ลุ้น 17 ม.ค. เคาะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ เสนอ ครม. มีผลสิ้นเดือนนี้แน่นอน

ลุ้น 17 ม.ค. เคาะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ เสนอ ครม. มีผลสิ้นเดือนนี้แน่นอน

สำหรับปี 2561 มีข่าวดี เนื่องด้วยรัฐบาล มีความคิดที่จะปรับขึ้นค่าแรงขึ้นต่ำ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับผู้ใช้แรงงานและคนไทยทั้งประเทศ หลังจากที่ประเทศไทยไม่เคยได้ปรับค่าแรงเลยนับตั้งแต่เมื่อปี 2557 ซึ่งแนวคิดปรับค่าแรงขั้นต่ำนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการ 3 ฝ่ายประกอบด้วย รัฐบาล นายจ้าง และลูกจ้าง โดยยังมีประเด็นที่จะต้องพิจารณา เช่น อัตราการขึ้นค่าแรง ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะพิจารณาเป็นรายจังหวัด โดยอัตราของแต่ละจังหวัดจะไม่เท่ากัน

 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า อยากให้การขึ้นค่าแรงปรับใหม่ มีผลทันทีในสิ้นเดือนมกราคมนี้ โดยคณะกรรมการ 3 ฝ่ายต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ความเป็นอยู่ของแรงงาน ค่าครองชีพ การได้รับการดูแล ผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ศักยภาพในการลงทุนและแข่งขัน รวมถึงค่าแรงของประเทศเพื่อนบ้าน ฯลฯ 

 

 

จากนั้นเมื่อวันที่ 10 มกราคม นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานกรรมการพิจารณาค่าจ้าง (บอร์ดค่าจ้าง) ได้นัดประชุมบอร์ดค่าจ้าง 3 ฝ่าย ได้แก่ รัฐบาล นายจ้าง และลูกจ้าง เพื่อพิจารณาสรุปอัตราการปรับค่าแรงขั้นต่ำ โดยที่ประชุมได้พิจารณาวาระสำคัญคือการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ หลังจากที่ต้องเลื่อนประชุมมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว 

 

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเมื่อวันที่ 10 มกราคม ยังหาข้อสรุปไม่ได้ และต้องเลื่อนออกไปอีกเป็นวันที่ 17 มกราคม  เพราะต้องการให้จัดทำตัวเลขค่าจ้างแต่ละกลุ่มจังหวัดใหม่ทั้งหมด เพื่อให้พิจารณาอย่างรอบคอบ 

 

โดย ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า บางจังหวัดที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน แต่ขอปรับขึ้นค่าแรงแตกต่างกันมาก เช่น จังหวัดบึงกาฬ กับจังหวัดใกล้เคียงมีการขอปรับขึ้นค่าแรงที่แตกต่างกันมาก จนดูไม่สอดคล้องกัน ดังนั้น เพื่อให้เกิดความกระจ่างต่อสังคม คณะกรรมการจึงต้องการวิเคราะห์อย่างรอบคอบและนำมาประกอบการพิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้หากมติที่ประชุมในวันที่ 17 มกราคม เห็นชอบกรอบอัตราค่าแรง ก็จะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ในวันที่ 23 มกราคม

 

 

การปรับขึ้นค่าแรงทั่วประเทศครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี หลังจากมีการปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เท่ากันทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2557 ส่วนในปี 2560 ที่ผ่านมา ได้มีการปรับเพิ่มสูงสุด 10 บาท เป็น 310 บาท ใน 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และภูเก็ต แต่ไม่ใช่การปรับขึ้นทั่วประเทศ

 

 

คงต้องรอลุ้นกันในวันที่ 17 มกราคม ว่าที่สุดแล้วมติจากที่ประชุมบอร์ดค่าจ้าง จะขึ้นค่าแรงเป็นรายจังหวัดอย่างไร เป็นตัวเลขไม่เหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่ของแรงงานและเป็นธรรมค่านายจ้างหรือไม่ เพราะแม้กระทั่งรองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ยังบอกว่า “ค่าแรงไม่ควรที่จะต่ำเตี้ยเรี่ยดินแบบนี้ แต่การปรับขึ้นต้องมีความรอบคอบ”