- 30 พ.ย. 2560
ไม่ใช่แค่ 10 ล้าน!! ย้อนดู แม่จรีพร 10 ปี ที่ผ่านมา ช่วยเหลือสังคม กว่า 200 ล้าน ทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล แม่ให้อย่างทั่วถึง (คลิป)
วานนี้ (29 พ.ย) เวลา 17.00 น. บริเวณ หน้าองค์พระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม แม่จรีพร เทพผดุงพร และครอบครัว ได้แถลงข่าวบริจาคเงินจำนวน 10 ล้านบาท ให้กับ ตูน บอดี้สแลม ในโครงการก้าวคนละก้าว โดยนายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐมเป็นผู้รับมอบ
โดยแม่จรีพร กล่าวว่าตนเป็นคนชอบทำบุญให้กับโรงบาลกับโรงเรียน โรงพยาบาลก็บริจาคมาแล้วหลายที่ ทั้งโรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลรามาธิบดี
ด้านนายเกียรติศักดิ์ เทพผดุงพร กล่าวถึงเหตุผลที่บริจาคในนามชาวนครปฐมว่า ครอบครัวได้อาศัยอยู่ในนครปฐมกว่า 40 ปี มีความผูกพันกับนครปฐม อยากทำสิ่งดีๆเพื่อตอบแทนชาวนครปฐม
และนายเกรียงศักดิ์ เทพผดุงพร กล่าวว่าโดยวันนี้คุณแม่ยังเดินสายทำบุญไม่หยุดแม้กระทั่งวันอาทิตย์ โดยเมื่อวันเกิดอายุครบ 84 ปีเชิญคณบดีศิริราชมาโดยทำบุญไป 12 ล้าน โดยคุณแม่เคยตรวจพบเป็นมะเร็งลำไส้ระยะแรก และได้รับการดูแลจากคณะแพทย์ศิริราช หลังจากผ่าตัด คุณแม่ได้บริจาคค่าเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลศิริราชโดยครั้งแรกบริจาคไป 2 ล้านและครั้งที่สอง 4.5 ล้าน และเมื่อต้นปีที่ผ่านมาก็ได้ระดมจัดคอนเสิร์ต ให้กับอาคารนวมินทร์ โรงพยาบาลศิริราช ได้เงินประมาณ 30 ล้าน เรื่องการศึกษาก็เช่นกัน โดย 10 กว่าปีที่ผ่านมาบริจาคให้โรงเรียนกว่า 200 ล้าน ทั้งนี้คุณแม่ก็ยังมีนโยบายที่ทำต่อไป โดยยังทำโครงการบุญไม่จำกัด เพื่อคนที่ยากจน โดยทุกเย็นคุณแม่จะดูทีวี เห็นตูนวิ่งแล้วบาดเจ็บสงสารจึงอยากช่วย จึงจัดงานนี้ขึ้นมา โดยวันที่ตูนวิ่งเข้าจังหวัดนครปฐม คุณแม่จะไปรอโดยยังไม่แน่ใจว่าจะรอในจุดไหน จึงอยากให้ตูนเข้ามารับเงินที่คุณแม่ด้วย เพราะแม่ดูตูนอยู่ทุกวัน
อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมานี้ บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด โดยนางจรีพร เทพผดุงพร ประธานกรรมการบริษัท พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษาภายใต้ชื่อโครงการ "ปีที่ 11 แห่งการแบ่งปัน 50 โรงเรียนทั่วประเทศ ทุนการศึกษา 10 ล้านบาท" ให้กับโรงเรียนในโครงการพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โรงเรียนในโครงการพระราชดำริในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี โรงเรียนในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ ซึ่งทั้งหมดล้วนประสบปัญหาขาดแคลนทุนทรัพย์ในการซ่อมแซมโรงเรียนจากปัญหาภัยธรรมชาติ รวมถึงการนำไปพัฒนาทั้งทางด้านสื่อการสอนและสาธารณสุขภายในโรงเรียน อาทิเช่น น้ำดื่ม และ อาหารกลางวัน เป็นต้น
นอกจากบริษัทจะมุ่งมั่นพัฒนาส่งออกสินค้าที่มีคุณภาพ รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศจากภายนอกแล้ว ก็ยังมุ่งเน้นพัฒนาประเทศจากภายในผ่านการส่งเสริมโรงเรียนในถิ่นธุรกันดารทั่วประเทศให้มีคุณภาพ เพื่อผลิตบุคลากรที่ดีให้กับประเทศชาติสืบต่อไป พิธีมอบทุนนี้จัดขึ้น ณ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา พุทธมณฑล เมื่อเร็วๆนี้
เว็บไซต์ของบริษัทเทพผดุงพรมะพร้าว ได้ลงบทความ รู้จัก 'นายแม่' ตำนาน กว่ากะทิชาวเกาะจะเป็นอันดับ 1 ของโลก ไว้ดังนี้
ชื่อของกะทิสำเร็จรูป “ชาวเกาะ” คุ้นหูคนไทยมายาวนานกว่า 4 ทศวรรษ เพราะเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับ 1 ของโลกเบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจระดับโลกนี้ เกิดจากความมานะบากบั่นของผู้ที่มีฉายาว่า “นายแม่” จรีพร เทพผดุงพร ผู้ก่อตั้งรุ่นแรก ในวัย 88 ปี เธอผ่านความยากลำบาก เสียน้ำตาให้กับความพลาดหวังนับไม่ถ้วนกว่าจะมีวันนี้ 60 ปีที่แล้ว “จรีพร เทพผดุงพร” และ สามี “อำพล เทพผดุงพร” เริ่มต้นอาชีพในวงการค้ามะพร้าวจากการเป็นเเม่ค้าขายมะพร้าวลูก เเถวริมฝั่งเเม่น้ำเจ้าพระยาย่านตลาดท่าเตียน ภายใต้ชื่อ ห้างหุ้นส่วนจำกัดอุดมมะพร้าว จรีพร เริ่มต้นจากศูนย์ จากแม่ค้าที่จบการศึกษาเพียงชั้นประถมสี่ แต่เธอมองว่าการศึกษาสำคัญ จึงส่งลูกทุกคนเรียนให้สูงที่สุด“ก็ฉันเรียน ป.4 วัดศาลาแดง เเล้วเรียนไม่ใช่ว่าเรียนง่ายๆ เช้าๆ ต้องไปเรียนเเต่เช้า กลางวันต้องกลับมาทานข้าวที่บ้าน ทำงานทุกวัน ใจเราคิดไว้ว่าเราไม่มีความรู้ เเต่ต้องให้ลูกเรามีความรู้ทุกคน พยายามที่สุด ลูกเราต้องเรียนไปเมืองนอกด้วย ทุกคนเลย” จรีพร มีทายาทถึง 5 คน เธอพยายามส่งเสียลูกทุกคนให้เรียนสูงๆ จุดเริ่มต้นของกะทิชาวเกาะ เกิดขึ้นเมื่อลูกชายจบการศึกษาจากต่างประเทศ และแนะนำให้เปลี่ยนจากการขายมะพร้าวลูก มาผลิตกะทิสำเร็จรูปแบบพาสเจอร์ไรส์ จรีพร เชื่อมั่นในตัวลูกชาย จึงยอมเปลี่ยนทั้งที่ไม่รู้ว่า จะขายได้หรือไม่
เริ่มแรก ตลาดไม่ตอบรับกะทิสำเร็จรูป แต่จรีพร บอกว่าเธอท้อไม่ได้ แม้จะเหนื่อยจนสายตัวเเทบขาด และร้องไห้แทบทุกคืน“ทำกะทิ เริ่มแรกก็ขายไม่ได้ เอาไปให้เเม่ค้า ไปอ้อนวอนเค้า บอกว่าช่วยซื้อหน่อย เขาก็บอกไม่เอา ไม่เป็นไรช่วยเหอะ ขายได้ก็เก็บเงิน ขายไม่ได้ก็ไม่เอาเงิน เราก็มานั่งร้องไห้ ว่าเอ๊ะเราทำแบบนี้ เราจะสู้ต่อไปไหมเนี้ย กลางคืนนอนร้องไห้ คิดว่าจะทำยังไงดี ใจหนึ่งต้องสู้ บอกลูกๆ ว่าไม่เป็นไรขายได้ก็ขาย ขายไม่ได้ก็ไม่เป็นไร” ด้วยกลยุทธ์การตลาดที่ใช้ทดลองใช้ฟรี “จรีพร” ใช้เวลา 3 ปี ผลผลิตกะทิชาวเกาะของเธอ จึงได้รับการยอมรับในที่สุด และพัฒนาเรื่อยมากระทั่งอาณาจักรของเทพผดุงพรมะพร้าว มีมูลค่าธุรกิจสูงถึงปีละ 6 พันล้านบาทและธุรกิจยังคงเป็นกิจการในครอบครัว จากรุ่นสู่รู่น ปัจจุบันทายาทรุ่นที่ 2 และ รุ่นที่ 3 ในตระกูล “เทพผดุงพร”เข้ามาบริหารงานทั้งหมดแล้ว จรีพร ย้ำกับลูกๆ ทุกคนให้อดทน เผชิญหน้ากับความลำบาก และวันข้างหน้าจะดีขึ้นเอง วันนี้ลูกๆ ทุกคนของจรีพร ภาคภูมิใจ ในความเป็นหญิงแกร่งของเเม่ ที่กัดฟันต่อสู้กับความลำบาก ล้มลุกคลุกคลานมาหลายครั้งจนผ่านพ้นมาได้ และยกให้นายแม่ผู้นี้ เป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิต อย่าง เกียรติศักดิ์ เทพผดุงพร ลูกชายคนที่ 3 ที่รับหน้าที่กรรมการบริหาร ผู้จัดการโรงงานกะทิชาวเกาะ บอกว่า เขาภูมิใจในตัวเเม่ของเขามาก“แม่เป็นไอดอลให้พวกเราทุกๆ คนว่า ต้องขยันทำมาค้าขาย ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า รักษาคุณภาพสินค้าให้ดีๆเเล้วก็เป็นหลักของพวกเรามาตลอดในการทำการค้ามาตลอด”
จรีพรบอกว่าไม่เคยคิดมาก่อน ว่าชีวิตจะมีวันนี้ เธอภูมิใจที่เห็นลูกๆ ทุกคน หันมาช่วยบริหารธุรกิจของครอบครัว แม้จะวางมือแต่ไม่มีความกังวลใดๆ หลงเหลืออยู่ ชีวิตนับจากนี้ คือ การ “แบ่งปัน” ให้คนที่มีน้อยกว่า หรือ ด้อยโอกาสกว่าทุกวันนี้จึงเน้นไปในทางมอบทุนการศึกษา และทำบุญมากเท่าที่ทำได้ เพราะเป็นความสุขของชีวิตความสุขอีกอย่างของ นายแม่จรีพร คือ การชื่นชมผลผลิตจากแปลงผักสวนครัวเล็ก ๆ ที่ปลูกขึ้นมาเพื่อทำอาหารรับประทานเองทุกวัน เพราะเมนูโปรด คือ ผัดผัก ไม่ใส่หมู ค่ะสุขกายแล้วก็ต้องสุขใจ จรีพร มักจะไหว้ขอพรจาก พระพิฆเนศวร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำอาณาจักรเทพผดุงพรมะพร้าวที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม“ปู่พิฆเนศวรเจ้าขา ฉันอยู่ได้ทุกวันนี้ ที่รวยขึ้นมา เพราะปู่ช่วยชั้นนะคะ ขอให้ชาวเกาะรุ่งเรืองตลอดไปนะคะปู่ช่วยให้ตลอดรอดฝั่ง” นี่คือ วลีที่จรีพร มักจะอธิษฐาน ขอพรจากพระพิฆเนศวร ที่ประดิษฐานในโรงงานที่อำเภอสามพราน
ปัจจุบันธุรกิจของเทพผดุงพรมะพร้าว แตกไลน์และขยายกิจการไปหลายแขนง เป็นมากกว่าผู้ผลิตกะทิสำเร็จรูปที่ทำรายได้จากการส่งออกอย่างมหาศาล ความพยายาม ความอดทน และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคของนายแม่จรีพร เป็นต้นแบบ ที่ดีตลอดกาล แม้ธุรกิจจะเปลี่ยนมือไปกี่รุ่นก็ตาม
