- 21 ธ.ค. 2560
“ถามตรงๆเศรษฐกิจดีขึ้นไหม”สมคิด ชี้มีวันนี้ได้เพราะฝีมือ“บิ๊กตู่”ซัด นักการเมือง ไม่มีปัญญาทำได้แน่นอน
ผู้สื่อข่าวรานงานว่า เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ที่ผ่านมา นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ “โอกาสประเทศไทย 2018” จัดโดยหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ตอนหนึ่งว่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คำว่าโอกาสได้หายไปจากประเทศไทย เพราะสภาวะเศรษฐกิจ โรคระบาด ภัยธรรมชาติและการเมือง จะเห็นว่าในทางการเมือง ไทยเราบอบช้ำมากๆ เพราะคนที่ไม่เคยเลาะกันก็มาทะเลาะกัน ส่งผลให้เศรษฐกิจทรุดตัวลง ขาดความเชื่อมั่น ดังนั้น คำว่าโอกาสจึงหายไปจากใจคน แต่มาดูวันนี้ ถามว่าทุกคนรู้สึกถึงความแตกต่างกับ 4-5 ปีที่แล้วหรือไม่ ถามตรงๆว่าเศรษฐกิจดีขึ้นกว่า 4-5 ปีที่แล้วหรือไม่ ทั้งนี้ เราไม่ได้บอกว่ามันดีขึ้นแบบกระจายทุกแห่ง หรือดีแบบกระโดด แต่วันนี้ไม่มีความวุ่นวายบนท้องถนน บ้านเมืองมีความสงบ
“เมื่อเรามีการปฏิวัติใหม่ๆ เราถูกกดดันจากประเทศมหาอำนาจ ทุกคนกดดันและข่มขู่เรา มีธงแดงและธงเหลือมาให้เราสารพัด แต่วันนี้เป็นยังไง เพราะธงเหล่านี้เรารอดพ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลจากรัฐประหารหรือไม่ แต่ประเทศไทยต้องมีศักดิ์ศรี ไม่ใช่เอาศักดิ์ศรีมาทำลายและดูถูกกันเอง อย่างนั้นไม่เรียกว่าคนไทย หลายอย่างที่ทำมาอาจยังไม่สมบูรณ์ แต่เรารับฟังเสียงวิจารณ์เพื่อปรับปรุง”
นายสมคิด กล่าวว่า สมัยก่อนนักการเมืองจะเจอหนักๆแค่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ปัจจุบันมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกวันในโซเชียลมีเดีย จึงไม่มีโอกาสและเวลาที่จะตอบโต้ ดังนั้น การทำการเมืองในสมัยหน้าจะยากกว่าอดีตอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจดีขึ้น การเมืองที่สงบขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ถามว่าเคยเห็นที่ไหนหรือไม่ ถ้าไม่ใช่รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีวันนี้หรือไม่ การเมืองทั้งหลายที่ผ่านมามีปัญญาหรือไม่ ตนไม่ได้เชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ แต่เราต้องมีจิตที่เป็นธรรมพอสมควร โดยต้องรู้ว่าทุกคนมีดีและชั่ว แต่ 3 ปีที่ผ่านมา ไทยเราก็ยังดูเหมือนเป็นประเทศอยู่ แต่ก็ยังมีหลายคนพยายามดึงต่างชาติมาสร้างความวุ่นวาย
นายสมคิด กล่าวว่า ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีอย่างไร แต่ถ้าการเมืองไม่ดี ประเทศชาติย่อมไม่มีทางดี เหมือนหัวขบวนไม่ดี ท้ายขนาดย่อมไม่เข้มแข็ง เราทราบกันดีว่าจะมีการเลือกตั้งในปลายปี 2561 จึงเป็นโอกาสสำคัญของทุกคน รวมถึงพรรคการเมืองในการพัฒนาตัวเอง โดยต้องคิดสิ่งดีๆ หาคนดีๆ เพื่อให้ประชาชนเลือก ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่าอยากให้มีพรรคการเมืองมากๆ พรรคใดไม่มีความน่าเชื่อถือก็ย่อมหมดไป เพื่อเปิดทางให้พรรคใหม่ได้เข้ามาพัฒนา และพรรคการเมืองใหม่ในอนาคตไม่ควรจะเป็นของคนอายุ 60 , 70 แต่ควรเป็นของคนอายุ 30 ,40 ,50
รองนายกฯ ระบุว่า ใครจะเป็นผู้นำก็แล้วแต่ อย่าไปรังเกียจ ไม่ว่าจะเป็น ตำรวจ ทหาร อาจารย์ เพราะถ้าเป็นคนดีและทำงานได้ดี ทุกคนย่อมมีสิทธิ์ในการทำงาน ส่วนที่มีข่าวว่าตนจะเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ขออย่าไปเชื่อ ตนแก่แล้ว จะเลี้ยงหลาน
