- 02 ธ.ค. 2560
“บิ๊กตู่ “ว่าใคร? นักการเมือง “ทิ้งอุดมการณ์” หวังกลับมามีอำนาจ
ในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวตอนหนึ่งว่า หลายคนยังมีคดีติดตัวอยู่ ก็ไปสู้คดี แต่อย่าพยายามพูดให้สังคมเชื่อ ประชาชนต้องเรียนรู้ว่าจะฟังเขาหรือไม่ และไม่อยากไปต่อล้อต่อเถียงด้วย หลายคนก็ออกมาพูดเหมือนกับจะทิ้งอุดมการณ์ของตัวเอง เพื่อกลับมาสู่อำนาจอีกครั้ง ส่วนอีกหลายคนพูดป้องกันผม ป้องกัน คสช. ในการจะอยู่ต่อรักษาอำนาจ
“ท่านมาพูดอะไรตอนนี้ แล้วอุดมการณ์ท่านอยู่ตรงไหน ท่านอย่ามาแก้ตัว จะรวมกัน หรือจะแยกกันก็แล้วแต่ จะตีใครก็ตี ผมไม่ไปร่วมกับท่านอยู่แล้วตอนนี้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
น่าสนใจว่า “บิ๊กตู่” หมายถึงใคร ที่พาดพิงถึงนักการเมืองทิ้งอุดมการณ์ หวังกลับเข้าสู่อำนาจอีกครั้ง ทั้งนี้ หากมองไปที่ประเด็นการเมืองรายวัน จะพบว่า ก่อนหน้านี้ไม่นานมีข้อเสนอแนะจากฝั่งนักการเมืองน่าสนใจ โดยเป็นข้อเสนอเกี่ยวกับแผนในการโค่นล้มระบอบ คสช.ป้องกันนายกฯ คนนอก ซึ่งก็คาดว่าจะเป็น ”บิ๊กตู่”
เป็นข้อเสนอจาก นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่กล่าวระหว่างการเสวนา "บ้านเมืองมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร" หัวข้อ “ปรองดอง แบบ คสช.เมื่อไรจะเจออุโมงค์” จัดโดยคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยเสนอว่า เพื่อเปลี่ยนกติกาที่ไม่เป็นธรรมที่ คสช.ได้สร้างไว้ และเอาระบบที่ไม่พึงปรารถนาออกไป พรรคการเมืองทุกพรรคควรจับมือกันตั้งรัฐบาล แทนที่จะสู้กันจนตายไปข้างหนึ่ง โดยเห็นว่าเราคุยกันด้วยเลือดและชีวิตพอแล้ว ต้องหันมาใช้สันติวิธี ด้วยเหตุนี้พรรคการเมืองควรจับมือเพื่อสู่กับ คสช.เพื่อเป็นการป้องกันการได้มาของนายกฯจากคนนอก ซึ่งอาจเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
สรุปคือ เป็นข้อเสนอให้พรรคการเมืองใหญ่ อย่างเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ จับมือกันหลังเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นวิธีเดียวในการป้องกันการได้มาของนายกฯคนนอก
ข้อเสนอให้ 2 พรรคการเมืองจับมือกันไม่ใช่เพิ่งเกิด แต่มีการเสนอมาบ่อยครั้งแล้ว เพราะนักการเมืองมองไม่เห็นทางเลือกที่ดีกว่านี้ในการจะสลัดอำนาจ คสช.ที่ครองงำระบอบการเมืองหลังการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นที่แน่ชัดว่า หากพรรคการเมือง ยังแตกความสามัคคีกันเช่นนี้ โอกาสที่จะได้นายกฯคนนอก ย่อมมีสูง
ส่วนที่”บิ๊กตู่” ติติง นักการเมืองที่ปกป้อง คสช.เพื่อหวังให้ คสช.อยู่ในอำนาจต่อนั้น ที่เห็นชัดๆก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจาก “นายไพบูลย์ นิติตะวัน” อดีต ส.ว.สรรหา ที่เคยได้รับเลือกเป็น กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่ผ่านมา “ไพบูลย์” ออกตัวแรงมาโดยตลอดว่า ยืนอยู่ข้าง “บิ๊กตู่” สนับสนุนให้อยู่ต่อเป็นนายกฯไปอีกนานๆ เขายังประกาศตั้งพรรคการเมืองหวังเสนอชื่อ “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯคนนอกด้วย
อย่างไรก็ตาม คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ ในรายการฯ เมื่อ 1 ธ.ค. ที่น่าสนใจยิ่ง กลับไม่ใช่การติติงนักการเมืองที่ทิ้งอุดมการณ์ หวังกลับเข้าสู่อำนาจ แต่กลับเป็นคำพูดที่ว่า “ท่านมาพูดอะไรตอนนี้ แล้วอุดมการณ์ท่านอยู่ตรงไหน ท่านอย่ามาแก้ตัว จะรวมกันหรือจะแยกกันก็แล้วแต่ จะตีใครก็ตี ผมไม่ไปร่วมกับท่านอยู่แล้วตอนนี้”
พล.อ.ประยุทธ์ เน้นคำว่า “ตอนนี้” ตรงกับที่ผ่านมา เจ้าตัวไม่เคยยอมรับหรือหรือปฏิเสธเลยว่า ในอนาคตจะไม่ลงเล่นการเมือง หรือจะไม่รอเป็นนายกฯคนนอกเมื่อสภาเสนอชื่อ ดังนั้นจึงแปลความหมายได้ว่า “ตอนนี้” ยังไม่ แต่อนาคต “ไม่แน่”
อีกนัยหนึ่งในการพูดติติงนักการเมืองของ “บิ๊กตู่” เป็นเสมือนการดักทางฝั่งการเมืองไว้แต่เนินๆ โดยหยิบความเป็นอุดมการณ์ของแต่ละพรรคซึ่งไม่เหมือนกันมาโยง แล้วบอกว่า อุดมการณ์ไม่เหมือนกัน แต่อยากรวมกันเพื่อกลับมามีอำนาจ
เป็นการใช้เทคนิคขั้นสูง กันนักการเมืองออกไปพ้นๆ เรียกว่า สับขาหลอกได้อย่างแนบเนียน
