- 01 ม.ค. 2561
สังเกตตัวเองด่วนอย่าละเลย..10 “สัญญาณอันตรายที่บอกได้ว่าคุณมีอาการของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่”..
ในปัจจุบันคนไทยเรามีอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งชนิดต่างๆเป็นจำนวนมากและมีแนวโน้มว่าจะยิ่งมีจำนวนของที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆโดยมีสถิติที่แพทย์ได้ตรวจพบกลุ่มคนที่มีภาวะความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งแต่ละชนิดเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆในทุกปีสาเหตุน่าจะเกิดจากสภาพสิ่งแวดล้อมและการดำรงชีวิตด้วยรสนิยมความเชื่อด้านโภชนาการแบบผิดๆนั่นเองค่ะ
และวันนี้เราจะมาฝึกหัดจับสังเกตตัวเองกันด้วย 10 สัญญาณที่บ่งชี้ว่าเราอาจจะเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในช่วงระยะแรกเริ่มก็เป็นได้ค่ะ…โรคมะเร็งลำไส้…คือมะเร็งชนิดที่แพทย์มักตรวจพบได้บ่อยในประเทศไทยเรา โดยเฉพาะในกลุ่มของผู้ที่มีอายุเกิน 50 ปีขึ้นไป มักเป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นในบริเวณลำไส้ โดยแพทย์ได้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนต้น (Colon) และกลุ่มมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนท้าย (Rectum) ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคที่แน่ชัด แต่น่าจะมีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันกับอาหารและสิ่งแวดล้อม อย่างที่ผู้เขียนได้สันนิษฐานในข้าง ไม่ว่าจะเป็นการชอบรับประทานอาหารไขมันสูง อาหารปิ้งย่าง อาหารที่มีกากใยน้อย อาหารที่มีน้ำตาลสูง การสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อยชอบออกกำลังกายกันสักเท่าไรนัก
ซึ่งก็เช่นเดียวกับโรคมะเร็งประเภทอื่น ๆที่มักตรวจพบได้มากในวัยผู้ใหญ่ทั้งเพศหญิงและเพศชาย และหากว่าท่านผู้ชมกำลังสงสัยว่าตัวเองมีเกณฑ์ที่น่าจะเข้าข่ายอยู่ในกลุ่มของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่อยู่แล้วล่ะก็ รีบมาลองเช็คกันดูจาก 10 สัญญาณดังนี้นะคะ เพื่อจะได้หาทางรักษากันได้ทันท่วงทีค่ะ
1) ไม่สบายท้อง รวมทั้งปวดแสบร้อน อาหารไม่ย่อย และปวดเกร็ง
2) ท้องอืด ท้องแน่นตลอดเวลา ปวดท้องเป็นพัก ๆ เดี๋ยวปวด เดี๋ยวหาย
3) มีอาการท้องผูก สลับกับท้องเสีย อุจจาระแข็ง และเหลวสลับกัน
4) อุจจาระปนเลือดสด ๆ หรือเลือดสีคล้ำมาก ลักษณะอุจจาระเรียวยาวกว่าปกติ
5) ปวดท้องอยากอุจจาระ แต่ไม่มีอุจจาระออกมา เหมือนถ่ายไม่หมดอยู่ตลอด
6) อุจจาระมีมูกเลือดปน
7) คลื่นไส้ อาเจียน
8) น้ำหนักตัวลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
9) อ่อนเพลียหรืออ่อนแรง
10) โลหิตจาง
ทางเลือกในการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ ทำได้โดยการเข้ารับการรักษาทางการแพทย์
– การผ่าตัด
– รังสีรักษา
– เคมีบำบัด
– การใช้ยาที่ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง (targeted therapy)
– การรักษาโดยการยับยั้งกระบวนการสร้างเส้นเลือดใหม่ (angiogenesis)
การป้องกันตนเองจากมะเร็งลำไส้ใหญ่
– ควบคุมและรักษาน้ำหนักตนเองให้พอดีไม่อ้วนและไม่ผอมเกินไป
– หลีกเลี่ยงการกินเนื้อแดง หรือเนื้อสัตว์ใหญ่ เช่น วัว ควาย แพะ แกะ หมู ฯลฯ มากเกิน
– กินอาหารที่ให้ไฟเบอร์มาก ๆ กินผัก ผลไม้ให้เพียงพอ และทานให้ได้ทุกวัน
– เสริมวิตามินรวมที่มีกรดโฟลิค (folic acid) ทานได้จากผักใบเขียว และหากไม่เพียงพอสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อทานวิตามินเสริมได้
– ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน
– กินแคลเซียมให้มากพอทุกวัน ทานได้จากผลิตภัณฑ์จากนม ถั่วเหลือง ปลาเล็กปลาน้อย
– ฝึกการขับถ่ายให้เป็นนิสัย ในตอนเช้าทุกวัน
หากท่านผู้ชมสังเกตได้ว่ามีอาการดังกล่าวข้างต้น เช่น มีปัญหากับระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย ให้สันนิษฐานว่าคุณอาจจะมีความผิดปกติของลำไส้ใหญ่ หรืออาจจะเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ก็ได้ค่ะ หากอาการยังไม่รุนแรงมากถึงขั้นเป็นโรคมะเร็ง ให้ท่านผู้ชมลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเดิมๆที่อาจทำให้อาการดีขึ้นได้ ควบคู่กับการรักษาพยาบาลจากแพทย์ โอกาสจะหายขาดก็มีได้มากขึ้นค่ะ
และทั้งนี้เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของโรคนี้ เราทุกคนจึงมีเพียงแค่วิธีช่วยลดความเสี่ยงและลดความน่าจะเป็นแนวโน้มของการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ อย่างเช่นแตเดิมเราไม่ชอบทานผักผลไม้ ก็หันเปลี่ยนมาเลือกรับประทานอาหารที่มีกากใยอาหารสูงอย่างพวกผักผลไม้ต่างๆ ให้มาก เมื่อร่างกายได้รับเส้นใยหรือกากอาหารมากขึ้น การขับถ่ายก็จะง่ายขึ้นทำให้ไม่มีของเสียไปตกค้างสะสมอยู่ในลำไส้ใหญ่นานๆจนกลายเป็นสารเคมีที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการกลายพันธุ์ของเซลล์เยื่อบุลำไส้ใหญ่ และควรจะหันมาออกกำลังกายให้สม่ำเสมอขึ้นด้วยนะคะ
ขอขอบคุณท่านผู้เป็นเจ้าของเครดิตภาพที่ผู้เขียนได้นำมาจาก (อินเตอร์เน็ต)เพื่อใช้ในการแสดงประกอบเนื้อหาสาระข้อมูลนี้ค่ะ..และขอขอบคุณแหล่งที่มาของภาพและข้อมูลจาก:วิกิพีเดีย, ข้อมูลจาก:สังคมสุขภาพแนวใหม่ของคนไทย,และข้อมูลเพิ่มเติม(บางส่วน)จาก :อินเตอร์เน็ตค่ะ
เรียบเรียงโดย: โชติกา พิรักษา และ ศศิภา ศรีจันทร์ ตันสิทธิ์
