- 26 ธ.ค. 2560
ทำไมอ่านแล้วน้ำตาไหลไม่รู้ตัว!!! "นิ้วกลม"นักเขียนชื่อดัง บรรยายความรู้สึกที่มีต่อ"พี่ตูน" จากหัวใจ
สิ้นสุดลงไปเเล้ว อย่างสวยงาม เเละยิ่งใหญ่ จารึกเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของประเทศไทย ... โครงการก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ จาก อ.เบตง จังหวัดยะลา ถึง อ. แม่สาย จังหวัดเชียงราย เหนือสุดเเดนสยาม ระหว่าง วันที่ 1 พย - 25 ธค 2560 ระยะทาง ระยะทาง 2,191 กม. ของ นักร้องคนดัง ตูน บอดี้สเเลม หรือนาย อาทิวราห์ คงมาลัย เพื่อเป้าหมายระดมเงินทุน 700 ล้านบาท บริจาคให้กับ มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกฏเกล้า ช่วยเหลือ 11 โรงพยาบาล โดยเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2560 เป็นการออกวิ่งวันที่ 55 (วันสิ้นสุดของโครงการ ก้าวคนละก้าว) จาก เเขวงทางหลวงจังหวัดเชียงราย ไปถึงป้ายเหนือสุดเเดนสยาม อ. เเม่สาย จังหวัดเชียงราย สำหรับยอดบริจาค สรุปยอดเงินบริจาครวมทั้งโครงการทั้งสิ้น 1,148,718,907.72 บาท **คลิปด้านท้ายข่าว**
โดยการวิ่งเซตสุดท้าย Set5 แม่สายการ์เด้นวิว - ด่านท่าขี้เหล็ก ระยะทาง 9.2 กม. ก่อนพิชิตเส้นชัย เหนือสุดเเดนสยาม ก็ได้มีประชาชนมารอต้อนรับ ตูน บอดี้สเเลม เเละทีมงานก้าวคนละก้าว อย่างล้นหลาม เเละมียอดบริจาคทะลุเป้ากว่า 1พันล้านบาท ตลอดการวิ่ง 55 วัน รวมระยะทางทั้งสิ้น 2,215 กิโลเมตร
ซึ่งเมื่อ ตูน บอดี้สเเลม เเละทีมงาน ก้าวคนละก้าว มาถึงการวิ่งช่วงสุดท้าย ได้มีการปิดถนนบริเวณเข้าด่านแม่สาย เพื่อให้ทีมก้าวคนละก้าว ได้วิ่งเข้าเส้นชัยพร้อมกัน ซึ่งเมื่อ พี่ตูน เดินทางมาถึงป้ายเหนือสุดแห่งสยาม ก็ได้ตีระฆัง และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับป้ายเหนือสุดเเดนสยาม จากนั้น ทางไทยแลนด์เรคคอร์ดได้มอบประกาศนียบัตรให้กับ อาทิวราห์ คงมาลัย ในฐานะ คนไทยคนเเรกที่วิ่งจากเบตง สู่เเม่สาย อย่างเป็นทางการ ที่มีการบักทึกสถิติไว้ตามมาตรฐานหลักสากล
ด้านทางเพจ ...Every Bodyslam... ได้เผยคำพูดอันน่ากราบหัวใจ ของพี่ตูน ในกรณที่ตนเอง เกิดอาการบาดเจ็บขณะวิ่ง สร้างความประทับใจเเบบสุดๆ ...
.
พี่เบลล์ (ชายชาญ ใบมงคล) เล่าให้ฟังใน live เมื่อเช้าว่า #ก้าวคนละก้าว ครั้งนี้ ถ้าพี่ตูนวิ่งต่อไม่ไหว จะทำยังไง ตอนแรกจะให้ศิลปินดารามาช่วยวิ่งส่งไม้ผลัดจนถึงแม่สาย วิ่งๆๆ ไปจนจบ เพื่อนๆ เดาออกใช่มั๊ยว่าพี่ตูนตอบว่ายังไง ???
"จะไม่มีใครมาวิ่งแทนผมเด็ดขาด ถ้าผมวิ่งไม่ไหวก็คือจบโครงการ ถือว่าผมทำไม่สำเร็จ ขอให้จบลงแค่นั้น"
(ย้อนชมช็อตที่ พี่ตูน บาดเจ็บจบวิ่งต่อไม่ไหว)
ในส่วนความเคลื่อนไหวในวันที่ 26 ธันวาคม 2560 ด้านจังหวัดเชียงราย ได้ขอยกย่อง ตูน บอดี้สเเลม หรือ อาทิวราห์ คงมาลัย เป็น บุคคลดีเด่นด้านคุณธรรม ประจำปี พ.ศ.2560 ในฐานะผู้มีคุณธรรมและทำคุณประโยชน์ แก่จังหวัดเชียงราย จากปรากฏการณ์ 'ก้าวคนละก้าว'โดยจะมอบรางวัลในงานบายศรีสู่ขวัญ ณ ไร่เชิญตะวัน เเละคุณจิมมี่ ชวาลา มหาเศรษฐีใจบุญผู้เคยบริจาคร่วมกับโครงการ“ก้าวคนละก้าว” จำนวน 16 ล้านบาทเดินทางมาถึงไร่เชิญตะวัน เพื่อร่วม “พิธีบายศรีสู่ขวัญคุณตูน” ในวันที่ 26 ธันวาคม ตั้งเเต่เวลา 09.00น. เป็นต้นไป นอกจากนี้ คุณจิมมี่ได้ร่วมกับประชาชนและนักท่องเที่ยวปักต้นดอกไม้เงิน ซึ่งใช้ธนบัตรใบละ 20 บาทจำนวน 25 ต้น ต้นละ 50,000 บาท เพื่อนำส่งมอบให้ ตูน บอดี้สเเลม ในวันที่ 26 ธันวาคม อีกด้วย ซึ่งทางเพจ ... พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี... ได้เปิดเผยว่า
.
วันพรุ่งนี้ (26ธค.60) เวลา 09.00น.เป็นต้นไป ขอเชิญรับชมการถ่ายทอดสดโครงการก้าวคนละก้าว (พิเศษ) พิธีบายศรีสู่ขวัญ คุณตูน บอดี้สแลม ณ วิปัสสนาคารนานาชาติ(วิหารดิน) ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน ชมย่างก้าวเกียรติยศ นำเดินธรรมยาตราโดยคุณตูน บอดี้สแลม ท่าน ว.วชิรเมธี สามเณรน้อย 500 รูป และแขกพิเศษอีกคับคั่ง
ล่าสุด "นิ้วกลม" นักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความบรรยายเรื่องราวความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้อย่างน่าอ่าน และน่าสนใจโดยมีใจความว่า
สี่สิ่งที่ชอบใน "ก้าวสุดท้าย"
---
แทบทุกคนประเมินว่า
เซ็ตสุดท้ายพี่ตูนคงจะค่อยๆ วิ่ง
ทักทายพ่อแม่พี่น้องที่มาให้กำลังใจ
หรือกระทั่งบางจังหวะอาจจะค่อยๆ เดิน
สัมผัสมือ คุยเล่นไปเรื่อยๆ ในช่วงคนเยอะ
เพราะเหลือระยะทางอีกแค่แปดกิโลเศษๆ เท่านั้น
แต่เมื่อเซ็ตสุดท้ายเริ่มขึ้น
เกมพลิก! หนังหักมุม!
พี่แกใส่ไม่ยั้ง
วิ่งตัวปลิวเหมือนใบไม้ถูกลมพัด
จนคนวิ่งตามถึงกับหอบ
จำนวนมากต้องโบกมือขอขึ้นรถ
กระนั้นก็มีนักวิ่งจำนวนไม่น้อย
ที่กระตุ้นแรงขาตัวเองตามติดไปด้วยได้
คนนำใส่เต็มที่
คนตามก็ใส่เต็มที่
ความเร็วของพี่ตูนในเซ็ตสุดท้าย
มีคนจับความเร็วกระซิบว่า
ช่วงพีคๆ คือ "เพซสาม"
(สามนาทีต่อหนึ่งกิโลเมตร)
อัดมาห้ากิโลเมตรโดยไม่หยุดเลย
เฉลี่ยประมาณ "เพซสี่" หรือ "เพซห้า"
ซึ่งตามเกณฑ์ทั่วไปก็นับว่าเร็วมากแล้ว
แต่ต้องไม่ลืมว่า นี่เป็นการวิ่ง
ของคนที่วิ่งมาสองพันกว่ากิโลเมตรแล้ว
ผมชอบที่พี่ตูนตอบพี่ดู๋บนเวทีว่า
"เซ็ตสุดท้ายต้องกราบขออภัย
ชาวเชียงรายที่มายืนต้อนรับ
ที่ไม่ได้ทักทายใกล้ชิด"
โดยให้เหตุผลว่า
"ผมอยากใช้เซ็ตสุดท้าย
เป็นการวิ่งฉลองให้กับตัวเอง"
พี่ดู๋แซวว่า
"สองพันกว่ากิโลเมตร
เขาทำเพื่อตัวเองแค่แปดกิโลเองนะครับ"
ผมวิ่งตามพี่ตูนไปแบบหายใจแทบไม่ทัน
จึงไม่เห็นหน้า แต่คนที่เห็นหน้าพี่ตูนบอกว่า
เซ็ตสุดท้ายเขาวิ่งด้วยความเบิกบานอย่างยิ่ง
...
อีกจังหวะหนึ่ง-ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็น
จังหวะที่พี่ตูนดีใจที่สุดบนเวที คือ
ตอนที่เขารับมอบประกาศนียบัตร
ซึ่งบันทึกว่า อาทิวราห์ คงมาลัย
เป็นคนไทยคนแรกที่วิ่งจากเบตงถึงแม่สายสำเร็จ
โดยมีการติดตามบันทึกผลอย่างเป็นทางการ
เราได้เห็นแกกระทุ้งกำปั้นสะใจ
สีหน้าเหมือนศูนย์หน้ายิงประตูได้
ความน่ารักของพี่ตูนคือ
แกไม่ยอมวางประกาศนียบัตรนี้เลย
ถือแนบตัวไว้เนิ่นนาน
ย่อมบอกได้ว่า สิ่งนี้มีคุณค่ากับเขามากแค่ไหน
พี่ตูนเคยเล่าว่า
นอกจากเจตนาอยากช่วยสิบเอ็ดโรงพยาบาลแล้ว
อีกสิ่งที่เป็นความปรารถนาส่วนตัวคือ
อยากเป็นคนไทยคนแรกที่วิ่งจากใต้สุดไปเหนือสุดสำเร็จ
และวันนี้เขาก็ทำสำเร็จแล้ว
เป็นความสำเร็จที่คู่ควรต่อการดีใจ
เป็นความสำเร็จที่คู่ควรต่อการฉลอง
...
อีกจังหวะคือ
ตอนที่พี่ป๊อดบอกพี่ตูนว่า
ตอนแรกพี่บอย โกสิยพงษ์
ตั้งชื่อเพลงว่า "แด่ตูน"
แต่ก็อยากให้กินความกว้างขึ้น
จึงใช้ชื่อ "แด่เธอ"
จังหวะนี้พี่ตูนเพียงพูดเบาๆ
พร้อมหน้าตาเขินตอนได้ยินชื่อ "แด่ตูน" ว่า
"แด่เธอดีกว่าเยอะเลยครับ"
...
สำหรับผมแล้ว
นี่คือสามจังหวะที่สอนบางสิ่งกับผม
ในเจตนารมณ์เพื่อคนอื่น
เราสามารถมีเป้าหมายสำหรับตัวเองได้ด้วย
เราสามารถมอบความสุขให้ตัวเองได้ด้วย
และเราต้องไม่ลืมฉลองให้กับตัวเองด้วย
ผมคิดว่ามุมนี้น่ารักและ "จริง" ดี
พี่ตูนไม่แกล้งทำหล่อหรือพูดเอาเท่ว่า
"วิ่งมาก็เพื่อคนอื่นเท่านั้น"
ผมคิดว่าเขาได้พิสูจน์มามากแล้ว
กับการมอบความรักความสุข
ด้วยการเซอร์วิสผู้คนมาตลอดทาง
การที่แกพูดและแสดงออกในมุมส่วนตัวบ้าง
ทำให้เราได้เห็น "แรงผลัก" สองแรง
ที่ทำงานร่วมกันอยู่ในใจ
ผมเชื่อว่า เป้าหมายส่วนตัวคือ "ความท้าทาย"
และเป้าหมายเพื่อคนอื่นนั้นเองที่ทำให้ได้รับ
"พลัง" ตลอดสองข้างทางแบบไม่ขาดสาย
สองพลังนี้สอดรับสลับกันไปมา
เมื่อท้อหรือเจ็บ ก็ใช้ "ความท้าทาย" นั้น
มาผลักดันให้ไปต่อ เมื่อจะหมดแรง
ก็ได้รับกำลังใจดีๆ ดุนหลังให้ผ่านแต่ละวันไปได้
โดยมิใช่การมุ่งสู่ความฝันอย่างโดดเดี่ยว
...
ผมได้เรียนรู้ว่า
คนเราควรมี "ความฝัน"
ที่รับใช้ความท้าทายในใจตัวเอง
รับใช้ความปรารถนาในใจตัวเอง
เพราะเราจะมีพลังจาก "ข้างใน" หัวใจ
เมื่อลงมือทำในสิ่งที่ยากโดยไม่มีใครบังคับ
ขณะเดียวกัน
หาก "ความฝัน" นั้นมีคุณค่าต่อผู้อื่น
กำลังใจดีๆ จากผู้ที่มองเห็นคุณค่านั้น
ได้รับประโยชน์จากคุณค่านั้น
จะส่งแรงพลังจาก "ข้างนอก"
เข้าไปสู่ข้างในในวันที่ท้อแท้
ผมได้เรียนรู้ว่า
เราเปิดเผยความสะใจในความสำเร็จส่วนตัวได้
เราเฉลิมฉลองกับความสำเร็จส่วนตัวได้
เพราะความสำเร็จนั้นมีคุณค่ากับผู้อื่นด้วย
ขณะเดียวกัน เนื้อในของพี่ตูน
ที่คุ้มครองเขามาตลอดคือ
ความถ่อมตัว และเขินอายต่อการถูกยกย่อง
ประโยคที่เปรยออกมาว่า
"แด่เธอดีกว่า (แด่ตูน) เยอะเลยครับ"
บ่งบอก "ความเป็นตูน" ได้เป็นอย่างดี
ผมชอบแววตาเหมือนเด็กน้อยของพี่ตูน
ตอนแกกอดใบประกาศนียบัตร
เพียงแค่เป็นเด็กน้อยที่ทำ
ในสิ่งที่มีคุณค่าต่อคนอื่นมากมาย
เด็กน้อยนั้นมี "ความฝัน" เพื่อตัวเอง
แต่คนเติบโตแล้วนั้นมี "ความฝัน" เพื่อคนอื่นด้วย
เราไม่จำเป็นต้องปฏิเสธ "ความฝันส่วนตัว"
แต่ถ้าความฝันของเรามีคุณค่าต่อส่วนรวมด้วย
ฝันนั้นจะมีพลังมากขึ้น
เราทำเพื่อตัวเอง พร้อมๆ กับทำเพื่อผู้อื่นได้
และนั่นอาจเป็นสิ่งที่ควรทำ
และนั่นอาจทำให้ฝันมีพลังที่สุด
เมื่อบรรลุความฝัน
ไม่ใช่แค่เจ้าของความฝันที่จะได้ฉลองความสำเร็จ
เพราะฝันที่มีคุณค่าสำหรับคนอื่น
จะมีคน "แชร์ความฝัน" ด้วย
และมีคน "ร่วมฉลอง" ในวันที่สำเร็จ
นี่คือพลังของความฝัน
ที่เริ่มจากตัวเอง
แต่แผ่ไปยังผู้อื่น
...
ยังเหลืออีกสิ่งหนึ่งใช่ไหมครับ
สิ่งสุดท้ายที่ผมชอบก็คือ
ตอนที่พี่ป๊อดร้องเพลง "แด่เธอ" ในช่วงท้าย
"...เธอทำให้โลกใบนี้ นั้นยังมีความหวัง
และยังคงมีทางได้เห็นแสงสว่างของหัวใจ
เธอทำให้ฉันได้รู้ แม้ท้องฟ้าจะมืดดำแค่ไหน
คนเรายังคงมีความหวังได้ เหมือนหัวใจเธอคนนี้..."
พี่ตูนชี้ไปที่ทีมนักวิ่ง ทีมหมอกายภาพ
ทีมเบื้องหลัง และหมุนตัวชี้ไปที่ "ทุกคน"
"ก้าวคนละก้าว"
ความสวยงามของความฝันส่วนตัว
ที่กลายเป็นความฝันของ "ส่วนรวม"
ขอบคุณ
ahakorn
ก้าว
Every Bodyslam
