รมว.เกษตรฯ เดินหน้าแก้ปัญหาผลผลิตการเกษตรเชิงรุก สั่ง ทุกระดับเร่งปรับโครงสร้างการผลิตสินค้า พร้อมดึงทุกภาคส่วน ช่วยซื้อสินค้าเกษตรฯ ป้องกัน

รมว.เกษตรฯ เดินหน้าแก้ปัญหาผลผลิตการเกษตรเชิงรุก สั่ง ทุกระดับเร่งปรับโครงสร้างการผลิตสินค้า พร้อมดึงทุกภาคส่วน ช่วยซื้อสินค้าเกษตรฯ ป้องกันล้นตลาด

ที่ผ่านมา  ปัญหาผลผลิตการเกษตรทั้งเรื่องของราคาตกต่ำ และ สินค้าเกษตรล้นตลาด เป็นปัญหาสำคัญของเกษตรกร ที่เกิดต่อเนื่องทุกปี และทุกครั้งรัฐบาลทำได้แค่เพียงตามแก้ปัญหาเหมือนไฟไหม้ฟาง

ทั้งนี้ ปัญหาเกิดจากขาดการจัดทำแผนโครงสร้างสินค้าเกษตรและปล่อยให้เป็นตามกลไกตลาด จนหลายครั้งกลายเป็นปัญหาในพื้นที่เกิดการชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ และอาจจะนำไปสู่การเปิดช่องฝ่ายทางการเมืองเข้าแทรกแซงได้

 

รมว.เกษตรฯ เดินหน้าแก้ปัญหาผลผลิตการเกษตรเชิงรุก สั่ง ทุกระดับเร่งปรับโครงสร้างการผลิตสินค้า พร้อมดึงทุกภาคส่วน ช่วยซื้อสินค้าเกษตรฯ ป้องกัน

ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ล่าสุดนายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกมาสั่งการให้ใช้นโยบายเชิงรุกปรับโครงสร้างภาคเกษตร ให้ข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ ทุกพื้นที่ ทุกเขต และผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชนในสังกัด ส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอทุกจังหวัด นำไปปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็วในเรื่องการเสริมต่อโครงการตามนโยบายเกษตรแปลงใหญ่ด้วยการตลาดนำการผลิตทางการเกษตร และให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ กำหนดมาตรการและวิธีการให้ ผู้ตรวจราชการระดับกระทรวงและระดับกรมเป็นคณะทำงานตรวจแนะนำและติดตามการดำเนินการของจังหวัด ประจำพื้นที่ทั้ง 76 จังหวัดว่า มีปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการของจังหวัดและอำเภออย่างไรหรือไม่ เพื่อรวบรวมรายงานให้คณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ทราบ จะได้ให้การสนับสนุนหรือแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้ถูกต้อง
 

ทั้งการประสานเชื่อมโยงตลาดเข้าหาแหล่งผลิตให้ได้ บูรณาการพาณิชย์จังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด ธกส. นำหน่วยราชการ ให้มาซื้อสินค้าการเกษตรไปใช้ เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล ชมรมธนาคารจังหวัด หอการค้า หรือสภาอุตสาหกรรมจังหวัดรวมทั้งบริษัทประชารัฐรักสามัคคีจังหวัด ให้มาร่วมกันพิจารณารับซื้อ วางแผนการตลาด  กระจายสินค้าการเกษตร เชื่อมโยงสหกรณ์การเกษตร ผู้ส่งออก ห้างสรรพสินค้าต่างๆ หากผลผลิตของเกษตรกรล้นตลาดหรือไม่มีผู้รับซื้อผลผลิต ให้รีบรายงานส่วนกลางทราบโดยด่วนที่สุด เพื่อลงไปช่วยเหลือแก้ไขปัญหา
 
สำหรับพื้นที่ที่มีการปลูกยางพาราเป็นจำนวนมากและมีปัญหาผลผลิตราคาตกต่ำนั้น ขอให้คณะอนุกรรมการฯ จังหวัด (อ.พ.ก.) มอบให้คณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตรระดับจังหวัด เป็นหน่วยดำเนินการประชาสัมพันธ์เชิญชวนเกษตรกรชาวสวนยางที่มีความประสงค์เข้าร่วมโครงการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมใหม่เพื่อทดแทนการปลูกยาง มีสวนยางหรือแปลงยางติดกันหรือใกล้เคียงกันในตำบลหรือหมู่บ้านเดียวกัน โดยมีขนาดเนื้อที่รวมกันตั้งแต่ 50 ไร่ขึ้นไป โดยภาครัฐจะรับผิดชอบดูแลสนับสนุนปัจจัยการผลิตและการตลาด รวมทั้งหาอาชีพเสริมในช่วงรอผลผลิตทางการเกษตรใหม่ที่จะขายได้ด้วย.