนุมที่เป็นผู้หญิงพยายามกีดร้องโวยวายจากการเจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงทำร้ายประชาชน ทั้งนี้ทั้งหมดถูกนำตัวไปควบคุมไว้ที่สถานีตำรวจภูธร จ.สงขลา
จากนั้นในเวลา 21.30 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมกุล รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางมายังจ.สงขลาและไปที่สภ.เมืองสงขลา เพื่อติดตามการสอบสวนดำเนินคดีกับทั้ง 16 คน แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด เพียงแต่ได้มีเอกสารชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสื่อมวลชน รวมทั้งแนวทางการดำเนินคดีกับทั้ง 16 คน โดยตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหาทั้งหมด 2 ข้อคือ 1. ร่วมกันเดินหรือเดินแห่อันเป็นการกีดขวางการจราจร ปิดกั้นทางหลวงหรือกระทำด้วยประการใดๆ บนถนนหลวงในลักษณะที่อาจเกิดอันตราย หรือเสียหายแก่ยานพาหนะหรือบุคคลอื่น และ 2.ต่อสู้หรือขัดขวางการจับกุม และทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย และพกพาอาวุธ (ไม้คันธงปลายแหลม) ไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
สำหรับชาวบ้านทั้งหมดที่ถูกดำเนินคดี ประกอบด้วย นายเอกชัย อิสระทะ อายุ 49 ปี, นายปาฏิหาริย์ บุญรัตน์ อายุ 59 ปี, นายดิเรก เหมนคร อายุ 41 ปี, นายรุ่งเรือง ระหมันยะ อายุ 44 ปี, นายอัยโยบ มูเซะ อายุ 49 ปี, นายอานัส อาลีมาส๊ะ อายุ 25 ปี, นายอามีน สะมาแอ อายุ 24 ปี, นายเนติพงษ์ ชื่นล้วน อายุ 21 ปี, นายเจะอาแซ เพ็ชรแก้ว อายุ 48 ปี, นายสรวิชญ์ หลีเจริญ อายุ 34 ปี, นายวิรพงษ์ หวังหวิน อายุ 40 ปี, นายอิสดาเรส หะยีเด อายุ 59 ปี, นายสมบูรณ์ คำแหง อายุ 46 ปี, นายสมาน บิแหละ อายุ 45 ปี, นายยิ่งยศ ดามะลี อายุ 44 ปี และนายฮานาฟี เหมนคร อายุ 16 ปี
ด้านพล.อ.ประยุทธ์ภายหลังเสร็จสิ้นการลงพื้นที่พบปะประชาชนที่จังหวัดปัตตานีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมายังโรงแรมบีพี สมิหลา บีช จังหวัดสงขลา เพื่อเป็นประธานการประชุมประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจังหวัดภาคใต้และจังหวัดภาคใต้ชายแดน (Working Dinner) และได้กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มผู้คัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าเทพา จ.สงขลา ปะทะกันกับเจ้าหน้าที่จนเกิดการบาดเจ็บโดยจะใช้มาตรา 44 ดำเนินการหรือไม่ว่า เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะพิจารณา ซึ่งได้มีการเตือนกันแล้ว จะมาทำร้ายตำรวจไม่ได้
.
