- 09 ม.ค. 2561
คนผมบางมาทางนี้!!! หยุดทุกปัญหาผมร่วง ผมบาง ด้วย 9 สูตรสมุนไพรขั้นเทพ ถ้าไม่อยากหัวล้านรีบทำด่วน
ปัญหาเส้นผม ผมหลุดร่วง ผมบาง มักเป็นปัญหาที่ทุกคน ไม่ว่าจะหญิงและชายต่างกังวลกันมากเป็นพิเศษ เพราะทำให้หมดสวยหมดหล่อ สูญเสียความมั่นใจในตนเองได้ ซึ่งปัญหาผมร่วงนั้นเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ เช่น กรรมพันธุ์ ฮอร์โมน ความเครียด หญิงที่กำลังการให้กำเนิดบุตร ยาคุมกำเนิด การใช้แชมพูแรงๆ หรือแม้แต่การทำสีผมก็ยังสามารถทำให้ผมร่วงได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นก่อนที่จะสายเกินไป เราควรดูแลสุขภาพ บำรุงเส้นผมให้ดี เพื่อให้เส้นผมอยู่กับเราตราบนานเท่านาน ไม่เกิดหัวล้าน ด้วยสูตรสมุนไพรบำรุงเส้นผม ดังนี้
1. สูตรรักษาผมร่วงด้วยมะกรูด
นำมะกรูดสด ๆ ประมาณ 4-5 ลูก มาต้มในน้ำร้อนจนนิ่ม จากนั้นใช้ผ้าขาวบางห่อไว้ บีบและคั้นเอาแต่น้ำ เมื่อได้น้ำมะกรูดแล้วให้นำมาชโลมให้ทั่วเส้นผมและโคนผม หมักทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วค่อยสระผมให้สะอาด สูตรนี้สามารถทำได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ผมจะค่อย ๆ แข็งแรงขึ้น และสังเกตเห็นได้ชัดว่าผมร่วงน้อยลง
2. สูตรรักษาผมร่วงด้วยขิงแก่
นำขิงจำนวน 1 แง่ง มาตำจนละเอียด จากนั้นนำไปห่อผ้าขาวบางมัดเป็นลูกประคบเตรียมไว้ ต่อมาต้มน้ำในหม้อให้เดือด โดยใส่น้ำสักครึ่งหม้อแล้วขึงผ้าขาวบางบริเวณปากหม้อ รอจนน้ำเดือดแล้วจึงเอาขิงที่ห่อผ้าขาวบ้างไว้มาวาง จากนั้นไอน้ำจากหม้อจะทำให้ลูกประคบขิงเกิดความร้อน แนะนำว่าควรกะความร้อนที่ผิวหนังทนได้ หลังจากนั้นนำมาประคบบริเวณที่ผมร่วงจนเย็น จึงนำกลับไปวางที่ที่ปากหม้อเพื่อรมไอน้ำต่อ ทำเช่นนี้วันละ 2 ครั้งๆละประมาณ 30 นาที ประมาณ 5 วันจะเห็นว่าผมหยุดร่วง และกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผมด้วย
3. สูตรรักษาผมร่วงด้วยว่านหางจระเข้
ว่านหางจระเข้มีสรรพคุณที่ช่วยทำให้รากผมเย็น เป็นการช่วยบำรุงต่อมที่รากผมให้มีสุขภาพดี ผมจึงดกดำเป็นเงางาม นอกจากนั้นแล้ว ยังช่วยรักษาแผลบนหนังศีรษะด้วย เพียงแค่นำเอาต้นว่านหางจระเข้จำนวน 2 - 3 ใบมาลอกเปลือกและล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นนำเอาวุ้นใสๆที่ได้มาขยำจนเป็นเนื้อครีมเหลวๆ เมื่อได้แล้วก็นำมาทาให้ทั่วศีรษะและเส้นผม จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
4. สูตรรักษาผมร่วงด้วยทองพันชั่ง หรือหญ้ามันไก่
เป็นสมุนไพรแก้ผมร่วงที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลแล้ว เพียงแค่นำเอาใบทองพันชั่งมาตำจนละเอียด จากนั้นผสมน้ำเข้าไปพอเหนียว เมือ่ได้แล้วก็นำไปพอกให้ทัวศีรษะ เน้นบริเวณที่ผมร่วม จากนั้นใช้ผ้าคลุมศีรษะเอาไว้ 1 คืน พอถึงรุ่งเช้าก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด แนะนำว่าควรทำติดต่อกันประมาณ 15 30 วัน แล้วคุณจะพบว่าเส้นผมจะค่อยๆหยุดร่วงไปเอง
5. สูตรรักษาผมร่วงด้วยน้ำมันละหุ่ง
เป็นสูตรรักษาผมร่วงที่ค่อนข้างเห็นผลชัดเจนดีมาก เพียงแค่นำเอาน้ำมันละหุ่ง จำนวน 8 ช้อนโต๊ะ มาตั้งไฟให้ร้อน จากนั้นพักลงมาจากเตา แล้วรีบใส่กระเทียมบดจำนวน 8 กลีบใหญ่ ลงไปในน้ำมันร้อนๆ ปิดฝาตั้งทิ้งไว้ประมาณ 3-6 ชั่วโมง เมื่อได้แล้วก็นำเอาน้ำมันมานวดศีรษะให้ทั่ว แล้วใช้ผ้าขนหนูคลุมศีรษะเอาไว้ ประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นก็สระผมด้วยแชมพูที่มีความอ่อนโยนต่อเส้นผมอีกครั้งหนึ่ง
6. สูตรรักษาผมร่วงด้วยน้ำมันมะกอก
สำหรับคนที่มีปัญหาผมร่วงที่ไม่รุนแรงมาก เพียงแค่ใช้น้ำมันมะกอกทาผมให้ทั่ว แล้วนวดศีรษะต่อไปอีกสักพัก จากนั้นค่อยสระผมด้วยแชมพูที่มีความอ่อนโยนต่อเส้นผม แนะนำว่าควรทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ประมาณ 1 เดือน ผมก็จะหายร่วงในที่สุด
7. สูตรรักษาผมร่วงด้วยดอกอัญชัน
ดอกอัญชัญจะช่วยกระตุ้นให้เลือดไปเลี้ยงเส้นผมมากขึ้น ทำให้ผมแข็งแรงและร่วงน้อยลง นอกจากนี้ยังจะช่วยกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม และช่วยให้ผมดกดำขึ้น เพียงแต่นำดอกอัญชันประมาณ 1 กำมือ มาตำให้ละเอียด จากนั้นผสมน้ำเปล่าลงไปเล็กน้อย คนให้เข้ากัน เสร็จแล้วให้นำมาชโลมลงบนหนังศีรษะและเส้นผม หมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วสระผมให้สะอาด
8. สูตรรักษาผมร่วงด้วยมะขามป้อม
เป็นสมุนไพรแก้ผมร่วงที่รู้จักกันมานานแล้ว เพียงแค่นำลูกมะขามป้อมแห้งจำนวน 1 กำมือ จากนั้นนำไปแช่ในน้ำ 1 ขัน ทิ้งไว้ตลอดคืน รุ่งเช้าเมื่อสระผมและล้างจนสะอาดดีแล้ว ก็ให้เอาน้ำแช่มะขามป้อมราดลงไปให้ทั่วศีรษะ แล้วเช็ดผมให้แห้ง แนะนำว่าควรทำไปเรื่อยๆจนกว่าผมจะหยุดร่วง หรือจะใช้อีกสูตรคือนำมะขามป้อมมาทอดกับน้ำมันมะพร้าวจนน้ำมะขามป้อมออกมาผสมกับน้ำมัน จากนั้นก็นำน้ำมันที่ได้มาใช้ในการหมักผม โดยหมักทิ้งไว้สัก 10-15 นาที แล้วสระผม จะช่วยให้เส้นผมแข็งแรงขึ้น
9. สูตรรักษาผมร่วงด้วยดอกมะลิ
ใครจะไปคิดว่าดอกไม้หอมๆอย่างดอกมะลิจะช่วยแก้ผมร่วงได้ เพียงเลือกดอกมะลิแบบที่กำลังจะบานประมาณ 7 - 10 ดอก แล้วนำมาแช่น้ำมันมะกอกทิ้งไว้ 3 - 6 ชั่วโมง พอให้มีกลิ่นหอม เมื่อครบเวลาที่กำหนด ก็ให้ขูดผิวมะกรูดลงไปผสมด้วยเล็กน้อย จากนั้นนำไปหมักผมให้ทั่วศีรษะ ทิ้งไว้ 15 - 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น และสระผมให้สะอาดต่อไป
ขอบคุณข้อมูล : bedtaledidea
อ่านข่าวอื่นๆเพิ่มเติม :
