- 28 พ.ย. 2560
เจอแต่เรื่องวุ่นๆ!!“ประยุทธ์” ขนคณะลงใต้ เจอเรื่องเพียบ น้ำท่วม ,ปรี๊ดแตก ,ม็อบปะทะเดือด ,ยกเลิกหมาย ,ครม.มาไม่ครบ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) คิดและวางแผนมานานแล้วว่าจะขนคณะรัฐมนตรี(ครม.) มาทำการประชุม ครม.สัญจรในภาคใต้ โดยหลังแล้วเสร็จการประชุม ครม.สัญจรที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ก็ตัดสินใจในทันทีว่าจะต้องมาประชุมในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง เพื่อที่จะได้มีโอกาสลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย
จากนั้นคณะทำงานจึงได้เตรียมพร้อม จนออกกำหนดการ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จะพาคณะลงพื้นที่ตรวจราชการและพบปะประชาชนที่ จ.ปัตตานี ในวันที่ 27 พฤศจิกายน จากนั้นจะนำทีมประชุม ครม.สัญจร กันที่ อ.เมือง จ.สงขลา
แต่ไม่รู้เป็นเพราะเหตุผลกลใด จึงทำให้การลงพื้นที่ตรวจราชการและประชุม ครม.สัญจรของ “บิ๊กตู่” ครั้งนี้ไม่ค่อยราบรื่นเหมือนครั้งที่ผ่านๆมา เพราะตลอดเส้นทางเจอทั้งอุปสรรคจากสภาพอากาศที่ไม่อำนวยและอุปสรรคจากความเห็นที่แตกต่างกันออกไปของคน
เริ่มจากวันที่ 27 พฤศจิกายน พล.อ.ประยุทธ์ ตื่นแต่เช้า ก่อนออกเดินทางจากกรุงเทพมหานครในเวลา 07.00 น. โดยหมายกำหนดการเดิมนั้น จะนั่งเครื่องบินไปลงยังสนามบินบ่อทอง จ.ปัตตานี แต่เนื่องด้วยสภาพอากาศไม่อำนวยจากการที่ฝนตกลงมาอย่างหนัก ส่งผลให้น้ำท่วมรันเวย์สนามบินบ่อทองปัตตานี จึงต้องเปลี่ยนแปลงการเดินทาง โดยมาลงเครื่องที่สนามบินทหารใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนจะนั่งรถยนต์ไปปฏิบัติภารกิจที่ จ.ปัตตานี เป็นผลให้เสียเวลาไปกว่า 2 ชั่วโมง เพราะกำหนดการเดิม พล.อ.ประยุทธ์ ต้องทำเริ่มทำภารกิจที่ปัตตานีในเวลา 09.00 น. แต่ปรากฎว่าต้องเปลี่ยนเป็น 11.00 น.
ที่ปัตตานี “บิ๊กตู่” ถือโอกาสปราศรัยกับประชาชนหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาสินค้าการเกษตร ปัญหาผู้ก่อการร้าย การเมือง ฯลฯ แต่เมื่อลงจากเวทีก็มีเรื่องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องอารมณ์เสียจนถึงขั้น “ปรี๊ดแตก” โดยเกิดเรื่องเมื่อ “บิ๊กตู่”เยี่ยมชมตลาดปลา และมีชายคนหนึ่งเข้ามาร้องเรียนปัญหาความเดือดร้อนจากเรื่องจำนวนวันในการทำประมงที่ไม่เพียงพอ
เนื่องจากชายคนดังกล่าว พูดเสียงดังในขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ กำลังใช้ไมโครโฟน พูดกับประชาชนอยู่ นั่นจึงทำให้อารมณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ เดือดขึ้นทันที โดยตวาดชายคนนั้นว่า “อย่ามาเถียงฉัน อย่ามาส่งเสียงกับผม เข้าใจเปล่า ผมฟังคุณนี่ พูดดีๆก็ได้” ทำเอาชายผู้มาร้องเรียนเรื่องความเดือดร้อนน่าเสียไปเลย
เพราะที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยมีการหงุดหงิดหรืออารมณ์เสียจนถึงขั้นตวาดใส่ประชาชนมาก่อน แต่ครั้งนี้อาจเป็นเพราะความเบื่อหน่ายจากการเดินทางที่เจออุปสรรค รวมถึงงานที่มีมากจนถึงขั้นรัดตัว จึงทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ควบคุมตัวเองไม่อยู่อย่างที่เห็น
ยังไม่พอ ประชุม ครม.สัญจร ครั้งนี้ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ พาคณะไปเยี่ยมชมพื้นที่เกษตรอุตสาหกรรมแปรรูปโรงงานน้ำมันปาล์ม และรับฟังรายงานความก้าวหน้าพื้นที่การลงทุนเกษตรอุตสาหกรรมของภาคเอกชนตาม โครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ที่ จ.ปัตตานี ก็มีม็อบต่อต้านโรงไฟฟ้าเทพา ที่บริเวณสี่แยกสำโรง จ.สงขลา ผู้ชุมนุมลงไปนอนบนผิวการจราจร มีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับชาวบ้าน จนทำให้ชาวบ้านได้รับการบาดเจ็บ 4-5 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมผู้ชุมนุมจำนวน 16 คน ไปสอบปากคำที่ สภ.เมืองสงขลา โดยเบื้องต้นมีการแจ้งข้อกล่าวหาแกนนำ 4 ราย ในข้อหากีดขวางการจราจร ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้า
วันที่ 28 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันประชุม ครม.สัญจร ก็ต้องเจอกับอุปสรรคอีก เมื่อฝนที่ตกหนักตั้งแต่คืนวันที่ 27 พฤศจิกายน ต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงเช้าของอีกวัน ทำเอาน้ำท่วมเกือบทั่วเมืองสงขลา ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จำใจต้องยกเลิกกำหนดการที่วางแผนว่าในช่วงเช้าก่อนประชุม ครม.จะนำคณะไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันที่แหลมสมิหลา และยกเลิกกำหนดการที่จะไปสักการะกรมหลวงชุมพรด้วย และการประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ มีรัฐมนตรีเข้าร่วมทั้งหมดเพียง 14 คน เพราะ ครม.ใหม่ หรือ ครม.ประยุทธ์ 5 ยังไม่ได้เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่
ครม.สัญจร ที่ปัตตานี สงขลา จึงเป็นครั้งแรกที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเจอกับปัญหาและอุปสรรคมากมายขนาดนี้
