ชงรถไฟทางคู่เข้าครม.ปีนี้ "สมคิด" ลั่นพร้อมแจงแผนรถไฟ สั่งรัฐวิสาหกิจเร่งเบิกจ่ายงบปี 61 ให้ได้ตามแผน อย่ากระตุ้นเบิกแค่ท้ายปี

ชงรถไฟทางคู่เข้าครม.ปีนี้ "สมคิด" ลั่นพร้อมแจงแผนรถไฟ สั่งรัฐวิสาหกิจเร่งเบิกจ่ายงบปี 61 ให้ได้ตามแผน อย่ากระตุ้นเบิกแค่ท้ายปี

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามและเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ ว่า ในปีงบประมาณ 2561 ให้ทุกหน่วยงานรัฐวิสาหกิจเร่งเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามแผนที่ 506,162 ล้านบาท โดยมั่นใจว่าหากทุกหน่วยงานปรับแผนงานจะทำให้รัฐวิสาหกิจไม่ต้องเร่งเบิกจ่ายในช่วงท้ายงบประมาณแบบที่ผ่านมา

 
“ในปีงบประมาณ 2561 นั้นมีโครงการขนาดใหญ่ค่อนข้างมาก อย่างโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ 5 เส้นทาง รวม 13 สัญญานั้น ที่ผ่านมาได้ปรับเปลี่ยนเนื้องาน และดำเนินงานใหม่ ซึ่งจะเร่งรัดให้เสนอเข้าคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ให้เร็วที่สุด ขณะที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ AOT ให้เร่งเตรียมความพร้อมเพื่อขยายสนามบินไปก่อน ซึ่งอาจเป็นแนวทางในการหารือกับกระทรวงคมนาคมก็ได้ เพื่อขยายโครงการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”นายสมคิด กล่าว  
 

 

 

นายสมคิด กล่าวถึง ครม.รับทราบแนวทางการใช้จ่ายเงินสะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งมีสภาพคล่องอยู่ประมาณ 150,000 ล้านบาทนั้น จะต้องมีกรอบกรใช้งบประมาณเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างชัดเจน ซึ่งได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง ร่วมหารือกับ กระทรวงมหาดไทย ว่าจะเป็นในทิศทางใด รวมถึงต้องหารือเพิ่มเติมกับกรมบัญชีกลางด้วย โดยมาตรการที่จะออกมานั้นจะต้องให้แล้วเสร็จได้ใน 4 เดือน 

 

“ให้หารือกันก่อนว่าจะเป็นอย่างไร แต่โครงการนี้จะเป็นการเปิดกว้างมากขึ้น จะทั้งการท่องเที่ยว การพัฒนาหมู่บ้าน เป็นต้น ซึ่งเราก็ไม่ได้ใช้ทั้งลอต 150,000 ล้านบา ทอาจเป็นการทยอยออกมา ลอตแรก 50,000 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนั้น เพื่อให้เกิดการพัฒนาท้องถิ่นให้เข้มแข็ง ซึ่งคงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในขณะนี้ “นายสมคิด กล่าว

 

สำหรับการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณในปี 2561 นั้น อยากให้รัฐวิสาหกิจมองไปข้างหน้า ส่วนเรื่องของโรงงานยาสูบที่เสนอมานั้น ก็พร้อมที่จะรับไว้พิจารณาและจะหาแนวทางว่าจะทำอย่างไร ให้ทางยาสูบมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ส่วนโครงการอะไรที่เร่งดำเนินการได้ ก็ต้องการให้รัฐวิสาหกิจเร่งดำเนินการ อย่ารอจนถึงช่วงปลายของปีงบประมาณ

 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2560 ยอมรับว่า มีแนวโน้ทว่าการเบิกจ่ายงบประมาณจะต่ำกว่าเป้าหมาย โดยเป้าหมายอยู่ที่ 95% แต่จะสามารถเบิกจ่ายได้ 84% เท่านั้น โดยเป้าหมายเบิกจ่าย คือ 344,000 ล้านบาท เบิกจ่ายได้เพียง 288,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สำหรับปีงบประมาณ 2561 นั้น กรอบงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจเท่ากับ 796,337 ล้านบาท แต่เป็นกรอบที่อยู่ในการกำกับดูแลของ สคร. 506,162 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% จากปีก่อนหน้า 

 

 

ทั้งนี้เพื่อให้การลงทุนรัฐวิสาหกิจช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่องนั้น นายสมคิด ได้ให้ สคร. เร่งรัดให้รัฐวิสาหกิจ ปรับปรุงแผนและประมาณการเบิกจ่ายงบลงทุนให้สอดคล้องกับการเบิกจ่ายจริง และคำนึงภึงการเบิกจ่ายที่เป็น Front-Loaded และการเบิกจ่ายที่ไม่เป็นไปตามแผนในปี 2560 ที่จะต้องผูกพันมาเบิกจ่ายในปี 2561 และให้คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจกำกับดูแลการเบิกจ่ายงบลงทุนให้เป็นไปตามเป้า และพิจารณากำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมายของการเบิกจ่ายงบลงทุนในการประเมินผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ 

 

 

นอกจากนี้ยังกำชับให้รัฐวิสาหกิจที่มีงบลงทุนขนาดใหญ่เร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนในระยะเวลาที่เหลือของปี 2560 อีก 1 เดือนให้ได้ตามเป้าหมายด้วย และให้รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ที่มีความเข้มแข็งทางการเงินปรับแผนงานการพัฒนากิจการเชิงรุกเพื่อเป็นแกนนำในการพัฒนาประเทศต่อไป