ทันใจ ไวเว่อร์ !! ก.เกษตรฯ เร่งเดินหน้าขับเคลื่อน"กาฬสินธุ์โมเดล" นำร่องแก้จน ตามคำมั่น” นายกลุงตู่”

ทันใจ ไวเว่อร์ !! ก.เกษตรฯ เร่งเดินหน้าขับเคลื่อน"กาฬสินธุ์โมเดล" นำร่องแก้จน ตามคำมั่น” นายกลุงตู่”

"รมว.เกษตรฯ” ระดมทุกหน่วยงานขับเคลื่อน กาฬสินธุ์โมเดล นำร่องแก้ปัญหาความจน ใช้แผนแก้หนี้ ฟื้นฟูอาชีพรายบุคคล ตั้งเป้ายกระดับ ให้ได้ 10% เพิ่มรายได้ต่อหัว 5.6 หมื่นต่อคนต่อปี ในปี61

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ประชุมครม.สัญจรจังหวัดกาฬสินธ์ุ พร้อมประกาศให้เป็น กาฬสินธุ์โมเดล นำร่อง ยกระดับรายได้ให้แก่ประชาชนพ้นความยากจน

ล่าสุดพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และนายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนกาฬสินธุ์โมเดล 
 

 

 

โดยรมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ร่วมกันขับเคลื่อนกาฬสินธุ์โมเดล ซึ่งเป็นจังหวัดแรกที่รัฐบาลได้กำหนดให้เป็นจังหวัดนำร่องที่จะนำมาใช้เป็นโมเดลแก้ปัญหาความยากจนของประชาชน เพื่อยกระดับได้รายประชาชนซึ่งมีรายได้เฉลี่ยในปี 2560 เพียง 50,400 บาท/คน/ปี เพิ่มขึ้นอีก 7 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2561 หรือ 54,400 บาท/คน/ปี และปี 2561เพิ่มอีก 10 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ประชาชนมีรายได้ต่อหัวอยู่ที่ 56,000 บาท/ปี ตามเป้าหมายรัฐบาล ทั้งการสนับสนุนจากส่วนกลาง และการวิเคราะห์ปัจจัยจากในระดับพื้นที่ 

พร้อมมอบหมาย 1.มอบหมายรองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ตรวจสอบอัตรากำลังข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ ทุกหน่วยงานในจังหวัดกาฬสินธุ์ว่ามีครบถ้วนตามกรอบอัตรากำลังหรือไม่ โดยห้ามข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ จังหวัดกาฬสินธุ์ไปช่วยราชการที่อื่น โดยเฉพาะเกษตรอำเภอและเกษตรตำบล เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการแก้ไขปัญหาความยากจน 2.มอบหมายผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ และผู้ตรวจราชการกรมในหน่วยงานกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดกาฬสินธุ์อย่างน้อยเดือนละครั้ง และรายงานผลการติดตามมายังกระทรวงเกษตรฯ ประจำทุกเดือน พร้อมทั้งติดตามผลงานในปี 60 และแผนงานปี 61 ว่าได้มีการดำเนินการตามแผนหรือไม่อย่างไร เช่น โครงการสนับสนุนแหล่งน้ำของกรมชลประทาน

ส่วนที่สอง คือ การวิเคราะห์ปัจจัยเกี่ยวข้องที่ส่งผลต่อความยากจนของเกษตรกร แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 กลุ่มเกษตรกรที่ถูกเอาเปรียบจากกลุ่มนายทุน เช่น การทำสัญญากับนายทุน หรือการกู้หนี้นอกระบบ 2.ปัจจัยการดำรงชีวิตของเกษตรกรเองไม่เหมาะสม เช่น ขาดอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องจักรกลการเกษตร พื้นที่การเกษตรไม่เหมาะสม ความแห้งแล้ง น้ำ องค์ความรู้ในการต่อยอดอาชีพทางการเกษตร และ กลุ่มที่ 3 ด้านชีวิตความเป็นอยู่รายบุคคล และครัวเรือน เช่น สภาพแวดล้อมทางสังคม หรือ ปัญหายาเสพติด

 

 ซึ่งเมื่อแยกเป็นสามกลุ่มหลักแล้ว จะสามารถกำหนดแผนงานและการให้การสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้ ขณะเดียวกัน การดำเนินการไม่เพียงมุ่งเน้นเฉพาะแสวงหารายได้เท่านั้น แต่ให้มีการพิจารณาเรื่องการลดรายจ่ายในครัวเรือน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่ 9 มาขับเคลื่อนควบคู่กันด้วย รวมทั้งการขยายผลจิตอาสาโครงการพระราชทานในรัชกาลที่ 10 ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเกษตรกรที่ยังทำการเกษตรแบบดั้งเดิม กับเกษตรกรรุ่นใหม่ สมาร์ทฟาร์มเมอร์ หรือเกษตรกรต้นแบบ เข้ามาเป็นผู้ช่วยให้การสนับสนุนการทำงานของเกษตรจังหวัด เกษตรกรตำบล เพื่อร่วมสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ และการพัฒนาการเกษตรต่อสู้ความยากจนอีกด้วย