อย่าชะล่าใจ....มันยังไม่หมด!!! อุตุฯเตือน หย่อมความกดอากาศต่ำอินโดฯกระทบสถานการณ์ฝน ย้ำ!ห้ามประมาท(รายละเอียด)

อย่าชะล่าใจ....มันยังไม่หมด!!! อุตุฯเตือน หย่อมความกดอากาศต่ำอินโดฯกระทบสถานการณ์ฝน ย้ำ!ห้ามประมาท(รายละเอียด)

2 ธันวาคม 2560 เวลา11.00น. เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยารายงาน ลักษณะอากาศทั่วไป

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้มีปริมาณฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยยังคงป้องกันและระวังอันตรายจากฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งไว้ด้วย สำหรับพื้นที่ที่มีน้ำท่วมอยู่แล้วต้องเฝ้าระวังต่อไปอีก ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง และประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย

สำหรับประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง 

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา

หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมหัวเกาะำสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีปริมาณฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง สำหรับบริเวณความกดอากาศสูงได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง 

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ 

อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า 

อุณหภูมิต่ำสุด 15-22 องศาเซลเซียส 

อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส 

บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส 

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. 

 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

อากาศเย็น กับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส 

อุณหภูมิต่ำสุด 17-21 องศาเซลเซียส 

อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส 

บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-15 องศาเซลเซียส 

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.  

 

ภาคกลาง 

มีเมฆบางส่วน 

อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง 

อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส 

อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส  

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. 

 

ภาคตะวันออก 

มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง 

อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส 

อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส 

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. 

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวั

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ 

และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี 

นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส 

อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส 

อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส 

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. 

ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร 

 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) 

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ 

และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต 

กระบี่ ตรัง และสตูล 

อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส 

อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส 

ลมตะวันออก ความเร็ว 20-40 กม./ชม. 

ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร 

 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 

มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง 

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส 

อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส 

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

อย่าชะล่าใจ....มันยังไม่หมด!!! อุตุฯเตือน หย่อมความกดอากาศต่ำอินโดฯกระทบสถานการณ์ฝน ย้ำ!ห้ามประมาท(รายละเอียด)

สำหรับพยากรณ์อากาศระหว่างวันที่ 2 ธันวาคม 2560 - 8 ธันวาคม 2560

การคาดหมาย 

ในช่วงวันที่ 2-5 ธ.ค. ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 6 -8 ธ.ค. ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียสกับมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

 

ข้อควรระวัง   ในช่วงวันที่ 2-5 ธ.ค. บริเวณภาคใต้ตอนล่างยังคงต้องระวังเรื่องฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม และคลื่นลมแรง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนล่างและทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้ 

 

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา  

สำหรับในช่วงวันที่ 2-5 ธ.ค.บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวอุณหภูมิลดลง 2-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงเกือบตลอดช่วง ในช่วงวันที่ 6 -8 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้นแต่ยังคงมีอากาศเย็นและมีหมอกในตอนเช้า สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังปานกลาง ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตก ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง 

 

ภาคเหนือ 

ในช่วงวันที่ 2-5 ธ.ค. อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง

อุณหภูมิต่ำสุด 15-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-31 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส 

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 6 -8 ธ.ค. อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า 

อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-14 องศาเซลเซียส 

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม. /ชม.

 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

ในช่วงวันที่ 2-5 ธ.ค. อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง 

อุณหภูมิต่ำสุด 14-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-30 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-15 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 6 -8 ธ.ค. อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส 

อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-16 องศาเซลเซียส

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม. /ชม.

 

ภาคกลาง 

ในช่วงวันที่ 2-5 ธ.ค. อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง 

อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม. 

ส่วนในช่วงวันที่ 6 -8 ธ.ค. อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส 

อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม. /ชม. 

 

ภาคตะวันออก 

ในช่วงวันที่ 2-5 ธ.ค. อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง 

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

ส่วนในช่วงวันที่ 6 -8 ธ.ค. มีเมฆบางส่วนกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส 

ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส 

 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) 

ในช่วงวันที่ 3-8 ธ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง

ในช่วงวันที่ 2-6 ธ.ค. ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 -40 กม./ชม. 

ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 7 -8 ธ.ค. ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 -35 กม./ชม. 

ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-30 องศาเซลเซียส

 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) 

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-60 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักบางแห่ง ตลอดช่วง

ในช่วงวันที่ 2-6 ธ.ค. ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 - 40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 7-8 ธ.ค. ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20 -35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-30 องศาเซลเซียส

 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 

ในช่วงวันที่ 2-5 ธ.ค. อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง 

อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส 

ส่วนในวันที่ 6 -8 ธ.ค. มีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส 

อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม. /ชม.

 

ออกประกาศ 2 ธันวาคม 2560

 

 

 

 

ขอบคุณ กรมอุตุฯนิยมวิทยา