- 11 ม.ค. 2561
มหาดไทย ล้อมคอก !! สั่งทุกจังหวัดตรวจสอบ- แจ้งเตือนปชช.หวั่นถูกสวมบัตรเหมือนกรณีน.ส.ณิชา
ยังคงเป็นประเด็นทางสังคม ที่มีการถกเถียงกัน กับกรณีน.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี ที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง และเข้าร้องขอความเป็นธรรมหลังถูกสวมบัตรประชาชนแล้วนำไปเปิดบัญชีธนาคาร 7 แห่ง รวม 9 บัญชี ว่าสุดท้ายแล้วความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจาก หน่วยงานของรัฐที่ออกและอายัดบัตรประชาชน อย่างกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย หรือ ธนาคารที่ต้องตรวจสอบเชื่อมข้อมูลบัตรประชาชนเพื่อนำไปใช้เปิดบัญชี
และเพื่อเป็นการ “ล้อมคอก” ป้องกันการถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ล่าสุดกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้จังหวัดทุกจังหวัด ติดตามข้อมูลข่าวสารต่างๆ และเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ รวมทั้งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้ระมัดระวังบุคคล กลุ่มบุคคลที่มีฤติการณ์เข้าข่ายลักษณะหลอกให้โอนเงินไปให้ การล่อลวงให้กระทำความผิด เช่น การเปิดบัญชีให้ การชักชวนผู้อื่นเข้าร่วมกระบวนการ เป็นต้น
โดยนายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะโฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า มีบุคคล กลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายแก๊งต้มตุ๋นหลอกลวง โดยการชักชวนให้ประชาชนในหมู่บ้านสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิก โดยสัญญาว่าจะให้ประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ที่สมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกภายใน 15 วันหลังจากวันสมัคร และอ้างว่าจะโอนเงินเข้าบัญชีให้ผู้สมัครรายละ 1 ล้านบาท 5 ล้านบาท 10 ล้านบาท และ 15 ล้านบาท ตามลำดับ แต่ผู้สมัครจะต้องจ่ายค่าสมัครสมาชิกคนละ 300 บาททางโทรศัพท์ และต้องซื้อโทรศัพท์มือถือจากผู้ชักชวนในราคาเครื่องละ 1,700 บาท แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีผู้สมัครเป็นสมาชิกคนใดได้รับเงินตามที่กลุ่มบุคคลดังกล่าวให้สัญญาไว้
ขณะที่ ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า ขณะนี้ ทางกรมการปกครอง ได้ดำเนินการช่วยเหลือกรณีน.ส.ณิชา ดังนี้ 1.ขอสำเนาใบแจ้งว่าบัตรประชาชนหาย (บ.ป.7) ที่ น.ส.ณิชาได้นำไปยื่นที่อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี 2 ครั้ง ซึ่งทางกรมได้ดำเนินการและรับรองเอกสารให้ไปแล้ว และ 2.ขอให้ส่งเอกสารแจ้งบัตรหายดังกล่าวไปที่ สภ.บ้านตาก จ.ตาก เพื่อเป็นหลักฐานให้พนักงานสอบสวน ประกอบสำนวนคดี โดยกรมจะเร่งส่งเอกสารดังกล่าวให้กับทาง สภ.บ้านตากโดยเร็วต่อไป
