หน.คณะพูดคุยสันติสุขฯ ขอภาคประชาสังคมหนุนกระบวนการพูดคุย เพื่อยุติเหตุร้ายโดยไม่สร้างความชอบธรรมให้กับผู้ใช้ความรุนแรง

หน.คณะพูดคุยสันติสุขฯ ขอภาคประชาสังคมหนุนกระบวนการพูดคุยฯ เพื่อยุติเหตุร้ายโดยไม่สร้างความชอบธรรมให้กับผู้ใช้ความรุนแรง

พลเอก อักษรา เกิดผล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้  เปิดเผยว่า การพูดคุยฯ ไม่เคยหยุดชะงัก แต่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะยังมีผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการพูดคุยฯ ก็ตาม คณะพูดคุยฯ ได้ใช้เวลาในปี ๒๕๖๐  เกือบทั้งปี โดยให้ พลเอก ชินวัฒน์ แม้นเดช, พลโท วิทยา อรุณเมธี และ พลตรี สิทธิ ตระกูลวงศ์ ซึ่งเป็นผู้แทนคณะพูดคุยฯ เข้าไปสร้างความเข้าใจกับภาคประชาชนในทุกเวทีสาธารณะ และเวทีวิชาการ ส่วนตัวผมเองก็ได้เชิญนักวิชาการด้านสันติวิธีมารับทราบความคืบหน้าของกระบวนการพูดคุยฯ แล้ว ในห้วงปลายปี ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่อาจารย์ทุกท่านมีความเข้าใจดีและให้การสนับสนุนการพูดคุยฯ  แต่ยังมีสื่อบางส่วนนำบทวิเคราะห์เก่าๆ ของท่านมานำเสนอเฉพาะข้อกังวลเกี่ยวกับการพูดคุยฯ ทำให้ดูเหมือนว่าท่านไม่เห็นด้วย ซึ่งในข้อเท็จจริงท่านให้การสนับสนุนมาโดยตลอด เพราะทราบดีว่าเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล และเป็นแนวทางเดียวเท่านั้น ที่ทุกประเทศทั่วโลกพยายามแสวงหา เพื่อยุติความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆของโลก 

พลเอก อักษรา เผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้มีโอกาสพูดคุยกับหัวหน้ากองกำลัง BRN ที่เข้าร่วมการพูดคุยฯ  จึงทราบว่าในกลุ่มขบวนการก็มีทั้งผู้เห็นด้วยและเห็นต่างฯ  นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่คิดว่าต้องแสดงศักยภาพให้สังคมรู้ว่าเป็น “ตัวจริง”  เขายืนยันว่ามีศักยภาพ แต่ที่ไม่ทำเพราะไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง และกำลังพูดคุยกับรัฐบาลเพื่อหาทางออกร่วมกัน และเห็นด้วยกับการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้มีความแตกต่างจากพื้นที่อื่นอย่างชัดเจน  คือ นอกจากจะปลอดภัยจากการก่อการร้ายแล้ว  ยังปลอดภัยจากปัญหาภัยแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น ยาเสพติด เป็นต้น  โดยมีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อเริ่มดำเนินการแล้ว

 

หน.คณะพูดคุยสันติสุขฯ ขอภาคประชาสังคมหนุนกระบวนการพูดคุย เพื่อยุติเหตุร้ายโดยไม่สร้างความชอบธรรมให้กับผู้ใช้ความรุนแรง

สำหรับในเรื่องพื้นที่ปลอดภัยนั้น หัวหน้าคณะพูดคุยฯ ระบุว่าปัจจุบันทั้ง Party A และ Party B  รวมทั้งผู้อำนวยความสะดวกได้รับทราบร่วมกันแล้วว่าเป็นพื้นที่ใด  แต่ต้องนำเรียนให้นายกรัฐมนตรีรับทราบก่อน  หลังจากนั้นจึงอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมพื้นที่  ซึ่งจะใช้เวลา
๓ – ๔ เดือน เพื่อดำเนินการตามข้อกังวลของกลุ่มผู้เห็นต่างฯ  ทั้งในเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่  มาตรการรักษาความปลอดภัยบุคคล และความพร้อมของผู้ที่จะเข้ามาร่วมดำเนินการภายใต้ ศูนย์ประสานงาน หรือ Safe House นั่นเอง  และเมื่อทุกฝ่ายมีความพร้อม  ท่านผู้อำนวยความสะดวกจะร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดศูนย์ประสานงาน (Safe House)  และประกาศให้สังคมได้รับทราบว่าเป็นพื้นที่อำเภอใด เพื่อให้ประชาชนและนักวิชาการทุกภาคส่วน  เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่นั้นต่อไป  โดยในอนาคต
ศูนย์ประสานงานแห่งนี้ก็จะแปรสภาพเป็น ศูนย์สันติภาพ  เพื่อให้สามารถดูแลความปลอดภัยในทุกพื้นที่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้  ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

 

หน.คณะพูดคุยสันติสุขฯ ขอภาคประชาสังคมหนุนกระบวนการพูดคุย เพื่อยุติเหตุร้ายโดยไม่สร้างความชอบธรรมให้กับผู้ใช้ความรุนแรง

 

 

หน.คณะพูดคุยสันติสุขฯ ขอภาคประชาสังคมหนุนกระบวนการพูดคุย เพื่อยุติเหตุร้ายโดยไม่สร้างความชอบธรรมให้กับผู้ใช้ความรุนแรง