- 02 ม.ค. 2561
ถึงยุครัฐบาลดิจิทัล ..ตั้งเป้าปี61 สร้างแอปพลิเคชันเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐทั้งระบบ
สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (EGA) มั่นใจว่าปี 2561 จะเป็นปีของข้อมูลภาครัฐแท้จริง ซึ่งการสำรวจพบหน่วยงานรัฐบาลไทยเดินหน้าปรับระบบงานเป็นดิจิทัลแล้ว 70% ที่น่าสนใจคือ มีการใช้โซเชียลติดต่อประชาชนสูงขึ้น สถิติล่าสุด พบหน่วยงานรัฐเปิดเพจบนเฟซบุ๊ก (Facebook) มากกว่า 88% โดยมีการใช้ YouTube ร่วมประชาสัมพันธ์ข้อมูล 50% และใช้ Line มากกว่า 50% ผลสืบเนื่องจากคนไทยทั่วประเทศนิยมใช้ Line
โดยเรื่องดังกล่าว ดร. ศักดิ์ เสกขุนทด ผอ.สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (EGA) เปิดเผย ถึงผลการสำรวจความพร้อมรัฐบาลหน่วยงานรัฐประจำปี 2560 ว่า กว่า 91% ของหน่วยงานภาครัฐระดับกรม หรือเทียบเท่า จำนวน 274 หน่วยงานนั้น ถูกประเมินว่าสอบผ่านเรื่องความพร้อมรัฐบาลดิจิทัล โดยความพร้อมอันดับ 1 คือ โครงสร้างพื้นฐาน อันดับ 2 คือ เจ้าหน้าที่ภาครัฐ รองลงมา เป็นนโยบายและแนวทางปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตาม หน่วยงานเหล่านี้ยังสอบตกเรื่องระบบบริหารจัดการ และเทคโนโลยีอัจฉริยะ
ทั้งนี้ ในภาพรวม หน่วยงานรัฐมีความพร้อมแล้วด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น เครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่แพร่หลายแล้ว และด้านเจ้าหน้าที่ที่ปรับตัวเข้ากับยุคโซเชียลมากขึ้น ดังนั้น ความท้าทายที่ต้องปรับปรุง คือ จะทำอย่างไรให้คนไทยมีแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์มากขึ้น แอปพลิเคชันที่จะทำให้คนไทยมีปฏิสันธานกับเจ้าหน้าที่รัฐได้สะดวก”
โดยสิ่งที่ EGA วางแผนในปีหน้า คือ การสร้างแอปพลิเคชันที่จะบูรณาการข้อมูลจากหลายหน่วยงานเข้าเป็นเรื่องเดียว ปัจจุบัน ตัวอย่างแอปพลิเคชันภาครัฐที่รวมข้อมูลในลักษณะนี้แล้วคือ แอปพลิเคชันไทยวอเตอร์ (Thaiwater)
คาดว่าจะทำแอปพลิเคชัน ในรูปแบบนี้เพิ่มอีกในปีหน้า เป็นแอปพลิเคชันที่รวมข้อมูลเป็นเรื่องเดียวเกี่ยวเนื่องกัน
ทั้งนี้ในปี 2560 แอปพลิเคชันภาครัฐบาลไทยถูกดาวน์โหลดมากกว่า 1.5 ล้านครั้ง โดยแอปพลิเคชันที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ เอสเอสโอคอนเนกต์ (SSO Connect) แอปพลิเคชันของสำนักงานประกันสังคม รองลงมา คือ Thaiwater แอปพลิเคชันรายงานระดับน้ำ และอาร์ดีสมาร์ทแท็กซ์ (RD Smart Tax Application) แอปพลิเคชันสรรพากร
นอกจากนี้ การสำรวจยังพบว่า จากหน่วยงานรัฐทั้งหมด 274 กรม ราว 192 กรมมีการเปิดเพจเฟซบุ๊ก (88%) โดยหากสำรวจหน่วยงานระดับจังหวัด 1,179 แห่งทั่วประเทศ พบว่า 534 หน่วยงานระบุว่าใช้ Line ในการสื่อสาร คำนวณเป็นสัดส่วนมากกว่า 50%
จากสถิติเหล่านี้ถือว่าดีมาก วันนี้หน่วยงานรัฐ 82% มีบริการออนไลน์ ภาครัฐเริ่มส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ล้วน จุดนี้พบว่า ภาครัฐตื่นตัวเรื่องการสำรองข้อมูลด้วย พบว่ามากกว่า 200 หน่วยงานหรือ 92% มีการสำรองข้อมูล
และในปีหน้า จะมีการปรับปรุงการสำรวจให้ครอบคลุมหน่วยงานรัฐทั้งหมด
พร้อมทั้งการเชื่อมฐานข้อมูลภาครัฐ หรือ Open Data โดยจะนำ Big Data มาใช้กับหน่วยงานราชการ จุดนี้คาดว่า ปีหน้าภายในไตรมาสแรก ประเทศไทยจะพัฒนาระบบ Big Data ในโครงการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย ซึ่งจะเป็นแหล่งข้อมูลที่หลายกระทรวงสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาประชาชนคนไทยได้อย่างตรงจุด
ทั้งนี้ ปีหน้า ฐานข้อมูลภาครัฐที่มีอยู่ปัจจุบัน 800 ฐานข้อมูลต้องเชื่อมถึงกันหมด โดยตอนนี้เชื่อมได้แล้ว 30% ปีหน้าจะทยอยเชื่อมกันมากขึ้น ซึ่งในวันนี้หลายกระทรวงนำ Big Data มาใช้แล้ว ที่เราจะทำ คือ แทนที่จะเป็นคลังข้อมูลของแต่ละกระทรวง เราจะนำมารวมกัน เราจะนำ Big Data มาใช้จริงจังในปีหน้า ทำให้ปีหน้าเป็นปีของข้อมูลภาครัฐแท้จริง
ยกตัวอย่างระบบฐานข้อมูลลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย ระบบนี้จะเชื่อมโยงข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขว่าจะดูแลช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างไร ขณะเดียวกัน ก็จะเชื่อมโยงกับกระทรงยุติธรรม และกระทรวงพัฒนาสังคม ระบบนี้จะทำให้เจ้าหน้าที่รัฐติดตามข้อมูลความเคลื่อนไหวของคนไทยได้เป็นรายวัน หรือรายเดือน เพราะกระทรวงสาธารณสุขอัปเดตข้อมูลทุกวัน
/////
