- 12 ม.ค. 2561
สมคิดแจงยิบเหตุทำงบกลางปี 1.5 แสนล้าน ต้องนำเงินไปช่วยเหลือดูแลประชาชน อยากให้เศรษฐกิจไหลลื่นเกิดความต่อเนื่องไม่ขาดช่วง
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ กล่าวชี้แจงกรณีกระทรวงการคลังเตรียมจะเสนอครม.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณกลางปี 2561 ในช่วงต้นเดือน ก.พ. เพื่อเสนอเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ภายในเดือน มี.ค.นี้ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะจัดสรรงบกลางปีภายใต้กรอบวงเงินราว 1.5 แสนล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปฏิรูปประเทศ โดยเน้นไปที่การยกระดับเศรษฐกิจฐานราก การปฏิรูปภาคเกษตร การช่วยเหลือคนยากจน การเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องของการท่องเที่ยว และโครงการของกระทรวงมหาดไทย และกองทุนหมู่บ้าน เป็นต้น
“ ในส่วนงบกลางแสนล้านนั้น เราจะใช้ใน 4 เรื่องสำคัญคือ 1.งบประมาณในโครงการช่วยคนจนเฟส 2 วงเงิน 35,000 ล้านบาท ซึ่งเราอยากทำให้เกิดความต่อเนื่องจากเฟส 1 และไม่อยากให้เกิดการขาดตอนขาดช่วงในการดูแลพี่น้องประชาชน เพราะหากรอการจัดทำงบประมาณปี 62 ตอนเดือนตุลาคมมันก็จะขาดช่วงและเกิดความล่าช้าในการช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชน งบกลางปีตรงนี้ก็จะเป็นสะพานช่วยทำให้เศรษฐกิจมีความไหลลื่นและเกิดความต่อเนื่องกัน 2.โครงการปฏิรูปราคาสินค้าเกษตร 40,000 ล้านบาท เช่น การแก้ไขราคายางตกต่ำ การปรับเปลี่ยนการปลูกพืชที่ไม่เหมาะสม 3. ในโครงการพัฒนาตำบลของกระทรวงมหาดไทยวงเงินราว 10,000 ล้านบาท และ 4.นำไปใช้เพิ่มความเข้มแข็งกองทุนหมู่บ้าน 10,000-15,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 50,000 ล้านบาท จะนำไปใช้เพื่อชดใช้เงินคงคลัง” รองนายกฯกล่าว
นายสมคิดกล่าวมั่นใจว่า การจัดทำงบกลางปี 2561 จะไม่กระทบต่อสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีอย่างแน่นอน เพราะรัฐบาลคำนึงถึงเรื่องนี้มาโดยตลอด ยกตัวอย่างปี 60 ที่ผ่านมาซึ่งเรามีการทำงบกลางปี 1.9 แสนล้านบาท ตอนนั้นสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ที่ 41.9 % ก่อนจะพุ่งสูงขึ้นหลายคนก็มีความเป็นห่วง แต่พอมาต้นปีนี้สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีก็กลับมาอยู่ที่ 41-42 % ตามปกติ ขณะที่ปัจจุบันก็อยู่ที่ 42 % เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่มีปัญหารัฐบาลคำนึงและดูแลเรื่องนี้อยู่แล้วไม่ต้องเป็นห่วง
“ ในการประชุมจัดทำกรอบงบประมาณปี 2562 วานนี้ที่สำนักงบประมาณ ที่ประชุมก็เห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 วงเงิน 3 ล้านล้านบาท เป็นการจัดทำงบประมาณขาดดุล 450,000 ล้านบาท ระดับเดียวกับงบประมาณปี 2561 ขณะที่รัฐบาลจะมีรายรับอยู่ที่ 2.55 ล้านล้านบาท สำหรับสาเหตุที่รัฐบาลจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลโดยไม่จัดงบประมาณแบบสมดุลย์ ก็เพราะต้องการใช้งบประมาณเพื่อการช่วยในการปฏิรูปประเทศ ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ นำไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และสร้างความเข้มแข็งในเศรษฐกิจระดับฐานราก” รองนายกฯกล่าว
