“ดร.รอยล”ชี้ฟื้นฟูเขาหัวโล้นน่านเห็นผล คาดหลังปี 62 พื้นที่นำร่อง “ดงผาปูน-นาบง”สร้างประโยชน์ 4,700 ครัวเรือน

“ดร.รอยล”ชี้ฟื้นฟูเขาหัวโล้นน่านเห็นผล คาดหลังปี 62 พื้นที่นำร่อง “ดงผาปูน-นาบง”สร้างประโยชน์ 4,700 ครัวเรือน

   ดร.รอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยภายหลังร่วมกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย และภาคีเครือข่าย สร้างฝายชะลอน้ำและปลูกพืชอุ้มน้ำ ในโครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามแนวพระราชดำริ พื้นที่ลุ่มน้ำน่าน ปีที่ 2 ในพื้นที่ชุมชนบ้านนาบง ต.บ่อเกลือใต้ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ว่า เมื่อ 10 ปีที่แล้วพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาหัวโล้น แต่ 2-3 ปีที่ผ่านมา การน้อมนำแนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ขับเคลื่อนเป็นเครือข่ายการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ  โดยได้ดำเนินงานศึกษาและพัฒนาพื้นที่ต้นแบบมาอย่างต่อเนื่องได้เกิดรูปธรรมคือ พื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่เปลี่ยนแปลงไปสู่การเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 180 ไร่ พื้นที่ป่าชุ่มน้ำ 150 ไร่ พื้นที่ป่าใช้สอย 740 ไร่ ชาวชุมชนสามารถผ่านวิกฤติภัยแล้งในช่วง 2-3 ปีมาได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการสานต่อโครงการในปีที่ 2 จะมีการวางระบบท่อส่งน้ำ กระจายสู่แปลงเกษตร ปรับปรุงคันนา ขุดสระสำรองน้ำ และปรับเปลี่ยนวิถีการเพาะปลูก ครอบคลุม 4 ลำห้วย พื้นที่เกษตรที่จะได้รับประโยชน์ 96 แปลง 726 ไร่ 

 

 

“การสร้างความเข้าใจร่วมกับชุมชน เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ทำเกษตรบนเขาไปสู่พื้นที่ลุ่มด้านล่าง สร้างฝายชะลอน้ำและปลูกกล้วย ทำให้ดินชุ่มชื้น อุ้มน้ำได้มากขึ้น และช่วยเพิ่มพืชคลุมหน้าดิน เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำให้กลับมาสมบูรณ์ และชุมชนอยู่ร่วมกับป่าได้ มีรายได้ที่มั่นคง มีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอตลอดทั้งปี และสามารถขยายผลออกไปสู่ชุมชนอื่น ๆ จนเกิดการบริหารจัดการน้ำที่เชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ และเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป” ดร.รอยล กล่าว
 นายวรพจน์  พรประภา กรรมการกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย กล่าวว่า  กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยได้ให้ความสำคัญกับปัญหาการจัดการน้ำมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับเป็นปัญหาสำคัญของประเทศที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย จึงได้ผสานความร่วมมือกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ตั้งแต่ปี 2558 ด้วยการสนับสนุนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำปราจีนบุรี จนสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งที่ตำบลนาแขมและเมืองเก่าได้เป็นผลสำเร็จ และขยายผลสู่พื้นที่ลุ่มน้ำน่านในปี 2560 ภายใต้โครงการ "พัฒนาแหล่งน้ำตามแนวพระราชดำริพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน" บริเวณชุมชนบ้านดงผาปูนและบ้านนาบง เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำที่เคยประสบปัญหาเขาหัวโล้นให้กลับมาอย่างยั่งยืนส่งผลให้ประชาชนมีความเข้าใจในพื้นที่ทำกินของตนและสามารถ พัฒนาหรือบริหารจัดการน้ำได้ด้วยตนเอง พร้อมส่งต่อองค์ความรู้สู่ชุมชนต่อไป โดยมีระยะการดำเนินงาน 3 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 - 2562 โดยกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยให้การสนับสนุนงบประมาณรวมทั้ง 2 ลุ่มน้ำเป็นจำนวน 23.6  ล้านบาท 

นายปรีชา สมชัย นายอำเภอบ่อเกลือ กล่าวว่า  การดำเนินงานนี้ จะเป็นต้นแบบในการฟื้นฟูพื้นที่เขาหัวโล้นให้กับพื้นที่อื่นๆ ของจังหวัดน่าน ทำให้เกิดการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน เกิดการมีส่วนร่วมดูแลรักษาป่าต้นน้ำ และช่วยให้ประชาชนมีรายได้จากการทำเกษตรแบบอยู่ร่วมกับป่าได้
 

 

 

พลตรีธวัช  ศรีสว่าง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ในฐานะตัวแทนกองทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า กองทัพภาคที่ 3 ได้ให้ความสำคัญต่อการรักษาความมั่นคง ในส่วนของการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าไม้ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดน่านที่ถือว่าเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของประเทศ ที่ผ่านมาทางกองทัพภาคที่ 3 ได้ร่วมมือกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) กรมป่าไม้ กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และภาคเอกชน ดำเนินการฟื้นฟูป่าไม้ ลำห้วยสาขา และสร้างฝายดักตะกอนชะลอความชุ่มชื้นและกักเก็บน้ำในพื้นที่บ้านดงผาปูนและบ้านนาบง ตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน เพื่อพัฒนาต้นแบบการแก้ไขปัญหาพื้นที่เขาหัวโล้นอย่างยั่งยืน และสืบสานพระราชปณิธานด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมน้อมนำแนวพระราชดำริมาเป็นหลักปฏิบัติ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สามารถอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืนต่อไป

 

นางสาวพนิดา ไชยกลาง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่14 บ้านนาบง กล่าวว่า ชาวบ้านอยากเปลี่ยนแปลงชีวิตจากที่เคยทำไร่ข้าวโพดแล้วทำให้คุณภาพชีวิตไม่ดีขึ้น ยากจน  ปัญหาสุขภาพจากสารเคมี เมื่อได้เห็นตัวอย่างความสำเร็จของโครงการในปีที่ 1 ของบ้านดงผาปูน  ซึ่งชาวบ้านก็ได้มีการช่วยดูแลรักษาฝายที่สร้างขึ้นมาโดยตลอด ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงจากพื้นที่แห้งแล้งมาสู่พื้นที่ซึ่งมีความชุ่มชื่นสามารถเพาะปลูกได้อีกครั้ง จึงมีความกระตือรื้อร้นที่จะขยายผลทำโครงการปีที่ 2 ในพื้นที่บ้านนาบง  เดินตามแนวทางปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง เมื่อชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้ ปัญหาการบุกรุกป่าก็จะหมดไปด้วย
       

นายชรินทร์ แช่มสาคร ที่ปรึกษาสถาบันพัฒนาเกษตรกร กล่าวว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งโครงการหนึ่งในแนวทางประชารัฐ สิ่งที่ควรต่อยอดคือ การสนับสนุนเรื่องตลาดสินค้าเกษตรของชาวบ้าน เช่น เมื่อมีการปรับเปลี่ยนไปปลูกข้าว ภาคเอกชนสามารถที่จะเข้ามาสนับสนุนด้วยการรับซื้อข้าวเปลือกในราคาเป็นธรรม ร่วมมือกับโรงสีพระราชทานในจังหวัดน่าน ผลิตข้าวสารขายให้พนักงานของบริษัทเอกชน ซึ่งถือเป็นการยกระดับแนวทางประชารัฐไปอีกขั้น
         

สำหรับโครงการ "พัฒนาแหล่งน้ำตามแนวพระราชดำริพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน" แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ (พ.ศ. 2560-2562) ตามปัญหาการจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มน้ำน่าน 3 พื้นที่ แบ่งเป็น 1. พื้นที่ต้นน้ำที่บ้านนาบงและบ้านดงผาปูน ตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน 2. พื้นที่กลางน้ำที่บ้านร้องแง ตำบลวรนคร อำเภอปัว จังหวัดน่าน และ 3. พื้นที่ปลายน้ำที่ตำบลป่าหมาก อำเภอบางกระทุ่มจังหวัดพิษณุโลก โดยกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยให้การสนับสนุนงบประมาณรวม 13 ล้านบาท เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนด้วยการพัฒนาศักยภาพชุมชนให้สามารถพัฒนาและบริหารจัดการน้ำได้ด้วยตนเอง และพร้อมขยายผลความสำเร็จสู่พื้นที่ใกล้เคียง  
       

ทั้งนี้คาดว่า หลังการดำเนินงานปี 2562 จะสามารถฟื้นฟูพื้นที่เขาหัวโล้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งและดินถล่มกว่า 3,000 ไร่ ช่วยให้ประชากรกว่า 4,700 ครัวเรือนมีน้ำอุปโภค-บริโภค และเพิ่มแหล่งน้ำสำรองสำหรับทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี และเป็นชุมชนต้นแบบในการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

 

“ดร.รอยล”ชี้ฟื้นฟูเขาหัวโล้นน่านเห็นผล คาดหลังปี 62 พื้นที่นำร่อง “ดงผาปูน-นาบง”สร้างประโยชน์ 4,700 ครัวเรือน

“ดร.รอยล”ชี้ฟื้นฟูเขาหัวโล้นน่านเห็นผล คาดหลังปี 62 พื้นที่นำร่อง “ดงผาปูน-นาบง”สร้างประโยชน์ 4,700 ครัวเรือน

“ดร.รอยล”ชี้ฟื้นฟูเขาหัวโล้นน่านเห็นผล คาดหลังปี 62 พื้นที่นำร่อง “ดงผาปูน-นาบง”สร้างประโยชน์ 4,700 ครัวเรือน

“ดร.รอยล”ชี้ฟื้นฟูเขาหัวโล้นน่านเห็นผล คาดหลังปี 62 พื้นที่นำร่อง “ดงผาปูน-นาบง”สร้างประโยชน์ 4,700 ครัวเรือน

“ดร.รอยล”ชี้ฟื้นฟูเขาหัวโล้นน่านเห็นผล คาดหลังปี 62 พื้นที่นำร่อง “ดงผาปูน-นาบง”สร้างประโยชน์ 4,700 ครัวเรือน